ทานทำให้รวย

วันที่ 05 สค. พ.ศ.2568

5_8_68_49br%281%29.jpg


 

ประโยชน์ในอนาคต

ทานทำให้รวย

โดย กัลยาณมิตรสุพัตรา ติระกิจสุนทร

 

                    กว่าจะมาเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญค้ำจุนพระพุทธศาสนา ได้ทำบุญอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง ครั้งล่าสุดสร้างพระธรรมกายประจำตัว ๒๐๐ องค์ประดิษฐานบนโดมถวายแด่พระภิกษุ ๒๐๐ รูป และสร้างองค์พระบนโดมถัดจากองค์พระของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ จารึกชื่อ “สุพัตราติระกิจสุนทร” เป็นจำนวนเงิน ๑๐ ล้านบาท ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังของเธอมิได้ร่ำรวยมาแต่กำเนิด แต่เป็นเพราะน้ำอดน้ำทนที่ต่อสู้กับชีวิตและทำบุญถูกเนื้อนาบุญ จึงพลิกผันชีวิตมาสู่ความรุ่งโรจน์ดังเช่นปัจจุบัน

 

                    ในวัยเด็ก คุณสุพัตราเป็นชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา คุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่คุณสุพัตรายังเยาว์วัย มีคุณแม่และพี่สาวคอยช่วยดูแลกิจการต่อมา คุณแม่ของคุณสุพัตราเป็นผู้ที่รักบุญ ทำบุญตักบาตรอย่างสม่ำเสมอและอบรมให้ลูกๆ มีความเกรงกลัวต่อบาป กลัวตกนรกหากทำความผิดเหตุนี้เองทำให้คุณสุพัตราหุงข้าวทำบุญตักบาตรมาตั้งแต่อายุ ๙ ขวบอย่างสม่ำเสมอมิได้ขาด ครั้นโตเป็นสาวได้มาเป็นช่างตัดเสื้อที่กรุงเทพฯตั้งใจไว้ว่าจะเก็บเงินให้ได้สักก้อนหนึ่งเพื่อเซ้งตึกแถวเธอตั้งใจเก็บหอมรอมริบเงินทุกบาททุกสตางค์ สมัยนั้นข้าวแกงจานละ ๒ บาท เป็นอันว่าแต่ละวันจ่ายค่าอาหารวันละ ๔ บาท ก็ประทังชีวิตตัวเองให้รอดมาได้ผ่านไปไม่ถึง ๑ ปี จนสามารถเก็บเงินได้หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ไปเซ้งตึกแถวได้แห่งหนึ่ง

 

                    เมื่อแต่งงานมีครอบครัว มีบุตรชายทั้งหมด ๓ คน ในขณะที่ลูกคนเล็กอายุได้ ๘ เดือน เธอประสบปัญหาครอบครัวอย่างหนัก ต้องรับภาระดูแลลูกๆ ทั้งสามด้วยตนเอง ซึ่งเป็นภาระที่หนักมากในเวลานั้นเธอพยายามก่อร่างสร้างตัวและเกิดความคิดขึ้นว่า อาชีพช่างตัดเสื้ออย่างนี้ อนาคตของลูก ๓ คน คงไปได้ไม่ไกล และฐานะก็คงจะดีขึ้นไม่เร็วเท่าที่ควร เพราะตอนนี้เธอเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว ต้องรับผิดชอบเด็ก ๓ คน อนาคตของลูกๆ อยู่ที่เธอเพียงคนเดียว

 

                    คุณสุพัตราตัดสินใจไปหาญาติที่สำเพ็ง ซึ่งเปิดกิจการทำเครื่องเล่นเด็กด้วยพลาสติก เธอทำงานตั้งแต่คุมสต๊อก สั่งสินค้าจากต่างประเทศคุมงานก่อสร้าง วางแผนการตลาด จนผ่านไปหนึ่งปี มีประสบการณ์พอสมควร จึงคิดอยากจะมีกิจการเป็นของตัวเอง โดยเช่าที่ทำโรงงานประกอบวัตถุดิบเพื่อเตรียมส่งให้ลูกค้าที่สั่งมา เช้าเวลา ๗.๐๐ น. ก็กระจายงานให้คนงานอย่างทั่วถึง ตกเย็นตรวจคุณภาพงานที่เขาทำจนเสร็จประมาณ ๓-๔ ทุ่ม เลิกงานก็ไปเอาวัตถุดิบเพื่อมาประกอบสินค้า เธอต้องไปเองและจ่ายค่าวัตถุดิบเป็นเงินสด เพราะเป็นธุรกิจเปิดใหม่ ยังไม่มีใครเชื่อถือ เงินทองก็ขอหยิบยืมจากญาติๆ มาลงทุน

 

                    วัตถุดิบนั้นเป็นอุปกรณ์ประเภทห่วงโลหะต่างๆ บรรจุใส่ลง ๒ ปี๊บ เธอเล่าว่าเธอต้องหิ้วด้วยมือ ๒ ข้างเดินออกมาถึงปากซอยระยะทางกว่า ๓ กิโลเมตร นิ้วจนรู้สึกว่าน่าจะแตก กระดูกจะแยกออกจากกัน กัดฟันทนหิ้วเดินไปจนปวดกระดูกแทบทนไม่ไหว เดินมาได้ช่วงหนึ่งก็ต้องหยุดพักนั่งลงกองกับพื้น พอคลายความปวดแล้วก็เดินต่อไป ด้วยนึกถึงเหตุการณ์ของพี่สาวที่เคยแบกข้าวสารตอนอายุ ๑๘ ปี แบกจนกระทั่งบ่าแตกเลือดไหล และฉุกคิดได้ว่าเราต้องอดทนให้ได้อย่างพี่สาว เธอทำเช่นนี้ ๒-๓ วันต่อครั้ง ติดต่อกัน ๔ เดือน

 

                    เมื่อมาถึงโรงงานของเธอ เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบตี ๒ นั่นหมายถึงอาหารกลางวันและมื้อเย็น จึงมีเวลารับประทานอาหารเย็น (ซึ่งรวบเอาอาหารมื้อกลางวันเข้าไปด้วย) จากนั้นก็หลับพักผ่อนไปพร้อมกับลูกๆและรุ่งเช้าก็เริ่มงานเวลา ๗.๐๐ น. เป็นวัฏจักรอย่างนี้เรื่อยมา เธอกัดฟันทนต่อสู้กับปัญหาทุกรูปแบบที่รุมเข้ามา จากนั้นธุรกิจก็ค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาเริ่มจับงานด้านอสังหาริมทรัพย์ ช่วงนั้นกำลังบูมกันมากแต่แล้วก็ต้องประสบปัญหามากมายรุมเร้า ครั้งหนึ่งเธอคิดจะกระโดดรถลงไปตายจริงๆ เพราะทนแรงกดดันไม่ไหว เมื่อเธอตัดสินใจซื้อที่ดิน ๒แห่งๆ แรกประมาณกว่า ๒๐๐ ล้าน แห่งที่สองกว่า ๑๐๐ ล้าน แห่งแรกเธอจ่ายเงินไปแล้วกว่า ๖๐ ล้าน แห่งที่สองจ่ายไปกว่า ๑๐ ล้าน จากนั้นต้องไปจดทะเบียนกับสถาบันการเงิน เพื่อขอกู้เงินมาลงทุนติดต่อกันจนกระทั่งคณะกรรมการและฝ่ายสินเชื่อพอใจในเครดิตของลูกค้า พร้อมที่จะอนุมัติวงเงินค่าก่อสร้าง ค่าบริหารต่างๆ แต่ไปติดอยู่ที่ประธานกรรมการใหญ่บอกปัดว่าเรื่องนี้ไม่รับทราบ เพราะขณะที่อนุมัติประธานไม่อยู่จึงขอยกเลิก คราวนี้แผนงานของเธอต้องพังหมดแน่นอน เพราะถึงกำหนดต้องจ่ายเงิน คิดแล้วก็ตัน คิดแล้วก็ซื้อ ไม่รู้ว่าจะไปหาเงินมากขนาดนี้จากที่ไหนได้ ถ้าตายตอนนั้นชีวิตคงจบ จะได้ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่างๆ อีก อยากจะกระโดดรถตายตรงนั้นจริงๆ แต่เมื่อคิดถึงลูกน้อย ๓ คน และลูกน้องในบริษัทอีกมากมาย เขาจะหมดที่พึ่ง จึงต้องอดทนกัดฟันสู้ต่อไปจนผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ มาได้ ก่อนจะมาถึงวัดพระธรรมกายนั้น เธอลำบากมาทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องการเงินสะดุดมาก บางครั้งแก้ปัญหาไม่ตก เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ

 

                    ปี พ.ศ.๒๕๓๗ คุณสุพัตราประสบเหตุการณ์ที่ร้าวรานใจมากเหมือนสายฟ้าฟาด คือต้องสูญเสียบุตรชายคนเล็กที่เพิ่งมีอายุได้ ๑๕ ปีด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์และเสียชีวิตทันทีในตอนเกิดเหตุ เธอแทบล้มทั้งยืน ทั้งชีวิตที่สู้อดทนทำงานมาทุกอย่างก็เพื่อลูก ดังนั้นจึงตั้งใจเพียรพยายามที่จะทำบุญมากๆ เพื่อส่งบุญให้ลูกชาย จะได้ไปสู่สุคติในภพเบื้องหน้า เข้าพรรษาปีนั้นจึงตั้งใจทำบุญบวชพระ ๙ วัด หาวัดเป็นเจ้าภาพบวชพระได้ ๘ วัดแล้ว คงเหลือเพียงวัดเดียวเท่านั้น หาอย่างไรก็หาไม่ได้ แฟนของลูกชายที่ทำงานในบริษัทของเธอก็แนะนำว่า อาม่าไปทำบุญที่วัดพระธรรมกายซิ เข้าพรรษานี้มีบวชพระ พอได้ยินชื่อวัดพระธรรมกาย เออ เราทำวัดนี้เป็นวัดที่ ๙ แน่นอน

 

                    เมื่อเข้ามาในวัดก็พบคุณอยุทธ์ สังฆานุภาพ (อุบาสกวัดพระธรรมกาย) แนะนำให้ไปบริจาคเงินที่เต็นท์รับบริจาค เธอทำบุญบวชพระ ๙ รูป แต่ก็ไม่ได้ศรัทธาอะไรมาก ข่าวคราวที่คนอื่นพูดถึงวัด เคยได้ยินได้ฟังแต่ก็ไม่ได้วินิจฉัยอะไร เพราะไม่มีข้อมูล จากนั้นไม่กี่เดือนคุณอยุทธ์ก็ก็มาตามชวนไปปฏิบัติธรรมที่หมู่บ้านปฏิบัติธรรมในวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์คำเชิญชวน ได้ถวายภัตตาหารเพล เห็นพระนั่งฉันแล้วเกิดศรัทธา คิดในใจว่า พระที่วัดนี้ศีลาจารวัตรงดงามนัก อากัปกิริยาทุกอย่างที่ท่านนั่งฉันงามเหลือเกิน ผิวพรรณก็ผ่องใสมาก ข่าวคราวที่ข้างนอกพูดมาเข้าหูก็ไม่เหมือนกับที่ได้มาเห็นกับตา แต่ก็คิดว่าจะต้องพิสูจน์เหมือนกัน จึงได้ส่งญาติมาบวชที่วัด ๘ เดือน ตนเองก็มาวัดอยู่เรื่อยๆ ยิ่งได้เห็นพระภิกษุทุกรูปที่วัดนี้ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจสติปัญญาเพื่อช่วยงานวัด ช่วยงานพระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านทุ่มเททำงานจุดต่างๆ ทำงานกันทั้งวันบางวัน ๔-๕ ทุ่มยังไม่ได้จำวัดเลย นี่คือความขยันหมั่นเพียรของพระที่วัดคุณงามความดีต่างๆ ที่ได้ประจักษ์ด้วยตนเองเต็มร้อย ก็เลยตั้งใจว่า เอาล่ะ เราจะทำบุญกับวัดนี้แน่แล้ว

 

                    ครั้งหนึ่งคุณสุพัตราได้ไปช่วยหลวงพี่ด้านงานก่อสร้าง ตอนนั้นประมาณเที่ยงคืนกว่า ขณะที่กำลังจะกลับเห็นพระภิกษุยังทำงานอยู่ เป็นงานตรวจนับคิวดินลูกรัง จีวรสีเหลืองเต็มลานกว้างไปหมด นี่หรือพระวัดพระธรรมกาย ทำงานกันไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยหรือนี่

 

                    อีกเหตุการณ์หนึ่ง เคยช่วยงานหลวงพี่รองรักษ์ ท่านโทรมาให้ช่วยเตรียมห้องน้ำ ๓๐๐ ห้อง สำหรับสาธุชนใช้งานบุญใหญ่ ก็ตอบหลวงพี่ไปทันทีว่า “ได้ค่ะ” ทั้งๆ ที่ยังหาช่างไม่ได้เลย ตอนนั้นรับปากแล้วก็รีบจัดการเกณฑ์ผู้รับเหมามาทำงานนี้ งานเสร็จสิ้นสมบูรณ์เรียบร้อยทันใช้งานพอดี ด้วยอานิสงส์นี้ส่งผลให้งานธุรกิจที่ดินและบ้านจัดสรรที่ทำอยู่ไม่มีอุปสรรคติดขัดใดๆ เพราะปกติการสร้างบ้านที่เสร็จแล้ว ต้องมีการเก็บงานในรายละเอียด ซึ่งผู้รับเหมามักจะทำพอผ่านๆ เพราะเป็นเงินเล็กน้อยงวดสุดท้าย บางครั้งผู้รับเหมาไม่ตามเก็บงาน แต่เธอในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการต้องให้งานเสร็จสมบูรณ์ แม้อาศัยโฟล์แมนที่มีอยู่แล้วอย่างไรงานก็ยังเสร็จไม่ทันกำหนดปลายปี ซึ่งจะต้องมีการโอนบ้านในราวต้นเดือนมกราคม ถ้าไม่โอนลูกค้าจะฟ้องร้องได้ ครั้นลูกค้ามาก็ต้องพาไปดูบ้าน คราวนี้จะทำอย่างไร เธอจึงตั้งจิตอธิษฐานนึกถึงบุญกุศลที่เคยทำ ขอให้ช่วยให้การทำงานครั้งนี้ไม่มีปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ปรากฏว่าเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น วันหนึ่งโฟล์แมนบอกว่า “พี่ ลูกค้าเขาบอกว่าโอนเถอะไม่เป็นไร เดี๋ยวเก็บงานให้เขาเรียบร้อยทีหลังก็ได้” จากนั้นก็มีผู้มาโอนและให้เหตุผลเดียวกัน ปรากฏว่าในแต่ละวันมีการโอนไม่ต่ำกว่า ๕๐ ยูนิต ๒๐ ยูนิตนี่น้อยมาก โอนทุกวัน มีการโอนเงินเข้าบริษัทมาก จนกระทั่งโฟล์แมนแปลกใจ บ้านยังไม่เสร็จทำไมโอนง่าย เงินเข้าสะพัดเลย นี่คือผลบุญที่เธอบอกว่าเพราะได้ทุ่มเทกับงานบุญมาก่อน

 

                    อีกเรื่องหนึ่ง คุณสุพัตราได้ถวายรถให้ที่วัดไว้ใช้ในโครงการเกี่ยวกับการอบรมงานบวชต่างๆ บุญครั้งนี้ตั้งใจอุทิศส่วนกุศลไปให้ลูกชายคนเล็กเพื่อลูกจะได้บุญเยอะๆ ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น อานิสงส์ครั้งนี้ทำให้เจ้าของที่ดินที่มีที่ดินกว่า ๙๐ ไร่ตัดสินใจขายให้ทันที พื้นที่ดังกล่าวอยู่ที่ชะอำ เป็นที่ดินที่สวยมาก เธอเคยไปดูเมื่อประมาณ ๒ ปีมาแล้วเจ้าของที่เคยมีเงื่อนไขมากมายจึงไม่ได้ตัดสินใจซื้อ อยู่มาวันหนึ่งไปที่ชะอำในขณะที่กำลังดูแลงานที่ไซด์อยู่ เจ้าของที่ก็ตรงเข้ามาถามว่า “พี่สุพัตราพี่จะซื้อที่ของผมใช่ไหม” เธอก็มองหน้า อ๋อ เจ้าของที่แปลง ๙๐ กว่าไร่นี่เอง ตอนนั้นเธอดีใจจนบอกไม่ถูก เพราะรอมา ๒ ปีกว่าแล้ว เลยตอบไปว่า “ใช่ แต่ต้องเป็นเงื่อนไขที่ตกลงกันได้ ถ้าแพงไม่ซื้อนะ” ได้เสนอราคาเขาไป ซึ่งเป็นราคาแบบชาวบ้านกับชาวบ้านด้วยกัน เขาขอไปปรึกษากับน้องชาย และกลับมาบอกว่า “ถ้าคุณมีเงินตอนนี้ วางเลยได้ไหม ถ้าได้ก็ตั้งใจขายให้คุณ” ที่ดิน ๙๐ ไร่นี้ เมื่อจัดทำเป็นโครงการแล้วมีมูลค่ากว่า ๑๖๐ ล้านบาท เธอสามารถประหยัดเงินในการซื้อที่ดินผืนนี้ได้กว่า ๑๐ ล้านบาท

 

                    ในปัจจุบันพื้นที่ตรงนี้ได้เปิดขายแล้วเมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคมที่ผ่านมาเปิดในช่วงภาวะเศรษฐกิจแบบนี้มีลูกค้ามาแย่งกันจองแย่งกันทำสัญญาส่วนใหญ่เป็นเศรษฐีสำเพ็ง โอนเงินสดไม่ต้องกู้แบงค์กันทั้งนั้น นี่คืออานุภาพบุญที่เกิดขึ้น

 

                    นอกจากนี้ อานิสงส์ที่ถวายรถ ทำให้เธอสามารถซื้อพื้นที่ทำเลทองที่ติดกับมหาวิทยาลัยนานาชาติ มูลค่าของโครงการกว่า ๒,๐๐๐ ล้านในพื้นที่ ๑๐๐ ไร่ และสามารถประหยัดเงินสำหรับการซื้อที่ดินไปได้ถึงกว่า ๑๐๐ ล้านบาท เพราะบุญที่ทำอย่างเต็มที่เต็มกำลัง เพียงถวายรถไปเจ็ดแสนกว่าบาทเท่านั้น นั่นคือบุญที่ส่งผลรวดเร็วทันตาเห็น เธอกล่าวว่า“เราตั้งใจทำแบบสุดๆ เราก็ได้รับอานิสงส์สุดๆ เช่นกัน ทำบุญที่วัดพระธรรมกาย อานิสงส์ส่งผลแรงมากจริงๆ เคยทำบุญที่อื่นมาก็มากแล้ว แต่เพิ่งมาเห็นผลที่วัดพระธรรมกายนี่เอง”

 

                    คุณสุพัตราฝากบอกกับทุกท่านว่า “บุญนั้นเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขความสำเร็จในชีวิต ทำให้กิจการเจริญก้าวหน้า ครอบครัวมีความสุข โดยเฉพาะบุญใหญ่จากการสร้างพระธรรมกายประจำตัว อย่าไปคิดว่าตนเองไม่มีเงิน ให้แบ่งทรัพย์มาทำบุญ ทรัพย์นั้นจะเป็นอริยทรัพย์ และจะกลับมาช่วยเราในยามคับขัน” และขออนุโมทนาบุญกับผู้มีบุญทุกท่าน

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00037593444188436 Mins