เรื่องของโอโม กล่องที่ 55 : ตามหากัลยาณมิตร
ตอนมาอยู่ที่นี่ ถ้าพูดถึงคนไทยใกล้ๆ มีอยู่ในต่างเมืองจำนวน 2 เมืองๆละ 1 คน ทีมงานก็ค่อยๆทำความรู้จักไปเรื่อยๆทั้งคนท้องถิ่นและคนไทย ในเมืองต่างๆทั้งที่Brussel เมืองหลวง ได้รู้จักพี่ๆที่สถานฑูตไทย พี่ๆกลุ่มที่อยู่ร้านอาหารไทย และยังได้พบท่านฑูตทางด้านวิทยาศาสตร์คือท่านเสริมศักดิ์หรือพี่แดงและภรรยาคือพี่แต๋ว
มีกิจกรรมไปจัดปฏิบัติธรรมตามที่ต่างๆ แบบที่เราเรียกกันในภายหลังว่า บ้านกัลยาณมิตร มีได้ไปเยี่ยมสมาคมหนึ่งชื่อว่าสมาคมมิตรภาพ Vlaams-Thai ที่เมือง Koekelare (ชาวเบลเยี่ยมทางตอนบนเรียกว่าชาว Fremish หรือ Vlaams ในภาษาดัช)เป็นที่ทราบดีว่าชาวเบลเยี่ยมเป็นคนที่ชอบมาเที่ยวเมืองไทยกันมาก ที่สมาคมนี้แต่ละคนมาเมืองไทยคนละหลายสิบครั้ง เอาเป็นว่าเลขาธิการสมาคมสามารถพูดไทยได้ ทั้งมีภรรยาเป็นคนไทยชื่อพี่แมว ดังนั้นวันที่ไปเยี่ยม คุยกันสนุกสนานเพราะคุยกันด้วยภาษาไทย
ที่เมือง Koekelare ยังมีห้องสมุดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศสถาปัตยกรรมแห่งชาติด้วย ตัวอาคารห้องสมุดดัดแปลงมาจากโรงงานผลิตเบียร์ พยายามอนุรักษ์สิ่งต่างๆไว้แต่ก็ใช้เป็นห้องสมุดได้ ตัวห้องประชุมเคยเป็นห้องบรรจุเบียร์ลงขวด ยังมีหัวก๊อกที่บรรจุเบียร์ที่ถูกจ่ายมาตามท่ออยู่เลย ดีไม่มีเบียร์ ไม่งั้นนั่งประชุมไป เปิดก๊อกเอาเบียร์มาดื่มการประชุมน่าจะยืดเยื้อแน่ๆ
อีกสิ่งที่น่าสนใจคือสมาคมนี้สามารถสร้างศาลาไทยในกลางเมืองได้ เป็นที่รู้กันว่าในยุโรปนี้เข้มงวดเรื่องการก่อสร้างมาก ยิ่งสถาปัตยกรรมที่ไม่ใช่ยุโรปยิ่งยากไปใหญ่ นี่แสดงว่าสมาคมนี้เข้มแข็งไม่เบาที่ทำประชาพิจารณ์ผ่านมาได้ ศาลาก็มีประโยชน์อยู่ ภายในเป็นห้องหม้อแปลงไฟฟ้าของเมือง
ที่ศูนย์มีผู้ที่สนในการเรียนธรรม แวะเวียนมาเรื่อยๆทั้งส่วนตัวและเป็นหมู่คณะ สำหรับมาส่วนตัวน่าสนใจมีอยู่ 2 ราย รายหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ห้องสมุดในเมืองจะมาฟังธรรมกับหลวงพี่นิโคลัสในตอนเช้าก่อนไปทำงานกับลูกสาวจะมาเวลา 7โมงเช้าตรงเป๊ะ ฟังธรรมสัก 15 นาที ก็จะถวายผลไม้บ้าง ผักสดบ้าง เราก็ได้นำมาประกอบอาหารทานกัน
อีกรายหนึ่งเป็นนักศึกษาอยู่ต่างเมืองต้องนั่งรถไฟมา มาร่วมปฏิบัติธรรมช่วงเย็น แล้วก็นั่งรถไฟเที่ยวสุดท้ายกลับ ภายหลังได้มาช่วยงาน ได้มาอบรม และได้บวชเป็นพระที่วัดพระธรรมกาย จนมาเป็นพระอาจารย์ที่วัดพระธรรมกายเนเธอร์แลนด์ในปัจจุบัน ท่านนั้นก็คือหลวงพี่ซันเดอร์ นี่คือดอกผลจากอีปเปอร์