พัฒนาตนสู่ศาสน์ สู่สังคม

วันที่ 18 กย. พ.ศ.2569

 

พัฒนาตนสู่ศาสน์ สู่สังคม

2026_09_10_1ss1.jpg

                  ในความเป็นอุบาสิกาแห่งวัดพระธรรมกาย อุบาสิกาเหล่านี้ได้ตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อเข้าถึงพระธรรมกายภายใน ตั้งใจศึกษาหาความรู้ ฝึกฝนตนเองในการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาได้ฝึกความมีวินัย เคารพ และมีความอดทนในการอยู่ร่วมกัน อุบาสิกาแต่ละคนได้ฝึกการดูแลปัจจัยสี่ เสนาสนะและสภาพแวดล้อมให้ ๑) สะอาด ๒) มีระเบียบ ๓) สุภาพ ในเรื่องการแต่งกายการใช้คำพูดแสดงความเคารพและให้เกียรติ และมีบุคลิกภาพที่ดี ๔) ตรงเวลา เป็นการฝึกวินัยต่อตนเองและสังคม ๕) สมาธิ ฝึกทำใจให้ผ่องใส สงบ และเกิดปัญญา ทำให้การทำงานพระพุทธศาสนาสร้างบารมีของเหล่าอุบาสิกาที่มาอยู่ร่วมกันมีหลักและวัฒนธรรมในความเป็นอยู่ก่อให้เกิดความเป็นปึกแผ่นในการสานต่อปณิธานในการเผยแผ่ธรรมะไปทั่วโลก เป็นการเดินตามครูบาอาจารย์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุดในสังสารวัฏเพื่อมุ่งสู่ “ที่สุดแห่งธรรม”

 

คุณค่าที่ได้ในเส้นทางที่ “ใช่”

2026_09_10_1ss1.jpg

                     การพัฒนาตนเองและเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ๑) อุบาสิกาได้ฝึกฝนตนเองอย่างเข้มงวดทั้งกาย วาจา ใจ รักษาศีล ๘ เป็นปรกติเป็นชีวิตกึ่งนักบวช มีกิจวัตรกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติธรรม ทำให้เกิดความเข้าใจในวิธีการนั่งสมาธิมากขึ้น มีความสุขที่เกิดจากภายใน และใช้ชีวิตได้

 

2026_09_18_1DK78.jpg

 

                 อย่างสมดุล ๒) การทำหน้าที่สนับสนุนงานพระพุทธศาสนา ทำให้ได้รู้เป้าหมายชีวิตว่า เกิดมาเพื่อสร้างความดี สร้างบุญบารมีให้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงเพื่อการทำมาหากิน มีครอบครัว และแก่ตายเท่านั้น ชีวิตยังต้องสะสมเสบียงบุญเพื่อไปพักกลางทางที่ดุสิตบุรี และกลับมาสร้างบารมีจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม ๓) ได้ฝึกฝนคุณธรรมต่างๆ ในการดูแลปัจจัยสี่ ในหลัก UG5 (ความดีพื้นฐานสากล ๕ ประการ) รวมทั้งการศึกษาพระธรรมคำสอน เพื่อนำมาแก้ไขตนเอง และใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้สาธุชนในฐานะกัลยาณมิตร การเป็นอุบาสิกาจึงได้สร้างบารมี ๑๐ ทัศน์ ได้แก่ ทานบารมี, ศีลบารมี, เนกขัมมบารมี, ปัญญาบารมี,วิริยะบารมี, ขันติบารมี, สัจจะบารมี, อธิษฐานบารมี, เมตตาบารมี, และอุเบกขาบารมี แนวทางของอุบาสิกาจึงทำให้มีความสุขกาย สบายใจ ใจผ่องใส สงบ และเกิดปัญญา รวมถึงได้ลดละความโลภ โกรธ หลง ความรัก และความยึดติดลงได้ และมีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น ๔) ได้รับโอกาสในการรับบุญงานองค์กรด้านต่าง ๆ เช่น การทำหน้าที่กัลยาณมิตร, งานดูแลสาธุชน งานพิธีกรรม งานต้อนรับ งานจราจร งานประชาสัมพันธ์ งานอบรม งานเผยแผ่ธรรม งานการศึกษางานวิชาการ งานเขียน งานจัดทำรายการ ผลิตสื่อต่าง ๆ และงานธุรการ เป็นต้น

 

                 ประสบการณ์ภายในและความสุขจากการปฏิบัติธรรม อุบาสิกามีโอกาสปฏิบัติธรรมต่อเนื่องทั้งในชีวิตประจำวันซึ่งองค์กรกำหนดให้ช่วงเช้าสมาชิกทุกท่านมีโอกาสนั่งสมาธิที่ห้องประชุมใหญ่เทวสภาร่วมกัน ภาคเย็นนั่งสมาธิและรับฟังโอวาทหลวงพ่อร่วมกัน นอกจากนี้องค์กรยังจัดให้มีโครงการปฏิบัติธรรม และเข้าโครงการปฏิบัติธรรม ๒ สัปดาห์/รุ่น/ปี สำหรับสมาชิกองค์กร

 

2026_09_18_1DK79.jpg

 

๑ ท่าน ๑) หลายท่านได้สัมผัสความสงบและความสุขจากการนั่งสมาธิและฟังธรรมตั้งแต่ครั้งแรกที่มาวัด บางท่านพบความสว่างภายในแบบไม่มีตัวตน และประสบการณ์เห็นแสงสว่างเห็นกายภายในที่ชัด ใส สว่าง จากการนั่งสมาธิกับหลวงพ่อ ๒) การได้นั่งสมาธิอย่างจริงจัง ทําให้ธรรมะภายในก้าวหน้าขึ้นเรื่อย ๆ จนรักการนั่งสมาธิ มั่นใจในวิชชาธรรมกายและมีประสบการณ์ภายในที่ก้าวหน้า เช่น เห็นจุดเล็ก ๆ ใสสว่างเหมือนดวงดาว และเกิดองค์พระผุดซ้อนขึ้นมา ณ ศูนย์กลางกายนํามาซึ่งความสุขภายในที่หาจากที่อื่นไม่ได้

 

                    ความศรัทธาและความเชื่อมั่นในครูบาอาจารย์ อุบาสิกาหลายท่านตัดสินใจช่วยงานวัดเพราะเห็นจริยาวัตรที่ผ่องใส สงบ สง่างามของหลวงพ่อธัมมชโย การสอนธรรมะได้อย่างลึกซึ้งการพร่ำสอนที่อยากให้เจ้าหน้าที่และสาธุชนมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันสูงสุด การได้เห็นคุณธรรมและคุณวิเศษของหลวงพ่อ รวมทั้งความเป็นแบบอย่างของการสร้างบารมีที่ละเอียดรอบคอบ อบอุ่นและความเมตตาที่ท่านมอบให้ เหล่านี้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและศรัทธาอย่างแรงกล้า

 

                   การเอาชนะอุปสรรคและการทำงานด้วยความทุ่มเท

 

                  อุบาสิกาบางท่านแม้จะเผชิญกับปัญหาที่ครอบครัวไม่เข้าใจหรือสังคมไม่ยอมรับในช่วงแรกแต่อุบาสิกาเหล่านั้นสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ด้วยความอดทนสูง ความมุ่งมั่นที่จะช่วยงานพระพุทธศาสนา และกำลังใจจากครูบาอาจารย์ ถึงแม้ว่าการทำงานในวัดยุคบุกเบิกจะลำบาก เช่นอุปกรณ์ไม่พร้อม ด้านที่พัก ที่ทำงาน การเดินทางยากลำบากหรือต้องนอนบนแคร่ไม้ไผ่กลางแจ้งแต่อุบาสิกาก็พร้อมปรับตัวทุกรูปแบบ และรู้สึกอบอุ่นในหมู่คณะ ทั้งนี้ทุกกิจกรรมในวัดถือว่าเป็นงานบุญและการสร้างบารมี ทำให้เกิดความปลื้มปีติอย่างมากจากการได้ทำหน้าที่แม้จะเหน็ดเหนื่อยก็ตาม

 

คุณค่าต่อพระศาสน์

2026_09_10_1ss1.jpg

                   การทำหน้าที่ของอุบาสิกา ทำให้คนในสังคมมีความรู้และเข้าใจหลักธรรม หากคนในสังคมทำตามหลักธรรมย่อมทำให้สังคมมีความสงบสุข และ “พระพุทธศาสนาก็ย่อมมีความมั่นคงและหยั่งรากลึกไปเรื่อย ๆ” บทสัมภาษณ์อุบาสิการุ่นต่าง ๆ กล่าวถึงคุณค่างานต่อพระพุทธศาสนาคือ “ทุกโครงการที่หลวงพ่อให้พวกเราดำเนินงาน ล้วนมีเป้าหมาย คือ “พาทุกคนให้ไปถึงที่สุดแห่งธรรม” และทำให้ชาวพุทธและชาวโลกรู้ความจริงของชีวิตและใช้ชีวิตได้คุ้มค่าถูกต้องตามพุทธวิธี"

 

                  “วัดพระธรรมกายได้ส่งเสริมการสอน “สมาธิ” ผู้ใดมาถึงวัดจะรู้จักวิธีทำใจให้สงบ การทำใจให้สงบเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสมาธิยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการรักษาศีลได้อย่างมั่นคง เมื่อผู้คนได้นั่งสมาธิรวมกันจำนวนล้านคน สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือการดึงดูดพลังใจที่ดีเข้าหากัน จะทำให้โลกเกิดสันติภาพ เพราะ “สันติภาพภายนอก เกิดจากสันติสุขภายใน

 

                   “การทำงานของอุบาสิกาเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ “อายุพระพุทธศาสนายืนยาวมากขึ้น”เพราะทุก ๆ ภารกิจเพื่อการสร้างเครือข่ายสังคมคนดี วัดพระธรรมกายนับว่าเป็นแม่แบบให้กับวัดและศูนย์สาขาของวัดพระธรรมกายทั้งในและต่างประเทศขยายเพิ่มมากขึ้น นั่นคือการเผยแผ่พระพุทธศาสนาค่อย ๆ ขยายไปทั่วทุกมุมโลก งานสร้างบารมีจึงเป็นเรื่องเดียวกับการทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ"

 

                   “ในการทำงานของอุบาสิกา ตามโครงการวัดพระธรรมกาย ทุก ๆ ภารกิจเป็นไปเพื่อให้ชาวพุทธมีศีล ๕ ทุกครอบครัว ซึ่งนั่นคือส่งผลต่ออบายมุขต่าง ๆ จะลดลง การเข่นฆ่า ลักทรัพย์ชิงทรัพย์ ผิดประเวณี การพูดโกหก และการค้าขายสุรายาเสพติดลดลง สังคมจะสงบร่มเย็นประเทศจะได้รับการพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจและจิตใจอย่างที่สุด”

 

2026_09_18_1DK80.jpg

2026_09_18_1DK81.jpg

 

                   “การสร้างวัดให้เป็นวัด การสร้างพระให้เป็นพระแท้ การสร้างคนให้เป็นคนดี ยังคงเป็นปณิธานที่วัดพระธรรมกายดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อมีพระดี สอนดี เกิดกลุ่มคนดีมีเป้าหมายช่วยเหลือสังคม และสังคมที่มีบุคลากรที่มีศักยภาพในการทำงานอย่างเป็นสัมมาทิฐิย่อมก่อให้เกิดความสุข ทั้งกาย วาจา ใจ ในวงกว้าง นอกจากนี้วัดยังส่งเสริมโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น น้ำท่วม สงคราม การแพร่ระบาดของโควิด เป็นต้น"

 

                   ความเป็นอุบาสิกา เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการหว่านลงในผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแสงแดดแห่งคำสอน น้ำทิพย์แห่งการปฏิบัติ และการดูแลเอาใจใส่จากผู้เพาะปลูก เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นจึงงอกงามแข็งแรง ผลิบานเป็นดอกไม้แห่งศรัทธาที่พร้อมจะเบ่งบานเพื่อประโยชน์สุขของโลกต่อไป

 

                  คุณค่าในงานสร้างบารมีของเหล่าอุบาสิกา ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างบารมีที่ได้บุญบารมีข้ามภพข้ามชาติเท่านั้น การรับใช้งานพระพุทธศาสนาเป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา และช่วยเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก ก่อให้เกิดคนดีมีศีลมีธรรมในสังคม โลกยังต้องการคนดีอีกมากมาย อุบาสิกายังคงเป็นสถานภาพที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของพระพุทธศาสนา ซึ่งจะช่วยให้สังคมสงบสุขประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

 

2026_09_18_1DK82.jpg

2026_09_18_1DK83.jpg

 

ฝากข้อคิด...นักรบใหม่แห่งกองทัพธรรม

2026_09_10_1ss1.jpg

                   น้อง ๆ อุบาสิกาผู้ตั้งใจสร้างบารมีทุกท่าน ชีวิตของพวกเราเป็นชีวิตกึ่งนักบวช เมื่อได้เข้ามาวัดรักษาศีล ๘ ตั้งประพฤติพรหมจรรย์ ขอให้มั่นใจว่า....การก้าวเดินบนเส้นทางแห่งพุทธธรรมสายนี้คือ บุญใหญ่ที่ได้เลือกและตัดสินใจเข้ามาแล้ว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ได้มาพบหมู่คณะมหาปูชนียาจารย์ผู้ประเสริฐยิ่ง และวิชชาธรรมกาย ซึ่งหลวงพ่อและคุณยายอาจารย์ฯ ท่านได้ทุ่มบุญของท่านเพื่อตามพวกเรามารวมกัน แม้บางท่านอาจจะมาไม่ทันยุคบุกเบิก หรือไม่เคยพบหลวงพ่อและคุณยายอาจารย์ฯ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือคำสอนอันทรงคุณค่าที่หลวงพ่อและคุณยายอาจารย์ฯท่านสอนไว้ เพียงเราศึกษา ทบทวน นำคำสอนเหล่านั้นมาปฏิบัติด้วยตนเอง เราก็จะเห็นผลได้ด้วยตัวของเราเอง และสามารถสร้างบารมีไปกับท่านได้แน่นอน

 

                   กุญแจสำคัญสู่การเป็นอุบาสิกาที่มั่นคงและยาวนานบนเส้นทางสายนี้ คือการตั้งใจสั่งสมบุญบารมีและทำงานพระพุทธศาสนาอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะได้รับบุญทำหน้าที่อยู่ส่วนใดก็ตามจงทุ่มเททำทั้งชีวิตจิตใจให้เต็มที่ เพราะทุกส่วนงานล้วนเป็นบุญที่จะช่วยผลักดันงานพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง เปรียบดังฟันเฟืองของเครื่องจักร จะขาดชิ้นใดชิ้นหนึ่งไปไม่ได้เลย หลวงพ่อท่านให้งานด้วย และให้บุญด้วยเพื่อที่เราจะทำงานทุกอย่างให้สำเร็จ ท่านย้ำเสมอว่า “ผลบุญเป็นของทุกท่าน ผลงานเป็นของทุกคน”

 

                   ยึดมั่นในการปฏิบัติธรรมและคำสอนของครูบาอาจารย์ ฝึกฝนตนเองตามคำสอนของหลวงพ่อและคุณยายอาจารย์ฯ อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ ๒ ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นยิ่งดี เพื่อให้ใจของเราสะอาดบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว หลวงพ่อสอนให้เราทำตามหลักทาน ศีลภาวนา และเชื่อมั่นว่าการปฏิบัติอย่างถูกวิธี ด้วยสติ สบาย สม่ำเสมอ และการสังเกต จะช่วยให้เข้าถึงธรรมะภายในได้อย่างง่ายดาย

 

                  ฝึกฝนตนเองให้มีวินัย รักความสะอาด และความเป็นระเบียบ ฝึกตัวเองตามแบบอย่างคุณธรรมของคุณยายอาจารย์ฯ ๑๒ ประการ หลวงพ่อท่านยังย้ำให้ทำทุกสิ่งอย่าง “เจี๊ยบ เฉียบเป๊ะ” รวมถึงการดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วยการรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัยพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกําลังกายอย่างสม่ำาเสมอ เพื่อให้มีพลังในการสร้างบารมี

 

                 มีมโนปณิธานและเป้าหมายที่ชัดเจน มีพระ มีพ่อ มีภารกิจ จงมีหลวงพ่อเป็นธงชัยและผู้นำในการสร้างบารมี และยึดมั่นในมโนปณิธาน ๔ ข้อ ได้แก่ ๑) ฝึกฝนตนเองให้ดีที่สุด ๒) ดูแลสุขภาพของตนเอง ๓) ทำประโยชน์ให้กับเพื่อนร่วมงานและหมู่คณะ ๔) จะไม่ทำให้หลวงพ่อต้องเป็นห่วง จงตั้งเป้าหมายในชีวิตให้ชัดเจน และไม่เห็นสิ่งใดเป็นอุปสรรค มุ่งประโยชน์ของพระพุทธศาสนาเป็นหลักแล้วก้าวไปให้ถึงหลักชัย เพราะเรามีแต่ผังชนะ ไม่มีผังพ่ายแพ้

 

                 รักหมู่คณะ มีความสามัคคี และให้อภัยซึ่งกันและกัน เมื่ออยู่ในครอบครัวใหญ่ หากมีความไม่พอใจเกิดขึ้น จงให้อภัยกัน มองผู้อื่นด้วยจิตเมตตา จงเชื่อมั่นว่าทุกคนเป็นทีมเดียวกันและอย่าคิดที่จะออกจากหมู่คณะเพียงเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การกระทบกระทั่งกัน เป็นต้น

 

                 เชื่อมั่นในบุญและเส้นทางวิชชาธรรมกาย การที่ได้มาอยู่บนเส้นทางนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นเพราะมีบุญเก่าร่วมกันมา ความสุขและความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อใจเราอยู่ในบุญ และบุญนี้จะเป็นตัวหล่อเลี้ยงเรา จงใช้ความรู้ความสามารถและศักยภาพที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ต่องานเผยแผ่พระพุทธศาสนาและวิชชาธรรมกายไปทั่วโลก

 

                น้อง ๆ อุบาสิกาทุกท่าน เราได้อยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยและเป็นแหล่งบุญธาตุที่สุดแล้วการที่เราได้มาเจอหลวงพ่อ คุณยายอาจารย์ฯ และหมู่คณะนี้ ถือเป็นความโชคดีอย่างยิ่งยวดขอให้ทุกท่านสร้างบารมีอย่างมีความสุขในทุก ๆ วัน และขอให้ตามติดมหาปูชนียาจารย์ไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม

 

2026_09_18_1DK84.jpg

 

2026_09_18_1DK85.jpg

2026_09_18_1DK86.jpg

 

รายนามอุบาสิกาสอบได้ พ.ศ. ๙

                    ๑. อุบาสิกาตร.ชนิดา จันทราศรีไสล พ.ศ.๙ ปี พ.ศ. ๒๕๔๓

                    ๒. อุบาสิกาสิริมาส พัฒนศรี พ.ศ.๙ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙

                    ๓. อุบาสิกาดร.เรนุตา พัสตร์ นนทะสร พ.ศ.๙ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐

                    ๔. อุบาสิกาดร.สุปราณี พณิชยพงศ์ พ.ศ.๙ ปี พ.ศ. ๒๕๕๐

                    ๕. อุบาสิกานภาพร วรสายันห์ พ.ศ.๙ ปี พ.ศ. ๒๕๕๒

                    ๖. อุบาสิกาสิรินุช บุสโร พ.ศ.๙ ปี พ.ศ. ๒๕๕๙

                    ๗. อุบาสิกาดร.ประสงค์ สมน้อย บ.ศ.๙ ปี พ.ศ. ๒๕๖๓

อุบาสิกาแห่งวัดพระธรรมกายสอบได้บาลีศึกษา (บ.ศ.) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๖๘ มีจำนวนดังนี้ ๑. บ.ศ.๙
จํานวน ๗ คน ๒. พ.ศ.๘ จำนวน ๑ คน ๓. พ.ศ.๒ จำนวน ๒ คน ๔. พ.ศ.๕ จำนวน 5 คน ๕. บ.ศ.๔ จำนวน ๔ คน 5. บ.ศ.๒
จํานวน ๘ คน ๗. พ.ศ.๑-๒ จํานวน ๓๓ คน รวม ๖๑ คน

 

                   วัดพระธรรมกายภายใต้การนำของหลวงพ่อธัมมชโย, หลวงพ่อทัตตชีโว และคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ได้เติบโตและพัฒนาอย่างมั่นคง

 

                   จากผืนดินเรียบง่ายสู่ศูนย์กลางพุทธศาสนาขนาดใหญ่ ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล การสอนที่เข้าถึงง่าย และการเป็นแบบอย่างที่ชัดเจน

 

                  อุบาสิการุ่นต่าง ๆ ได้อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา ไม่เพียงพัฒนาตนเองให้มีคุณธรรมและเข้าถึงธรรมะภายในประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติแต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมเผยแผ่ธรรมะและสร้างการดำเนินงานของวัดสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในเป้าหมายสูงสุดคือ “ที่สุดแห่งธรรม” และความมุ่งมั่นที่จะนำพาทุกคนไปสู่สันติสุขภายใน เพื่อสร้างสันติภาพภายนอกให้เกิดขึ้นในโลก

 

2026_09_18_1DK87.jpg

 

 

2026_09_10_1ssss1.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0016708175341288 Mins