ศึกษาวิชชาธรรมกาย

วันที่ 08 พค. พ.ศ.2560

ศึกษาวิชชาธรรมกาย

 

 

            โดยปกติแล้ว คุณนายเลี้ยบจะเชิญคุณยายทองสุก สำแดงปั้น ศิษย์...ที่ปฏิบัติธรรมได้ผลดีจนหลวงพ่อวัดปากน้ำไว้วางใจส่งออกไปเผยแผ่ธรรมะ ให้มาสอนธรรมะที่บ้านเป็นประจำเมื่อคุณยายเห็นคุณยายทองสุกมา ใจของท่านก็พองโตด้วยความปีติ เพราะท่านรู้ว่าคุณยายทองสุกสามารถสอนธรรมะได้ ความรู้สึกของคุณยายคราวนั้น เปี่ยมไปด้วยความอยากเข้าใกล้ อยากฟัง อยากปฏิบัติตาม แต่ด้วยความคิดที่ว่า เวลานี้ท่านอยู่ในฐานะคนรับใช้ การที่จะไปนั่งปฏิบัติธรรมกับเจ้านายนั้นไม่เป็นการสมควร คุณยายจึงหาโอกาสเข้าไปคอยรับใช้คุณยายทองสุก เพื่อจะได้มีโอกาสเรียนธรรมปฏิบัติบ้าง

            โดยเหตุนี้คุณยายจึงต้องเหน็ดเหนื่อยมากยิ่งขึ้นไปอีกเพราะต้องเจียดเวลามาคอยดูแลเอาใจใส่คุณยายทองสุกอีกคนหนึ่ง นอกเหนือจากงานบ้านที่ต้องทำอยู่เดิม เริ่มตั้งแต่นำ เสื้อผ้าของคุณยายทองสุกไปซัก ตาก พับ และรีดให้อย่างประณีต เป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากนั้นยังดูแลปูที่หลับที่นอนให้อย่างตึงเรียบสวยงาม หรือแม้แต่มุ้งก็สะอาดมีกลิ่นหอม ตลอดจนการจัดเตรียมเรื่องอาหารการกินจิปาถะทุกสิ่ง ทุกอย่างเหล่านี้ เพียงเพื่อให้คุณยายทองสุกเมตตาสอนธรรมปฏิบัติให้อย่างเดียวเท่านั้น

            การที่คุณยายต้องเหน็ดเหนื่อยมาตลอดเพื่อเป้าหมายอันบริสุทธิ์นี้ไม่เคยสูญเปล่า ได้เข้าไปเติบโตเบ่งบานอยู่ในใจของคุณยายทองสุก ฟูมฟักเป็นความเมตตาเอ็นดูคุณยายมากเป็นพิเศษ... จนกระทั่งวันหนึ่งท่านถามคุณยายว่า "จะเรียนธรรมะบ้างไหมล่ะ"

           เมื่อได้ฟังดังนี้ คุณยายก็รู้สึกดีใจเป็นที่ยิ่งรีบตอบว่า"อยากเรียนจังเลยแต่ว่าขึ้นไปเรียนด้วยไม่ได้ กลัวเจ้าของบ้านจะไม่อนุญาต"

           คุณยายทองสุกจึงเมตตา ขออนุญาตเจ้าของบ้านให้คุณยายขึ้นไปนั่งสมาธิด้วย และสอนธรรมปฏิบัติ โดยแนะนำให้วางใจไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗   แล้วภาวนาสัมมาอรหังเพียงได้ยินคุณยายทองสุกสอนเท่านี้ ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่สร้างความปีติไม่รู้จบสำหรับคุณยายเลยทีเดียว ดังนั้นวันหนึ่งๆ ในระหว่างนั้นคุณยายจะรีบทำงานบ้านให้เสร็จอย่างรวดเร็วเพื่อ หาโอกาสนั่งสมาธิตามลำพัง เพราะหากงานบ้านเสร็จเร็วเพียงใดท่านก็จะมีเวลานั่งสมาธิมากขึ้นเพียงนั้น

           อย่างไรก็ตาม เป็นความจริงที่ว่าชีวิตของคนรับใช้ที่อยู่ในบ้านเศรษฐี...นั้นยากที่จะหาเวลาว่างเป็นของตนเอง เพราะแม้จะเสร็จงานอย่างหนึ่งแล้ว เจ้านายก็ยังใช้ให้ไปทำงานอื่นต่อไปอีกได้ตลอดเวลา เมื่อเป็นเช่นนี้งานของคุณยายจึงหนักมาก หนักเพราะทำงานให้เจ้านายอย่างทุ่มเทเพราะอยากได้ โอกาสศึกษาธรรมะที่วัดปากน้ำ เพราะอยากจะไปปฏิบัติธรรมกับเจ้านายเวลาคุณยายทองสุกมา แล้วก็หนักเพราะว่าต้องบริหารเวลาเพื่อให้ได้โอกาสว่างในการฏิบัติธรรมส่วนตัวโดยไม่เสียงาน แต่ถึงกระนั้นท่านไม่เคยปริปากพร่ำบ่นอะไรเลย ทำด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีเวลาว่างเว้นจากการทำความดี ทำภารกิจทุกด้านอย่างสมบูรณ์ไปพร้อมๆ กัน

           การเรียนธรรมฏิบัติที่บ้านคุณนายเลี้ยบนี้จะเรียนกันบนดาดฟ้า เพราะว่าอากาศเย็นสบาย หลังจากทำงานเสร็จในแต่ละวันแล้ว แม้จะดึกดื่นเพียงใด คุณยายจะขึ้นมานั่งสมาธิ บนดาดฟ้านี้เพียงลำพังเสมอ ท่านพยายามทำความเพียรเรื่อยไป เริ่มตั้งแต่ตอนแรกๆ ก็คิดฟุ้งมากจนกระทั่งฟุ้งน้อย จากฟุ้งน้อยจนถึงไม่ฟุ้งเลย และจากไม่ฟุ้งเลยมาถึงขั้นรู้สึกโล่ง โปร่งเบาสบาย แล้วในที่สุดก็เห็นจุด ว่างเล็กๆ เหมือนดวงดาวในอากาศเกิดขึ้นภายใน ท่านทำใจหยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ดิ่งเข้า กลางของกลางเข้าไปเรื่อยๆ ในที่สุดท่านก็สมปรารถนา เข้าถึงธรรมกายบนดาดฟ้านั่นเอง