กว่าจะเข้าถึงธรรม

วันที่ 18 พค. พ.ศ.2560

กว่าจะเข้าถึงธรรม

 

 

              สมัยนั้นการคมนาคมลําบากเดินทางไปเรียนธรรมะเป็นประจําก็ไม่สะดวก ท่านเศรษฐินีจึงเชิญอาจารย์สอนปฏิบัติธรรม มาจากวัดปากน้ํา ภาษีเจริญ แล้วบุญก็บันดาล ให้คุณยายได้พบกับผู้ที่เคยสร้างบารมีร่วมกับ ท่านมานานนับภพนับชาติกันไม่ถ้วน คือคุณยายอุบาสิกาทองสุก สําแดงปั้น ผู้เป็นปฐมาจารย์ขณะนั้นท่านยังครองเพศคฤหัสถ์ ยังไม่ได้บวชเป็นแม่ชีพระเดชพระคุณหลวงปู่ วัดปากน้ําได้มอบหมายให้ท่านทําหน้าที่เผยแผ่กว่าจะเข้าถึงธรรม เพราะท่านเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ท่านจึงได้มาแนะนําธรรมปฏิบัติที่บ้านของคุณนายเลี้ยบ ซึ่งคุณยายอาศัยอยู่

              เวลาคุณนายเลี้ยบเรียนธรรมะก็จะนั่งกันบนดาดฟ้า ส่วนคุณยายแม้มีความสนใจอย่างมากอยากจะตามขึ้นไปเรียนด้วย แต่ก็ไม่กล้าเพราะคิดว่าตนเป็นคนรับใช้ ไม่ควรที่จะเข้าไปนั่งกับเจ้านาย ท่านจึงได้แต่แอบเมียงมองดูและเงี่ยหูฟังว่าสอนอะไรบ้าง เมื่อได้ยินคําว่า “สัมมา อะระหัง” เท่านั้นก็ดีใจ แล้วทุ่มเทสุดตัวโดยบริหารจัดสรรเวลา ทําภารกิจที่ได้รับมอบหมายเอาไว้ให้เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์อย่างไม่มีที่ติและสงวนเวลา ที่เหลือเอาไว้สําหรับการประพฤติปฏิบัติธรรม อย่างแอบๆ ซ่อนๆ ลักลอบทําความดีโดย ลองปฏิบัติธรรมด้วยตนเอง

              นอกจากนี้คุณยายยังต้องทําความดี เพิ่มเติมด้วยการดูแลและอุปัฏฐากคุณยายทองสุกผู้เป็นครูบาอาจารย์ของคุณนายเลี้ยบ ด้วยหวังว่าท่านจะถ่ายทอดธรรมะคือวิชชาธรรมกายให้ เมื่อคุณยายอาจารย์ทองสุก มาพักอยู่ที่บ้านเพื่อสอนธรรมะ ท่านก็จะดูแลซักรีดเสื้อผ้า จัดหาอาหาร ที่พัก ที่หลับที่นอน และทุกสิ่งทุกอย่าง พร้อมๆ กับการดูแลเอาอกเอาใจเจ้าของบ้าน งานของคุณยายจึงหนักมากแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่ทําให้ท่านมี ข้ออ้าง ข้อแม้หรือเงื่อนไขในการปฏิบัติธรรม ทุกวันท่านจะรีบทํางานแล้วก็ชิงช่วงเวลาที่มี เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยมาแอบปฏิบัติธรรม ฝึกใจหยุดใจนิ่ง เพราะท่านทราบมาว่าต้องปฏิบัติธรรมเท่านั้นจึงจะเข้าถึงพระธรรมกายได้

             คุณยายท่านทําอยู่อย่างนี้จนกระทั่ง คุณนายเลี้ยบและคุณยายทองสุกเกิดความเห็นใจ จึงอนุญาตให้เรียนธรรมะด้วยกัน บนดาดฟ้าอย่างเปิดเผย คุณยายรู้สึกดีใจมากเวลากลางวันท่านก็ขยันทํางานให้เสร็จเพื่อที่ จะได้มีเวลาเรียนธรรมะกับคุณยายทองสุกเมื่อเข้าเรียนแล้ว ท่านก็จะได้ยินแต่เรื่องนรก สวรรค์ที่คุณยายทองสุกเล่าให้ฟังอยู่เรื่อยๆจึงเป็นแรงผลักดันให้ท่านตั้งใจฝึกปฏิบัติยิ่งๆ ขึ้นไปอีก ท่านต้องขยันทํางานบ้านเพื่อหาเวลาว่างมาปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม แต่ก็นั่งได้ ไม่นานเท่าไรเพราะเกรงว่าคุณนายเลี้ยบจะตําหนิเรื่องงาน ท่านต้องแอบทําความดีอยู่เสมอๆ แม้จะมีเวลาว่างแค่ 5 นาทีก็จะเดินเข้าห้องพระเพราะห้องพระไม่ค่อยจะมีใครเข้ากัน พอได้ยินเสียงใครเดินผ่านมาก็จะลุก ทันทีปฏิบัติใหม่ๆ ก็รู้สึกทึบๆ ตื้อๆ ต่อมา จึงค่อยๆ โล่ง โปร่ง เบา สบาย แต่ผลการปฏิบัติธรรมก็ยังไม่คงที่นัก วันนี้ได้พรุ่งนี้ไม่ได้สลับกันไปมา ต้องค่อยเรียนรู้และสั่งสม ประสบการณ์ไปเรื่อยๆ กว่าจะมีประสบการณ์ เห็นจุดเล็กๆ ที่เหมือนดวงดาวก็ใช้เวลาพอสมควร

           ท่านเล่าให้หลวงพ่อฟังว่า วันหนึ่งท่านไม่ได้คิดอะไรรู้สึกว่าใจนุ่มและนิ่ง ในท่ามกลางความมืดท่านก็เริ่มเห็นจุดใสๆ เหมือนดวงดาวที่เกิดขึ้นมาเองพร้อมกับ ความสุขในขณะที่รู้สึกว่าตัวหายไป ท่านเล่าให้ฟังว่า ยายมีความสุขจัง เพียงแค่ได้เห็นจุด ใสๆ เล็กๆ เหมือนดวงดาวในอากาศ แล้วดวงดาวนั้นก็ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น บางวันก็ ชัดมาก บางวันก็ชัดน้อย เห็นอยู่เกือบทุกวันท่านจึงกราบเรียนคุณยายทองสุก “พี่ๆ ฉัน เห็นดวงใสๆ แล้ว” คุณยายทองสุกท่านก็ย้ําว่าให้หยุดนิ่งต่อไปเรื่อยๆ นับตั้งแต่นั้น ท่านก็พยายามประคองใจอยู่ตลอดเวลา ทําสมาธิเพียงแค่วันละสองเวลา คือยามหลับตา กับลืมตา ไม่ว่าจะทํางานบ้านหรือทํากิจใดๆ ท่านก็รักษาใจให้อยู่ภายในไปด้วย หยุดนิ่งดูดวงที่ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง ดูไปสบายๆ จนกระทั่งวันหนึ่งท่านได้เห็นดวงชัดใส ท่านบอกว่าใส มากมีขนาดเท่ากับฟองไข่แดงของไก่ ติดอยู่ที่กลางกาย แล้วก็จรดใจนิ่งไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าถึงพระธรรมกาย ท่านบอกว่าองค์พระขึ้นมาเองแล้วก็เกิดความสุขความปีติใจอย่างไม่มีประมาณ

          กว่าที่คุณยายขอ งเราจะเข้าถึงพระธรรมกายได้ก็ต้องอาศัยความเพียรความอดทน และความเสียสละ ยอมทนทุกอย่าง ท่านต้องทําอย่างจริงจังต่อเนื่องกัน แล้วในที่สุดท่านก็สมหวัง ความสําเร็จของท่านจึงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ และเมื่อท่าน ได้เข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ท่านก็มุ่งมั่นทํา ในสิ่งที่ปรารถนาต่อไป นั่นคือการตามหาพ่อ ในปรโลกเพื่อสะสางเรื่องที่ยังค้างคาใจมาเนิ่นนานนั่นเอง

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร