วัตถุประสงค์แท้จริงการใช้ปัจจัย ๔

วันที่ 12 เมย. พ.ศ.2559

 

วัตถุประสงค์แท้จริงการใช้ปัจจัย ๔

 

"ไม่อยู่เพื่อกิน-ใช้ แต่กิน-ใช้ เพื่ออยู่ทำความดี"

วัตถุประสงค์แท้จริงการใช้ปัจจัย๔
1. เสื่อผ้าเครื่องนุ่งห่ม 

    เวลาไปซื้อเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เราไม่ได้นึกล่วงหน้าว่าจะเอาเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเหล่านี้ไปทำอะไร 
ไม่ได้นึกถึงวัตถุประสงค์จริงๆ ในการใช้เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มว่าจะนำมาสวมใส่เพื่อป้องกัน
- สายลมแรง แดดร้อน
- เหลือบยุงริ้นไรไต่ตอม
- สัตว์เลื้อยคลานขบกัด
- ความร้อนความหนาวอุณหภูมิภายนอก
- ปกปิดความอาย
          เพราะความที่ไม่ได้คิดมาก่อนนี่เอง จึงเพาะนิสัยมักง่าย คือทำอะไรไม่ค่อยได้คิด ทำอะไรแล้วไปไม่ถึงวัตถุประสงค์ มองลึกเข้าไปถึงต้นตอของปัญหาไม่เป็น ดังนั้น เราจึงซื้อหามามากเกินความจำเป็น ซื้อเพราะใส่แล้วสวย ใส่แล้วหล่อ ใส่แล้วดูเท่ทันสมัย ใส่แล้วดูเป็นคนในแวดวงสังคมชั้นสูง เสื้อผ้าที่ควรเปิดกลับปิด ที่ควรปิดกลับเปิด ควรยาวกลับสั้น ควรสั้นกลับยาว เราจึงต้องเหนื่อยเกินเหตุ
           ตอนเราเป็นเด็กไม่ค่อยได้นึกอะไร แต่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมามีลูกน้องอยู่ในสังกัด พอสั่งลูกน้องไปทำงาน ใช้อย่างไปทำอีกอย่าง ทำไมเป็นอย่างนี้ เพราะตลอดชีวิตเขาถูกฝึกมาตั้งแต่เล็กว่าทำอะไรไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ คือทำตามใจตัวเอง แล้วยังชอบอ้างสโลแกนว่า "ทำอะไรตามใจคือไทยแท้" ทำไมจึงมักง่ายเอาแต่ใจตัวเองขนาดนั้น ผลที่ได้รับคือ
- มีลูก ก็ไม่ได้ลูกอย่างใจ
- มีสามี ก็ไม่ได้สามีอย่างใจ
-มีภรรยา ก็ไม่ได้ภรรยาอย่างใจ
- มีลูกน้อง ก็ไม่ได้ลูกน้องอย่างใจ

               จะไปโทษใคร เพราะเราทำอะไรตั้งแต่เล็กก็ไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์จริงๆของสิ่งที่จะทำ นี่คือที่มาของข้อบกพร่องของตัวเองการที่มีแม่บ้านไม่ได้ดั่งใจ มีพ่อบ้านไม่ได้ดั่งใจ เพราะทุกคนชอบตามใจตนเอง คนที่ถูกใจเราคือคนที่ตามใจเราใช่หรือไม่ดังนั้น ห้ามไปโทษใคร ถ้าจะโทษก็ต้องโทษตัวเอง

2. ที่อยู่อาศัย
    เวลาต้องการหาที่อยู่อาศัย จะซื้อบ้านก็ไม่ได้นึกถึงว่าที่อยู่อาศัยเอาไว้ทำอะไรบ้าง วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการมีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยมีดังนี้
- ป้องกันอากาศหนาว ร้อน ลม ฝน แสงแดด
- ป้องกันคนมาประทุษร้ายต่อร่างกายและทรัพย์สิน
- ป้องกันสัตว์และแมลงมารบกวน
- ใช้เป็นสถานที่สวดมนต์ภาวนา
- ใช้เป็นสถานที่ทำงานและพักผ่อน
- ใช้เป็นสถานที่ให้ตนเองและครอบครัว กิน อยู่ หลับนอน

 

วัตถุประสงค์แท้จริงการใช้ปัจจัย ๔

 

              แต่เวลาจะซื้อหรือสร้างบ้านพร้อมที่ดินจริงๆ 20-30ล้าน ไม่พอ  เป็น 100 ล้านก็มี ยังไม่รวมค่าตกแต่งภายในหลากหลายสไตล์ สรรหาเฟอร์นิเจอร์มาใส่สุดหรู เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว เครื่องนอน เครื่องสุขภัณฑ์ อ่างอาบน้ำระบบน้ำวน แอร์ฝังเพดาน ทีวีขนาดใหญ่ ระบบดิจิตอล ระบบพลาสมา ฝังผนังทุกห้อง ม่านหลุยส์ ไฟช่อเพดาน พื้นบ้านไม้สัก บันไดโค้ง รวมไปถึงโรงรถจุได้นับสิบคัน สร้างเสร็จเชิญคนรู้จักมาร่วมทำบุญ บ้านสวยสมใจ เบากระเป๋า ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่านี่แหละบ้านหรูมีระดับ 
             คนที่อยู่สุขสบายที่สุด คือบรรดาคุณแม่บ้าน เพราะเขาอยู่กันทั้งวัน ยิ่งบ้านหลังใหญ่ต้องจ้างแม่บ้านหลายคนปัจจุบันเขานำเข้าแรงงาน มาจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ยิ่งมีบริเวณมากเกิน 200 ตารางวา ต้องจ้างคนดูแลสวนอีก อยู่กันหลายคนมีรถหลายคันต้องจ้างคนขับรถเพิ่ม พอเจ้านายออกไปทำงานลองคิดดูว่าใครใช้เฟอร์นิเจอร์หรู ใครจะได้ใช้เครื่องครัวราคานับแสน ใครจะอยู่บ้านเปิดแอร์ฟังเพลงเครื่องสเตอริโอกระหึ่มบ้าน แถมได้ดูทีวี แบบคมชัดทั้งวัน ถ้าเจ้านายเผลอไปต่อว่าเข้า ก็จะน้อยอกน้อยใจเปรียบเทียบว่าบ้านโน้นยังทำได้ เพราะคนกลุ่มนี้ข้อมูลถึงกัน  เดี๋ยวจะชวนกันลาออก เดือดร้อนต้องหาคนมาฝึกใหม่เสียอีก เจ้าของบ้านทั้งหลายก็เลยต้องกล้ำกลืนฝืนทนกันไป
                ส่วนตัวเจ้าของบ้านและคุณลูก คุณภรรยา คุณสามีทำงานเหนื่อยกลับมาถึงบ้านก็หมดแรง นอนพักผ่อนได้ไม่กี่ชั่วโมงเช้าก็ต้องรีบลุกไปทำงานหาเงินตัวเป็นเกลียวมาจ่ายค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่า WiFi ค่าตัดหญ้าแต่งกิ่งไม้ใบไม้ ค่าอาหารสัตว์เลี้ยง ค่าอาหารสด อาหารแห้ง เงินเดือนคุณแม่บ้าน ค่าใช้จ่ายในบ้านอีกสารพัด ยิ่งบ้านใหญ่เท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น "แค่คิดก็ผิดแล้ว" เราจึงต้องเหนื่อยเกินเหตุ

3. อาหาร
เวลาเราต้องการดื่มน้ำ กินอาหาร มีวัตถุประสงค์หลักจริงๆ ดังนี้ 
- ไม่ได้กินเล่นจุบจิบอร่อยลิ้น แต่ดื่มกินเพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ได้
- ไม่ได้ดื่มกินเพื่อความสนุก แต่ดื่มกินเพื่อให้อยู่เป็นสุขเมื่อหายหิวแล้วไม่อึดอัด 
- ไม่ได้ดื่มกินให้เมาเพื่อพบปะสังสรรค์ สรวลเสเฮฮา แต่ดื่มกินเพื่อให้ไม่ตาย 
- ไม่ได้ดื่มกินเพื่อให้หุ่นงาม แต่ดื่มกินเพื่อให้ร่างกายมีเรี่ยวแรงทำความดี ได้บำเพ็ญเพียร
- ไม่ได้ดื่มกินเพื่อให้ผิวงาม แต่ดื่มกินเพื่อระงับอาการหิวดับอาการกระหาย

    อาหารธาตุดินที่เอามาใช้ เนื่องจากธาตุที่เราเอามาใช้นั้นไม่บริสุทธิ์ เมื่อกลืนกินเข้าไปเลยใช้ได้ไม่หมด มีกากใยเหลือ จึงต้องเกิดการขับถ่ายของเสียออกมาเพื่อขับเอากากของธาตุที่ไม่ต้องการทิ้งไป ขืนเก็บเอาไว้ร่างกายรับไม่ได้เดี๋ยวสุขภาพพังการปวดอุจจาระปัสสาวะจึงเป็นเรื่องของการขับธาตุที่ไม่ต้องการออกมา

4. ยารักษาโรค
    เวลาต้องการยารักษาโรคยามเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบาย สมัยนี้มีโรงพยาบาลกระจายอยู่ทุกพื้นที่ ทุกตำบล
 เมื่อเจ็บไข้เล็กน้อยซื้อยาจากร้านขายยามากิน ถ้าเป็นมากก็ไปโรงพยาบาล วัตถุประสงค์เพื่อ 
- รักษาโรคภัยไข้เจ็บที่มาเบียดเบียน 
- ป้องกันโรคที่จะเกิดขึ้น 
- บรรเทาอาการของโรคไม่ให้ลุกลามไปมากกว่าที่เป็นอยู่ 
- ผ่าตัดแก้ไขอวัยวะต่างๆ เพื่อรักษาชีวิต

           สังคมปัจจุบัน หลายคนเก็บเงินเพื่อเข้าโรงพยาบาลให้หมอศัลยกรรมเสริมสวยให้ทุกอย่างกลับมาเต่งตึง หุ่นดี ย้อนกลับไปเป็นหนุ่ม เป็นสาวเหมือนเดิม เช่น เส้นผมไม่มีตรงไหนก็ไปขุดปลูกผม ตาเล็ก ตาชั้นเดียวก็ไปกรีดเพิ่มเป็น 2 ชั้น จมูกไม่โด่งก็ไปเหลาแกนใส่ดั้งใหม่ เพศเดิมที่ติดตัวมาก็ไม่ยินดี จึงไปผ่าแปลงเพศเสียใหม่ ฟันแท้ดีๆ เกบ้างไม่มากนัก ก็ไปถอนออก เอาลวดมาครอบ ดัดฟันใส่สีตามสมัยนิยม บางคนก็ไปเจาะฝังเพชรฝังเขี้ยว ให้ยิ้มทีมันแวบวับเข้าตา กระเพาะอาหารใช้งานได้อยู่ดีๆ ก็ไปผ่าตัดเย็บให้เล็กลงจะได้กินน้อยๆ ทำให้ผอมหุ่นเพรียว ผิวหนังตามตัวดีๆ ก็ไปเจาะรูใส่เครื่องประดับ ไปสักสีแดงเขียวน้ำเงินลายพร้อยเหมือนตุ๊กแกเกาะ ไปฝังแร่ ฝังตะกรุดให้ผิวกายดีๆเป็นปุ่มปมผิดแผกไปจากตอนที่เราเกิดมา อะไรต่อมิอะไรก็ไปผ่าไปดึง ไปเจาะไปใส่ จนจำกันไม่ได้ว่ารูปกายเดิมเป็นอย่างไร เรียกว่า หมอดูโหงวเฮ้งพากันหมดอนาคต
               ยาพื้นบ้านสมุนไพรโบราณ ก็ไม่เชื่อ ต้องใช้ยานำเข้าจากต่างประเทศแพงๆ วิตามิน อาหารเสริมเต็มพิกัด ใช้เงินมากมายไปหาซื้อ อาหารและยาแปลกๆ ราคาแพงแสนแพงมาบำรุงบำเรอตนเอง โดยเฉพาะเพียรพยายามแก้ไขอวัยวะต่างๆ ที่เสื่อมสภาพลงไปตามเวลาและสังขาร ให้กลับเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นมาใหม่ บางคนใจร้อน อยากเห็นผลเร็วก็ยอมเจ็บตัวเสียเงินทองไปศัลยกรรม ทั้งทำหน้าให่ เหลาคาง ทำจมูก ทำตา ดึงหน้า จนไม่มีใครจำได้ แม้แต่ด่านศุลกากรยังไม่ยอมให้เข้าประเทศบ้านเกิดเมืองนอนตัวเอง เพราะทำศัลยกรรมมาแล้วหน้าตาสวยงามผิดแผกไปจากเดิม ไม่เหมือนภาพในพาสปอร์ตที่เพิ่งถือออกไปไม่ถึงเดือน บางครอบครัวกลายเป็นกรณีพิพาทฟ้องร้องกัน ระหว่างสามีกับภรรยาต่างชาติพันธุ์กัน เมื่อบุตรแต่ละคนโตขึ้นหน้าตาไม่สวยงาม เหมือนแม่เลยสักคน กลับกลายเป็นหน้าเหลี่ยมตาเล็กไปหมด ทั้งนี้เพราะตอนแต่งงานกันไม่ได้บอกที่ไปที่มา ให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริง กลายเป็นเรื่องหลอกลวงกัน 
              สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้เกิดจากทำอะไรเกินความพอดี ไม่ได้เข้ารับการรักษาพยาบาลเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่เป็นการทำไปเพื่อสนองความต้องการของตนเองมากจนเกินไป จนลืมคิดถึงวัตถุประสงค์หลักของการใช้ยา รักษาโรค เงินก็เสีย บางคนหน้าตาเสียโฉม ตับก็พัง ไตก็วายก่อนวัยอันควรไปมิใช่น้อย
              ดังนั้นวัตถุประสงค์จึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อถึงเวลาทำงานมักลืมไปว่า งานชิ้นที่ทำมีวัตถุประสงค์อะไรถึงคราวสั่งลูกน้องก็สั่งไม่ชัดเจน พอเขามองไม่ออก ทำไม่ได้ดั่งใจก็พาลไปโกรธเขา ดังนั้น วัตถุประสงค์ในการทำสิ่งต่างๆ ในฐานะที่อยู่กันเป็นบ้านเมือง อยู่กันเป็นบริษัท จึงเป็นเรื่องใหญ่ในการทำงานทุกชนิด 
               แม้แต่เรื่องการแต่งงาน ตามกฏหมายประเทศไทยกำหนดอายุขั้นต่ำที่จะจดทะเบียนสมรสได้ไว้ที่หญิงชายอายุ 17 ปีบริบูรณ์ ซึ่งวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ของการตกลงปลงใจแต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสหรืออยู่กินกันฉันสามีภรรยา ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษเป็นต้นมา เพื่อที่จะได้เป็นที่พึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกัน เป็นคู่คิดดูแลกันยามเจ็บไข้ได้ป่วย จนถึงแก่เฒ่า เป็นคู่บุญ ร่วมกันสร้างฐานะให้เป็นปึกแผ่น และเป็นคู่สร้างคู่สมสร้างทายาทไว้สืบสกุล
           คู่สามีภรรยาในปัจจุบัน ไม่ได้คำนึงถึงวัตถุประสงค์หลักของการครองคู่กันมาตั้งแต่ต้น ความเดือดร้อนวุ่นวายเรื่องรักๆ ใคร่ๆ จึงตามมาไม่รู้จักจบ ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ สังคมออนไลน์ ข่าวสดทางโทรทัศน์เกือบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการหึงหวง การคิดสั้นฆ่าตัวตาย ฆ่าสามี ภรรยา ฆ่าลูก เหตุเกิดเพราะพิษรักแรงแค้นทั้งนั้น

             ถ้าทุกคนลองพิจารณาตัวของเราเองให้ดีๆ จะเห็นความไม่น่ารักในตัวมากมายมหาศาล ทั้งเป็นคนขาดระเบียบ ขี้เกียจ ไม่รักษาความสะอาด ใช้ของไม่เก็บที่ ตื่นนอนมาไม่พับไม่จัดที่นอน ไม่ล้างจาน ไม่ตรงต่อเวลา ไม่เคยช่วยงานบ้าน หงุดหงิดง่าย ชอบโทษผู้อื่น ชอบดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ชอบนินทา พูดจาไม่ไพเราะอ่อนหวาน ไม่จริงใจ ไม่ประหยัด ไม่นอบน้อมถ่อมตน สารพัดที่เป็นความไม่ดีของเรา ที่กวาดซุกซ่อนเอาไว้ใต้พรมแล้วคิดหรือว่าคนอื่นเขาจะไม่รู้ไม่เห็น
                ในเมื่อตัวเราบ่มเพาะนิสัยไม่ดีอย่างนี้จนเสียนิสัยมา 20-30 ปีแล้ว ถ้าคนที่เรารักเขา เขาจะไม่รักเราก็น่าจะถูกแล้วไม่ต้องไปเดือดเนื้อร้อนใจว่าอกหัก มีคนอื่นมาแย่งชิง คิดง่ายๆ ว่าฆ่าตัวตายประชดชีวิตแล้วเขาจะรู้สึกเห็นใจ ซึ่งที่จริงฆ่าตัวตายไป เขาก็ไม่เดือดร้อนอะไร เพราะเขาไม่ได้รักเรา หรือไปคิดฆ่าเขา ฆ่าคนที่เขารัก กลายเป็นสร้างบาปก่อเวรกรรมต่อเนื่องไปอีกหลายภพหลายชาติ จึงควรมองภาพความจริงของตัวเองให้ออก ต้องยอมรับและเร่งปรับปรุงตัวเอง เอาวิกฤติมาเป็นโอกาสสร้างนิสัยดีให้เกิดขึ้น คนดีๆจะมองเห็นและผ่านเข้ามาในชีวิตให้เลือกอีกมากมายไม่ดีกว่าหรือ

 

 

................................................................................................................

จากหนังสือ ความดีสากล
โดย " พระราชภาวนาจารย์ (เผด็จ ทตฺตชีโว)