วางแผนให้ศิษย์ ประพฤติพรหมจรรย์

วันที่ 27 พค. พ.ศ.2560

วางแผนให้ศิษย์ ประพฤติพรหมจรรย์

 

 

                 ในเวลาต่อมา เมื่อมีเด็กหนุ่มสาวมาปฏิบัติธรรมกันมากยิ่งขึ้น และสามารถรวมกลุ่มกันได้อย่างเหนียวแน่นแล้วคุณยายก็เริ่มรณรงค์ให้ทุกคนประพฤติพรหมจรรย์ ตอนเย็นๆ ระหว่างที่นั่งปฏิบัติธรรมกันอยู่ คุณยายจะคอยให้กำลังใจไปด้วย เรื่องที่คุยกันนั้นก็วนเวียนอยู่แต่เรื่องของบุญกุศล เรื่องการสร้างบารมี หรือไม่ก็เป็นเรื่องของภพนี้ภพหน้าส่วนเรื่องการประพฤติพรหมจรรย์ คุณยายจะพยายามพูดสรรเสริญคุณของพรหมจรรย์ให้ฟังบ่อยๆ

                 "ชีวิตพรหมจรรย์เหมือนนกน้อยในอากาศ มันมีแต่ปีกมีแต่หาง จะไปไหนมาไหนก็สะดวกสบายและเป็นอิสระ ถ้าเราประพฤติพรหมจรรย์ เราจะทำอะไรก็เป็นอิสระ มีเงินร้อยบาทก็ใช้ได้ทั้งร้อย ถ้าหากมีครอบครัวแต่ยังไม่มีลูก เงินร้อยบาทก็ใช้ได้ห้าสิบบาท ถ้ามีลูกหนึ่งคนเหลือยี่สิบห้าบาท ถ้ามีสองคนเหลือสิบสองบาทห้าสิบสตางค์ ถ้าสามคนหนี้่ท่วมหัวเลย ลูกตอนเล็กๆ ก็น่ารักดี แต่พอโตขึ้นมันก็ดื้อ เราก็จะได้พ่อแม่ที่ดื้อด้วย ขนาดลูกเกิดอยู่ในท้องเราแท้ๆ ออกมามันยังดื้อ นี่พ่อ เราได้มาตอนโตทำไมจะไม่ดื้อ ยิ่งได้มาตอนโตยิ่งดื้อเพราะสะสมความดื้อไว้มาก เพราะฉะนั้น อยู่คนเดียวดีกว่าสบาย มีความสุข ถึงเวลาเราก็ได้สร้างบารมีอย่างเต็มที่"

                 สำหรับหลวงพ่อธัมมชโยแล้ว บ่อยครั้งที่คุณยายมักจะพูดกับท่านด้วยถ้อยคำที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยเสมอ

                 "อย่ามีความลับกับยายนะ มีอะไรให้เล่าให้ฟัง ยายจะได้ช่วยเหลือ ยายน่ะเหมือนพ่อเหมือนแม่ของคุณ เหมือนปู่ย่าตายาย แต่ที่แตกต่างกันก็คือ ยายไม่ได้มองแต่ประโยชน์ปัจจุบันนี้ ยายเป็นห่วงคุณข้ามภพข้ามชาติ กลัวว่าคุณตายแล้วจะไปตกนรก เดี๋ยวจะไม่ได้เจอยาย ไม่ได้เจอหลวงพ่อวัดปากน้ำ ไม่ได้เจอวิชชาธรรมกาย ยายจึงต้องเป็นห่วงเพราะฉะนั้นมีอะไรอย่าปิดบังยาย"

                 เมื่อได้ฟังคุณยายพูดอย่างนี้ หลวงพ่อก็ไม่เคยปิดบังอะไรอีก มีเรื่องอะไรท่านต้องเล่าให้ฟังหมดทุกเรื่อง หากทำอะไรผิดพลาดมา คุณยายท่านก็จะแนะนำ ชี้ให้เห็นถึงโทษที่จะเกิดขึ้นตามมา เวลาคุณยายสอนนั้นไม่เหมือนใครอื่นในโลกท่านจะเริ่มด้วยการให้นั่งสมาธิก่อน เมื่อจิตใจสงบแล้วท่านจึง ให้พิจารณาด้วยเหตุผลท่านจะไม่พูดเฉพาะผลที่จะเกิดขึ้นในปัจจุบันชาติเท่านั้น แต่จะพูดถึงผลข้ามชาติทีเดียว

                คุณยายจะคอยเป็นห่วง ประคับประคองให้ลูกศิษย์อยู่ ในเส้นทางแห่งพรหมจรรย์นี้ตลอดเวลา เพราะพรหมจรรย์มีความสำคัญมากต่อการศึกษาวิชชาธรรมกายในระดับสูงขึ้นไป

                ในสมัยนั้น งานฉลองวันเกิดเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เมื่อวันเกิดของคุณยายเวียนมาถึง บรรดาลูกศิษย์จะมาฉลองวันเกิดให้ท่านกันอย่างคับคั่ง

                 คุณยายเกิดวันขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือนยี่ ปีระกา ซึ่งบรรดาลูกศิษย์มักจัดงานวันเกิดของท่านตรงกับวันทางจันทรคติ งานฉลองวันเกิดของคุณยายในแต่ละปีจึงไม่ตรงกัน บางทีก็ตรงกับปลายเดือนธันวาคม บางทีก็ตรงกับเดือนมกราคม

                 ในวันที่ ๑๐ มกราคม ปีพุทธศักราช ๒๕๑๑ ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดคุณยายนั้น หลังจากนั่งสมาธิและแขกผู้ใหญ่กลับกันไปจนหมดแล้ว มีแต่พวกเด็กๆ นักศึกษาประมาณ ๑๐-๑๕ คน ซึ่งยังคงช่วยกันเก็บกวาดบ้านและรอฟังโอวาทอยู่ ในโอวาทตอนหนึ่ง คุณยายกล่าวว่า

                  "ในบรรดาลูกศิษย์ทั้งหมดนี่ ยายรักพวกคุณมากที่สุด พวกคุณนี่ดีจริงๆ ขยันนั่งสมาธิ เอาจริงเอาจัง แล้วสมาธิก็ก้าวหน้าดี แต่ยายจะรักพวกคุณมากขึ้นอีกหลายเท่า ถ้าพวกคุณเลิกสูบบุหรี่"

                  คำพูดของคุณยายนั้นศักดิ์สิทธิ์ มีอานุภาพ พอสิ้นคำของท่านเท่านั้น ลูกศิษย์ที่สูบบุหรี่ทั้งหมดรวมทั้งหลวงพ่อทัตตะ ด้วยก็ทิ้งบุหรี่ลงในกระโถนของคุณยาย แล้วพร้อมใจกันตั้งสัจจะไม่สูบบุหรี่อีกเลยตลอดชีวิต

                  วันนั้นหลังจากที่ทุกคนกลับไปกันหมดแล้ว เหลือเพียงหลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งบัดนี้นั่งอยู่ต่อหน้าคุณยายท่านได้มอบของขวัญอันล้ำค่าที่สุดในชีวิตแด่คุณยาย ด้วยการตั้งสัจจาอธิษฐานว่า จะประพฤติพรหมจรรย์ตลอดชีวิต คุณยายก็รับฟังอย่างปีติเบิกบานและภาคภูมิใจยิ่ง

                   การกล่าวสัจจาอธิษฐานของหลวงพ่อธัมมชโยครั้งนั้น ยังผลให้เกิดกำลังใจในการประพฤติพรหมจรรย์แก่ลูกศิษย์คนอื่นๆ ที่ยังเป็นโสดอีกมากมาย วันเกิดของคุณยายทุกปีจึงกลาย เป็นวันที่ลูกศิษย์รอคอยเพื่อที่จะตั้งสัจจะเป็นของขวัญอันล้ำค่า ให้เป็นที่ถูกใจท่านยิ่งไปกว่าเดิม

                   อย่างไรก็ตาม ภายหลังต่อมา คุณยายท่านให้ล้มเลิกการกล่าวสัจจาอธิษฐานเรื่องการประพฤติพรหมจรรย์เสีย เพราะมีลูกศิษย์บางคนเสียสัจจะต่อตนเอง ซึ่งจะเป็นผลเสียร้ายแรง ต่อผู้นั้นติดตัวไปข้ามภพข้ามชาติ

                   บรรยากาศการนั่งสมาธิร่วมกัน ณ บ้านธรรมประสิทธิ์ นั้นทุกคนที่มานั่งสมาธิไม่ว่าชายหรือหญิง จะนั่งรวมกันบน ชั้นสองของบ้านส่วนชั้นล่างจะเป็นที่ทำอาหาร รับประทานอาหารและเก็บข้าวของต่างๆ เมื่อคุณยายเห็นวี่แววว่าจะเกิดเรื่องชู้สาวขึ้นท่านจึงสั่งสอนเป็นการใหญ่ เพราะปรารถนาจะให้ลูกศิษย์ประพฤติพรหมจรรย์และเป็นกำลังในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาต่อไป

                    นอกจากนี้่ท่านยังสั่งให้แยกกันนั่งระหว่างหญิงกับชาย เพื่อขจัดต้นตอคือความใกล้ชิดสนิทสนม อันจะนำไปสู่เรื่องชู้สาว ซึ่งเป็นผลเสียต่อการปฏิบัติธรรม คำสั่งนี้ได้กลายเป็น กฎระเบียบในการจัดที่นั่งของสาธุชนที่มาปฏิบัติธรรม ณ วัดพระธรรมกายในเวลาต่อมา