อานิสงส์สร้างเจดีย์เป็นพุทธบูชา

วันที่ 14 พย. พ.ศ.2558

อานิสงส์สร้างเจดีย์เป็นพุทธบูชา
 

อานิสงส์สร้างเจดีย์เป็นพุทธบูชา

 

     บุญ แปลว่า เครื่องชำระใจให้สะอาด ให้บริสุทธิ์ผ่องใส ปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลง เมื่อใจเราปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลงแล้ว ความบริสุทธิ์ของใจก็จะรวมตัวเกิดขึ้น เป็นดวงใสบริสุทธิ์ประดุจเพชรลูกที่เจียระไนแล้ว เป็นดวงกลมสุกใสสว่าง เกิดขึ้นที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗  ความใสความสว่างที่ปรากฏเกิดขึ้น ตรงนี้แหละเรียกว่าบุญ  และผลที่จะตามมาคือความสุขที่เราจะได้รับ เป็นความสุขที่ไม่มีขอบเขต สุขเที่ยงแท้ถาวร ไม่มีความสุขอื่นยิ่งไปกว่า สุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่งที่ตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗  ซึ่งเป็นแหล่งแห่งบุญกุศล เมื่อหยุดนิ่งอยู่ที่ตรงนี้ถูกส่วนก็จะเข้าถึงความสุขที่แท้จริงภายใน


พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า
 

“มาวมญฺเญถ ปุญฺญสฺส    น มตฺตํ อาคมิสฺสติ 
อุทพินฺทุนิปาเตน          อุทกุมฺโภปิ ปูรติ
ปูรติ ธีโร ปุญฺญสฺส        โถกํ โถกํปิ อาจินํ
 
     ไม่ควรดูหมิ่นบุญว่ามีประมาณน้อย จักไม่มาถึง
แม้หม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตกฉันใด
ผู้มีปัญญา สั่งสมบุญแม้ทีละน้อยๆ ย่อมเต็มได้ด้วยบุญฉันนั้น"


     การเกิดมาในภพชาติหนึ่งๆ ของเรานั้น ไม่ควรให้วันเวลาผ่านไปเปล่า ควรสั่งสมบุญบารมีให้มากขึ้นทุกๆ วัน เพราะบุญเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตของเรา ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า บุญจะติดตามเราไปเหมือนกับเงาตามตัว และส่งผลจนกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม ไม่ว่าเราจะอยู่ในวัยเด็ก วัยหนุ่มสาว วัยกลางคนหรือวัยชรา เราก็ต้องทำหน้าที่ที่สำคัญ คือการสร้างบุญบารมีให้เต็มที่ในทุกขั้นตอนของชีวิต สั่งสมเสบียงติดตัวไปในการเดินทางข้ามวัฏสงสาร
 
     ไม่ว่าเราจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม หน้าที่การสร้างบารมีนี้ก็ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด ติดตัวมาทุกภพทุกชาติ จนกว่าเราจะได้บรรลุจุดหมายปลายทางของชีวิต เพราะเราเป็นนักสร้างบารมี เกิดมาเพื่อสร้างบารมีเท่านั้น สร้างกันให้เต็มที่เต็มกำลังไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฝนจะตก รถจะติด เศรษฐกิจตกตํ่า เราก็ไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์นั้นๆ มุ่งหน้าสร้างบารมีอย่างเดียว
 
     ที่ผ่านมา พวกเราได้มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์อันงดงามของชีวิต มาย้อนระลึกถึงวันเวลาแห่งความดี ที่เราได้ฝ่าฟันอุปสรรคมา จนกระทั่งสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์ได้สำเร็จ และได้ฉลองใหญ่ในวันนั้น มันน่าปลื้มอกปลื้มใจทีเดียว 
 
     เพราะเราปรารถนาให้โลกนี้พบกับสันติสุขที่แท้จริง ปรารถนาจะให้ทุกๆ คนเข้าถึงสันติสุขภายใน เข้าถึงพระรัตนตรัย จึงได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจในการทำหน้าที่ผู้นำบุญยอดกัลยาณมิตร ชักชวนผู้มีบุญทั้งหลายให้มาทำความดี มาให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา มาเอาบุญใหญ่ฉลองมหาธรรมกายเจดีย์  เป็นการเพิ่มพูนบุญบารมีให้แก่ตัวของเรา พอกพูนทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มรรคผล นิพพาน  สิ่งที่เราได้ทำนี้ ควรแก่การชื่นชมอนุโมทนา แม้บัณฑิตในกาลก่อนท่านก็ทำมาแล้ว เหมือนดังประวัติการสร้างบารมีของ
พระเอกุทานิยเถระ
 
     
* ในอดีตหลังพุทธปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า อัตถทัสสี  พระเถระได้เกิดเป็นยักษ์เสนาบดี ผู้มียศใหญ่และเป็นสัมมาทิฏฐิ รักในการสร้างบุญสร้างบารมี วันหนึ่งท่านได้นั่งคิดอยู่ลำพังว่า เราเป็นผู้มีอานุภาพมาก มีโภคทรัพย์สมบัติมากมาย แต่เราไม่มีเนื้อนาบุญอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สงสัยเราจะเป็นผู้มีบุญน้อย จึงไม่พบเนื้อนาบุญ
 
     ในขณะที่ท่านกำลังเศร้าโศกอยู่นั้น พระสาคระ ซึ่งเป็นอัครสาวกของพระอัตถทัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้ทรงอภิญญาและปฏิสัมภิทา ได้ล่วงรู้ถึงความคิดของท่าน จึงเมตตาปรารถนาอยากจะให้ยักษ์ได้บุญใหญ่ เพื่อเป็นพลวปัจจัยในการสร้างบุญกุศลต่อๆ ไป ในภพชาติเบื้องหน้า จึงทำหน้าที่ยอดกัลยาณมิตร เข้าไปในภพของยักษ์ แล้วกล่าวกับยักษ์ว่า “ท่านจะโศกเศร้าไปทำไม ถึงแม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะปรินิพพานแล้ว แต่หลักธรรมคำสอนของพระองค์ยังคงดำรงอยู่ สาวกที่ยึดมั่นศรัทธาในพระรัตนตรัยก็ยังมีอยู่ ท่านอย่ากลัวว่าจะไม่ได้ทำบุญเลย ให้ท่านจงตั้งใจประพฤติธรรมเถิด”
 
     จากนั้นพระเถระก็ยังเมตตาให้คำแนะนำต่อไปอีก โดยยกเอาพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า “ผู้ใดบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นนายกของโลก แม้ยังดำรงพระชนม์อยู่ หรือว่าเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้วก็ตาม ถ้าหากว่าได้บูชาพระบรมสารีริกธาตุมีประมาณเท่าเมล็ดพันธุ์ผักกาด ด้วยจิตอันเลื่อมใส ผลแห่งบุญนั้นก็มีค่าเสมอกัน เพราะฉะนั้นท่านจงทำพระสถูปเจดีย์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วตั้งใจบูชาด้วยจิตที่เลื่อมใสเถิด ผลบุญเป็นอันมากก็จะเป็นของท่าน”
 
     เมื่อยักษ์ฟังธรรมะจากพระเถระ และได้รับคำแนะนำให้สร้างพระสถูปเจดีย์ ท่านจึงได้ใช้ฤทธานุภาพบันดาลพุทธเจดีย์ขึ้นมา แล้วได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุด้วยตนเอง และยังชักชวนผู้มีบุญทั้งหลายให้มาบูชากัน พร้อมกับตั้งใจประพฤติธรรมอยู่ในกุศลกรรมบถด้วย ท่านทำอย่างนี้อยู่ ๕ ปี  กรรมที่ทำให้เป็นยักษ์ก็หมดไป เมื่อละจากกำเนิดยักษ์แล้ว ได้ไปบังเกิดในสุคติโลกสวรรค์เสวยทิพยสมบัติในเทวโลก
 
     เมื่อถึงคราวสร้างบารมีก็มาเกิดในเมืองมนุษย์ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่า ภูริปัญญา เป็นพระเจ้าจักรพรรดิที่มีอานุภาพมาก มีจิตเลื่อมใสในพระรัตนตรัยเป็นอย่างยิ่ง ท่านจะระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ตลอดเวลา เสมือนหนึ่งอยู่เฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ แล้วก็ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนนั้นเรื่อยมา บุญก็ส่งผลให้ท่านมีแต่ความสุขและความสำเร็จทุกภพทุกชาติ ไม่เคยไปสู่ทุคติเลย
 
     ท่านได้สร้างบารมี สั่งสมบุญกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกหลายพระองค์ เมื่อบุญบารมีเต็มเปี่ยม ในภพชาติสุดท้าย ได้มาบังเกิดในตระกูลใหญ่ ในพระนครสาวัตถี ได้มีโอกาสฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา แล้วมีจิตเลื่อมใส ออกบวชอุทิศชีวิตในบวรพระพุทธศาสนา เป็นสมณะผู้เคร่งครัดในวัตรปฏิบัติ รักในการประพฤติปฏิบัติธรรม จนกระทั่งกลั่นจิตกลั่นใจได้สะอาดบริสุทธิ์ถึงที่สุด เข้าถึงกายธรรมอรหัตเป็นพระอรหันต์ เมื่อพระเถระระลึกชาติหนหลังดูประวัติการสร้างบารมีของท่าน ก็เกิดความปลื้มปีติเบิกบานใจ ในสิ่งที่ได้กระทำไว้ดีแล้วในชาติปางก่อน ระลึกถึงครั้งใดก็ชื่นอกชื่นใจทุกครั้งไป
 
     เราเองก็เช่นเดียวกัน สั่งสมบุญไว้มากๆ จะได้ปลื้มใจเหมือนกับพระอรหันต์ เกิดมาชาติหนึ่ง ก็ต้องสร้างบารมีกันให้เต็มที่ อย่าเบื่อหน่ายในการสร้างบุญ เพราะบุญนั้นต้องทำบ่อยๆ  นักปราชญ์บัณฑิตในกาลก่อนนั้น ท่านเป็นต้นแบบต้นบุญ ถึงแม้ท่านจะไม่ได้พบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ก็ตั้งใจสั่งสมบุญบารมี สร้างพระเจดีย์บูชาพระรัตนตรัย เช่นเดียวกับที่พวกเราได้ทำอยู่
 
     เพราะฉะนั้น ให้เราปลื้มปีติใจเถิดว่า เราได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามมีคุณค่าอย่างยิ่ง เป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อโลกและจักรวาล ให้เรานึกถึงบุญอย่างนี้อยู่เสมอๆ  บุญนั้นก็จะติดอยู่ในกลางตัวของเรา ไม่ได้หายไปไหน  จะติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของเราไปทุกภพทุกชาติ จะเป็นที่รวมของสมบัติทั้งหลาย ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข  มรรคผล นิพพาน รวมอยู่ในกลางดวงบุญนี้  ถ้ามีบุญมากสมบัติก็บังเกิดขึ้นมาก บุญปานกลางสมบัติก็จะได้ปานกลาง มีบุญน้อยสมบัติก็ลดหลั่นลงมาตามลำดับ
 
     เมื่อเราได้สร้างบุญกุศลไว้ดีแล้ว อานิสงส์ใหญ่จึงเกิดขึ้น เวลาสมบัติเกิดขึ้นจึงเป็นสมบัติมหาศาล ถ้าเป็นมนุษย์ ท่านก็เรียกว่ามนุษย์มหาศาล  พราหมณ์มหาศาล เศรษฐีมหาศาล กษัตริย์มหาศาล คือ มีสมบัติในเมืองมนุษย์มากมาย สามารถจับจ่ายใช้สอยสร้างบารมีได้อย่างเต็มที่ ถ้ายังไปนิพพานไม่ได้ ก็ไปเป็นชาวสวรรค์ ได้ทิพยสมบัติมหาศาลอีกเช่นเดียวกัน  จนกระทั่งวาระสุดท้ายเมื่อบารมีเต็มเปี่ยม นิพพานสมบัติก็จะเกิดขึ้น คือ แทนที่จะตัดกิเลสได้อย่างเดียว ก็จะได้ทั้งวิชชา ๓  วิชชา ๘  อภิญญา ๖  ปฏิสัมภิทาญาณ ๔  จะเกิดขึ้นมาพร้อมกันหมด เพราะฉะนั้นให้หมั่นสั่งสมบุญ ให้ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาให้ยิ่งๆ ขึ้นไปทุกๆ คน


 

พระธรรมเทศนาโดย : พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) 
* มก. เล่ม ๕๐ หน้า ๓๓๙