
เรื่องจริง ที่เหลือเชื่อ
โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
- เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
เวลาเรามาเกิดเป็นมนุษย์ ดวงบุญที่อยู่ในศูนย์กลางกายมนุษย์ก็เปิดขึ้นให้เรามีสมบัติทั้งสามครบถ้วนบริบูรณ์ ทั้งรูปสมบัติ ทั้งทรัพย์สมบัติ ทั้งคุณสมบัติ รวมทั้งลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผลนิพพาน ติดตามเราหมดเลย
รูปสมบัติ เราก็จะมีรูปงาม แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีอายุยืนยาว สามารถสร้างบารมีไปได้นานและสะดวกสบาย เมื่อถึงเวลานั่งธรรมะก็ไม่ค่อยปวดเมื่อย นั่งกันได้นานทีเดียว บุคลิกเป็นที่ดึงดูดตาดึงดูดใจ ได้รับคำยกย่องชื่นชมจากทุกๆ คนที่เห็นรูปสมบัติของเรา
ทรัพย์สมบัติที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์ที่มีวิญญาณครองหรือไม่มีวิญญาณครอง จะเป็นทรัพย์อะไรก็แล้วแต่ เกิดขึ้นมากมายเลยทีเดียวให้เราได้สร้างบารมีไม่รู้จักหมดจักสิ้น สร้างบารมีได้อย่างสะดวกสบายไม่เหมือนภพนี้ชาตินี้ที่สร้างบารมีกันลำบาก ภพชาติต่อไป ด้วยกำลังบุญที่เราได้จากการบูชาข้าวพระนี้ เราจะมีสมบัติที่ตักไม่พร่องเลย ได้สร้างบารมีกันอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว
คุณสมบัติ จะมีความเฉลียวฉลาดแตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม รู้เท่าทันเหลี่ยมคู่ของคนพาล สามารถใช้สติปัญญาสร้างบารมีได้ดังใจ เข้าอกเข้าใจชีวิตได้แจ่มแจ้ง รวมทั้งรู้แจ้งแทงตลอดในวิชชาธรรมกาย ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็จะตามมาพร้อมหมดรวมอยู่ในกลางดวงบุญ
บุญเป็นสิ่งสำคัญ สำคัญมากทีเดียว ถ้าหากว่าบุญกำลังส่งผลจะจับอะไรมันก็เป็นเงินเป็นทอง ประสบแต่ความสำเร็จ แต่ว่าเมื่อไหร่หมดบุญ สิ่งที่เราได้ครอบครองอยู่มันก็จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงกระจัดกระจายไป
เศรษฐีขายถ่าน
ในสมัยพุทธกาล มีเรื่องจริงที่เหลือเชื่ออยู่เรื่องหนึ่งคือ เศรษฐีท่านหนึ่งมั่งมีสมบัติมากมาย มีแก้วแหวนเงินทอง มีคนนับหน้าถือตาแต่ดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความประมาท มัวเพลิดเพลินในเรื่องทำมาหากินเพียงอย่างเดียว ไม่ได้สนใจทำบุญต่อไปอีก กินแต่บุญเก่า ต่อมาบุญเก่าหมด สมบัติที่มีอยู่กลับกลายเป็นถ่าน จากทองเป็นถ่าน จากของที่มีมูลค่ากลายเป็นไร้มูลค่าไม่น่าเชื่อเลย เศรษฐีเกิดความทุกข์ใจไปปรึกษาเพื่อนโชคดีที่เพื่อนของท่านเป็นบัณฑิต ก็บอกว่า ที่สมบัติของเพื่อนเปลี่ยนจากทองกลายมาเป็นถ่าน แสดงว่าบุญหมด จะต้องหาคนมีบุญเข้ามาดูแลเพราะกำลังบุญของเศรษฐีไม่พอที่จะไปครอบครองสมบัติ หมดบุญแล้วทองจึงกลายเป็นถ่าน เศรษฐีก็ถามเพื่อนว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร เพื่อนผู้เป็นบัณฑิตก็บอกว่า เอาอย่างนี้ซิ เอาถ่านนี้ไปขายในตลาด เอาเสื่อปูแล้วก็เอาทองที่กลายเป็นถ่านไปกองไว้ ใครเดินไปเดินมาก็ประกาศขายไปเรื่อยๆ ถ้าหากว่าเจอผู้มีบุญที่เขามาจับถ่านเป็นทองได้ ถ้าเป็นผู้หญิงให้สู่ขอมาเป็นลูกสะใภ้ ถ้าเป็นชายก็ให้รับมาเป็นลูกเขย ส่วนทรัพย์นั้นก็ยกให้เขาครอบครองไปเถอะ เราอาศัยบุญของเขาอยู่กับเขาไปจนตลอดชีวิตอย่างนี้ถึงจะได้ เศรษฐีนั้นไม่มีทางเลือก จึงตัดสินใจทำตามคำแนะนำของเพื่อน หอบสมบัติที่กลายเป็นถ่านนั้นมากองขายกลางตลาดทีเดียวคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเขาก็พากันแปลกใจว่า ทำไมเศรษฐีมานั่งขายถ่านก็ถามท่านว่าทำไมมาขายถ่าน เศรษฐีตอบว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา มีอะไรขายได้ก็จะขายไป ไม่เห็นจะแปลกอะไร
ต่อมามีเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง รูปร่างบอบบาง แต่เป็นคนมีบุญอัดแน่นอยู่ในร่างบอบบางนั้น เดินผ่านมา ก็ถามว่า อ้าว! ลุงทำไมเอาทองมานั่งขาย เหมือนขายผักขายเนื้ออย่างนี้ เดี๋ยวขโมยขโจรมันมาปล้นเอานะ เศรษฐีก็ถามว่า ไหนหนู ตรงไหนนะที่มันเป็นทอง เด็กผู้หญิงคนนั้นก้มลงหยิบถ่านก้อนหนึ่งวางใส่ในมือเศรษฐี ถ่านกลับกลายเป็นทองจริงๆคนมีบุญมากๆ ไม่ว่าจะจับอะไรมันเป็นเงินเป็นทองหมด จับถ่านก็เป็นทองจึงให้จับถ่านทั้งกองมันก็กลายเป็นทองทั้งหมด เศรษฐีจึงถามว่าบ้านหนูอยู่ไหน เพื่อจะสืบถามดูว่าแต่งงานแล้วหรือยัง ปรากฏว่ายังเป็นโสดอยู่จึงไปสู่ขอมาเป็นสะใภ้ แล้วให้ครอบครองสมบัติเหล่านั้น
บุญนี่สำคัญมากเป็นทุกสิ่งของชีวิตทีเดียว ปราสาทราชวังที่สร้างมากับมือ ถ้าหมดกำลังบุญแล้วก็อยู่ไม่ได้ จะต้องเปลี่ยนแปลงไปทีเดียวทั้งที่เคยคิดว่ามันเป็นของเรานี่แหละ สร้างด้วยเงินของเรา แต่พอหมดบุญแล้วเราก็เข้าไปอยู่ไม่ได้ ได้แต่แลดูแล้วก็เศร้าโศกเสียใจกันไป เพราะฉะนั้นบุญจึงมีความสำคัญเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว ให้สั่งสมเอาไว้เถิด เวลาเราจะไปเกิดอยู่ ณ ภพภูมิไหนก็ตาม บุญนั้นจะส่งผลให้เรามีสมบัติทั้งสาม พร้อมทั้งความสุขความสำเร็จในชีวิตทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ก็ดี เป็นเทวดาก็ดี คนเราเวลาจะประกอบธุรกิจการงาน หรือทำความสำเร็จอะไรสักสิ่งหนึ่ง ไม่ใช่แค่ใจถึง มือถึง ทุนถึง ทีมถึง อะไรทุกอย่างถึงแล้วความสำเร็จมันจะเกิดขึ้น ยังไม่สำเร็จหรอกถ้าบุญไม่ถึง
ดังนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องบุญแล้ว เรานักสร้างบารมีอย่าไปหวั่นไหวต่อสถานการณ์ ไม่ว่าเศรษฐกิจจะขึ้นจะลงก็แล้วแต่ ใจเราอย่าฟุ่บอย่าแฟบตามไป มันเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ คนละเรื่องกับการสร้างบารมีของเรา ในช่วงจังหวะเวลานี้ขณะที่หลายๆ คนเขาทุกข์ใจกัน แต่กลับเป็นจังหวะที่ดีของนักสร้างบารมีเลยทีเดียว คือถ้าสร้างบารมีในยามยากลําบาก ยามเกิดทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง ทำด้วยหัวใจนักสร้างบารมีไม่หวาดกลัวอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้นแม้ด้วยชีวิต เวลาผลบุญตอบสนองนั้นมันเกินควรเกินคาด อย่างที่เราได้ยินกันบ่อยๆ เกี่ยวกับเรื่องประวัติของท่านเมณฑกเศรษฐี และเศรษฐีทุกท่านที่ยิ่งใหญ่ในสมัยพุทธกาลที่มีสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ล้วนแต่ทำบุญในยุคทุพภิกขภัยทั้งสิ้น คือในยุคนั้นจะเป็นเครื่องวัดกำลังใจของแต่ละคน และวัดกำลังสติปัญญาว่าใครมีภูมิปัญญาที่จะดำเนินชีวิตให้ประสบความสำเร็จไปทุกภพทุกชาติ กระทั่งถึงที่สุด ใครเขาจะมีภูมิปัญญาแค่ไหน จะมองใกล้มองไกลแค่ไหน บางคนมองช่วงสั้นก็เอาดีเฉพาะภพชาติปัจจุบัน แต่คนที่มีภูมิปัญญาเขามองไกลมองกันข้ามภพข้ามชาติและมองกันหลายๆ ชาติ เขาคิดว่าถ้าหากเรามีสมบัติปริมาณขนาดนี้ เราควรทำอย่างไรจึงจะทำทีเดียว ทำชาติเดียวใช้ได้หลายชาติ ตายแล้วยังใช้ได้อีก เกิดใหม่ก็ใช้ได้อีก คนมีบุญมีปัญญาเขาจะคิดกันอย่างนี้
ท่านเมณฑกเศรษฐีในยุคก่อนโน้น ชื่อนี้เราได้ยินได้ฟังกันมาบ่อยท่านมีกำลังใจสูงส่งฉกฉวยชิงโอกาส โอกาสที่เกิดในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างนั้น สร้างบารมีไปเลย ท่านมองดูว่าถ้าข้าวมื้อนี้เรากิน เราก็อิ่มแค่มื้อนี้เท่านั้นเอง ข้าวมื้อนี้ถ้าคิดเป็นมูลค่ามันก็ไม่กี่บาท ถ้าเราไปใส่บาตรพระ พอข้าวตกจากมือของเรานี้หล่นลงไปในบาตรพระ พอตกไปตรงนั้นเข้ามันมีฤทธิ์ มีอานุภาพเป็นผลบุญติดอยู่ในตัวของเรา ติดไปกระทั่งถึงวาระสุดท้ายทีเดียว เวลาตายนึกถึงบุญนี้ก็ปลื้มปีติ เมื่อตายแล้วบุญจะส่งผลให้ไปมีสมบัติอันเป็นทิพย์ มีรูปทิพย์ เสียงทิพย์ กลิ่นทิพย์รสทิพย์ สมบัติเป็นทิพย์ มีความเป็นใหญ่ที่เป็นทิพย์ทั้งหมด เมื่อถึงคราวลงมาเกิดอีก บุญนั้นยังส่งผลให้มาเป็นมหาเศรษฐีอีก และก็ไม่ได้มาเป็นชาติเดียว เป็นแล้วเป็นอีก เป็นแล้วเป็นอีก เป็นอีกก็ทำบุญอีก จนกระทั่งภพสุดท้ายถึงได้มีสมบัติตักไม่พร่องทีเดียว เป็นสิ่งที่เหลือเชื่อแต่ก็เป็นความจริง ที่เรียกว่าเหลือเชื่อ คือมนุษย์ในยุคนี้นึกไม่ออกว่ามันจะเกิดสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร
เพราะฉะนั้น ภาวะนี้เป็นภาวะที่จะวัดกำลังใจของเราว่า เราจะมีกำลังใจเข้มแข็ง กล้าหาญ เด็ดเดี่ยวกันแค่ไหน และวัดภูมิปัญญาของนักสร้างบารมี ถ้าใครตระหนี่ขี้เหนียว ภพชาติต่อไปความตระหนี่นั้นจะทำให้เราลำบากยากแค้นกว่าภพชาตินี้ แต่ถ้าหากว่าใครไม่ตระหนี่ ทุ่มเทกันเข้าไปเลย ใช้สติใช้ปัญญาทำกันให้เต็มที่เพราะเราเกิดมาสร้างบารมีบุญนี้ก็จะเป็นของเรา ไม่ได้ไปเป็นของใคร แล้วเราจะได้สมบัติที่ตักกันไม่พร่อง โจรปล้นก็ไม่ได้ น้ำท่วมก็ไม่เสียหาย ไฟไหม้ก็ไม่เป็นไร จะเกิดวาตภัยลมพัดก็เฉยๆ ไม่มีอะไรที่จะทำลายสมบัตินี้ได้เลย เหมือนท่านโชติกเศรษฐี ตัวไม่อยู่ไปฟังธรรมที่วัด สมบัติอยู่ที่บ้าน พระราชาจะมาริบเอาสมบัติก็เอาอะไรไปไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่มีพลพยุหเสนามากมายก็ยังเอาอะไรไปไม่ได้ ทำลายไม่ได้เลยเพราะบุญคุ้มครองเอาไว้ ของใครก็ของคนนั้น
บุญนี้เป็นสิ่งสำคัญ เราจะทอดทิ้งธุระไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นมีอะไรที่ทำแล้วเป็นบุญได้พึงทำเสียเถิด บุญเฉพาะหน้าสำหรับเรามีหลายอย่างทีเดียว ตั้งแต่บุญเป็นเจ้าภาพบวชสามเณร ๑๐,๐๐๐ องค์ในวันมาฆบูชาที่จะถึงนี้ ไปชวนคนมาบวชเป็นสามเณร สำหรับผู้นำบุญอย่าเพิ่งบวชเลยไปตามมาดีกว่า แล้วก็คอยเป็นเสบียงดูแลหล่อเลี้ยง ไปตามใครมาเป็นเจ้าภาพบวชให้ได้ ๑๐,๐๐๐ องค์ เพื่อที่จะร่วมพิธีอัญเชิญพระบรมพุทธเจ้าประดิษฐาน ณ มหาธรรมกายเจดีย์ บุญที่รอเฉพาะเบื้องหน้าของเรายังมีอีก วันขึ้นปีใหม่นี้จะหล่อรูปคุณยายด้วยทองคำขนาดเท่าตัวจริงรูปหล่อที่เราปิดทองกันเมื่อคราวที่แล้วที่เท่าตัวจริง อยู่หน้ารูปถ่ายของคุณยายตรงเต็นท์ ๑๐ ซึ่งเราจะหล่อด้วยทองคำเท่ากับตัวจริงของท่านในวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๑ สำหรับผู้ที่จะมาอยู่ธุดงค์ หรือใครว่างวันนั้นก็มาแสวงบุญกัน ยังมีบุญสร้างพระธรรมกายประจำตัวอีก ไม่ว่าจะสร้างด้วยตัวเองหรือจะไปชวนใครมาสร้าง นี่มันเป็นบุญใหญ่ของเราทั้งสิ้นเลย เพราะฉะนั้นให้ทุ่มเทชีวิตจิตใจในการสร้างบารมี อย่าไปหวั่นไหวตามกระแสโลก นั่นเป็นเรื่องของผู้ไม่รู้ คนที่เขาไม่รู้หนทางที่จะไปสู่ที่สุดแห่งธรรม ปล่อยเขาไปเถอะ แต่เรารู้แล้วเห็นแล้วต้องทุ่มเทชีวิตจิตใจเป็นเดิมพันทำด้วยตัวเอง และก็ไปชวนคนอื่นมาทำกันให้เยอะๆ บนสวรรค์จะได้มีหมู่พวกของเราให้เต็มกันไปหมดเลย