การดูแลตัวเองเมื่อท้องเสีย

วันที่ 14 พค. พ.ศ.2560

การดูแลเรื่องการขับถ่าย
" การดูแลตัวเองเมื่อท้องเสีย "


GB 410 การรักษาสุขภาพตามพุทธวิธี , ความรู้ทั่วไปทางพระพุทธศาสนา , DOU , การดูแลเรื่องอาหาร , การดูแลตัวเองเมื่อท้องเสีย

      อาการที่เรียกว่า ท้องเสีย หมายถึง ภาวะที่มีอาการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ หรือถ่ายเหลวๆ มากกว่า 3 ครั้ง หรือถ่ายเป็นมูกหรือมูกปนเลือด อาจมีอาการปวดท้องและอาเจียนร่วมด้วย

     อาการท้องเสียเฉียบพลันส่วนมากมีสาเหตุมาจากอาหารเป็นพิษ คือ อาหารที่มีสารพิษปนเปื้อน  เป็นสารพิษที่เกิดจากเชื้อโรค หรือสารเคมี เช่นสารกันบูด ยาฆ่าแมลง เป็นต้น โดยทั่วไปมักจะพบว่า มีประวัติกินอาหารร่วมกัน และมีอาการพร้อมกันหลายคน อาการจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้า จะรุนแรงมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณที่กิน ชนิดของเชื้อโรคและสารเคมีนั้นๆ รวมทั้งความต้านทานของแต่ละคนด้วย

    ตามปกติแล้วร่างกายของคนเรา จะมีการปรับ ภาพช่วยเหลือตัวเองแบบอัตโนมัติ คือถ้ากินสิ่งที่เป็นพิษเข้าไป ร่างกายก็จะพยายามขับพิษออกทันที โดยลำไส้จะพยายามบีบตัวเพื่อขับพิษออกมา ขณะลำไส้กำลังบีบตัวเองเพื่อขับสารพิษออกนั้น อาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดมวนท้อง ขับถ่ายหลายๆ หน เพื่อขับของเสียออกให้หมด

     เพราะฉะนั้น เมื่อท้องเสีย หากไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนแต่ไม่มาก ยังสามารถกินอะไรได้บ้าง เราจะต้องรีบดื่มน้ำเข้าไปให้มากๆ ถ้าให้ดีควรเป็นน้ำผสมเกลือแร่ (ที่ทำเป็นซองๆ มีขายตามร้านขายยาทั่วไป) เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่เสียไป เพราะเมื่อร่างกายขาดน้ำก็จะทำให้อ่อนเพลีย บางรายอาจรุนแรงจนถึงขั้นช็อกหมดสติเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การดื่มน้ำเข้าไปได้มากเท่าไร จะช่วยทำให้สารพิษต่างๆ ในลำไส้เจือจางลง อีกทั้งยังช่วยขับถ่ายสารพิษออกจากร่างกายได้โดยเร็วอีกด้วย เมื่อของเสียถูกขับถ่ายออกหมด อาการต่างๆ ก็จะดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเลย ถ้าหากมีอาการมาก เช่น ปวดมวนท้องมาก หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจนกินอะไรไม่ได้ เป็นต้น ในกรณีนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าจะต้องกินยา หรือฉีดยาตามการวินิจฉัยของหมอ

     ถ้าพวกเราสังเกตสุนัขหรือแมวที่เริ่มมีอาการป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารสิ่งที่มันทำคือ วิ่งไปกินหญ้าข้างบ้านหรือในสนาม ทั้งๆ ที่หญ้าไม่ใช่อาหารของมันเลยหลังจากที่กินหญ้าสัก 5 นาที ไม่เกิน 10 นาที มันก็จะสำรอกสิ่งที่เป็นพิษในตัวมันออกมาไม่ว่าจะเป็นพิษที่ปนอยู่ในอาหารบูดเน่า หรือพิษจากสารเคมีก็ตาม จะถูกสำรอกออกมา จากนั้นอาการของมันจะดีขึ้น ไม่ช้าก็หายป่วย

      ดูสุนัขดูแมวเป็นตัวอย่าง แล้วก็เอาเยี่ยงพวกมันได้ ไม่เป็นไรหรอก เพียงแค่เอาเยี่ยงมันเท่านั้นนะ อย่าเอาอย่างมันในเรื่องการกิน ให้เอาเยี่ยงมันในการดูแลรักษาตนเองในยามที่เจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา พวกมันไม่รู้จะไปหาหมอที่ไหน จึงต้องพึ่งตัวเองอย่างนี้

     เพราะฉะนั้น เมื่อมีความผิดปกติเกี่ยวกับสุขภาพ อย่าเพิ่งไปคิดพึ่งใคร ต้องคิดพึ่งตัวเองเป็นอันดับแรก ฝึกสาวจากผลที่เกิดขึ้นไปหาต้นเหตุ ด้วยการสำรวจตัวเอง ด้วยการนึกทบทวนก่อนว่าสิ่งที่เราประพฤติในวันนี้หรือวันอื่นๆ ที่ผ่านมา มีความผิดพลาดอะไรกับตัวเราบ้างการนึกทบทวนนี้ บางทีอาจจะผิดหรืออาจจะถูกก็ได้ แล้วนำไปเล่าให้หมอฟัง หมอซึ่งมีความชำนาญมากกว่าเรา จะช่วยตัดสินให้ได้ว่าสิ่งที่เราสันนิษฐานนั้นผิดหรือถูก ใช่หรือไม่ใช่และถ้าหมอได้ข้อมูลถูก หมอก็สามารถมุ่งไปแก้ไขรักษาที่ต้นเหตุ ไม่นานก็จะหายป่วย

     ถ้าการนึกทบทวน อบสาวเรื่องราวแล้วปรากฏว่าตรงตามความเป็นจริง ก็หมายความว่าเราเองเริ่มมีความรู้ มีความรอบคอบขึ้นบ้างแล้ว ก็จะเกิดความมั่นใจเพิ่มขึ้นและเป็นการสร้างนิสัยช่างสังเกตให้ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ไม่เฉพาะเรื่องสุขภาพเท่านั้น แม้ในเรื่องอื่นๆ ด้วย ในที่สุดความเชื่อมั่นในตัวของเราเองก็จะเพิ่มมากขึ้น

     ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรที่เกิดขึ้นกับตัวเรา จะร้ายหรือดีก็ตาม พึงเอาสิ่งนั้นมาเป็นบทฝึกให้เกิดนิสัยช่างสังเกต ให้เกิดปัญญา ให้รู้จักตัวเอง ถ้าสังเกตไม่ออก ก็ให้ไปขอคำแนะนำจากท่านผู้รู้ อย่าอาย อย่ากลัวเสียหน้า แล้วเราก็จะไม่เจ็บตัวเปล่า เพราะเจ็บแล้วก็ได้ความรู้เพิ่มขึ้นรู้จักระวังเพิ่มขึ้น ที่เรียกว่า ผิดเป็นครู คือ จะไม่มีการเจ็บซ้ำ องในเรื่องนั้นๆ อีกต่อไป

 

*----------------------------------------------------------------------------------------------------------*
หนังสือ GB 410 การรักษาสุขภาพตามพุทธวิธี
กลุ่มวิชาความรู้ทั่วไปทางพระพุทธศาสนา