ยุคเริ่มต้นของ งานเผยแผ่

วันที่ 31 พค. พ.ศ.2560

ยุคเริ่มต้นของ งานเผยแผ่

 

 

                  เมื่อการสร้างวัดดำเนินไปได้มากพอสมควรแล้ว หลวงพ่อธัมมชโยก็มีดำริที่จะอบรมสั่งสอนธรรมะทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อมุ่งพัฒนาจิตใจ อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เจริญก้าวหน้าต่อไป แนวความคิดนี้เป็นผล สืบเนื่องมาจาแนวความคิดของคุณยาย ซึ่งหลวงพ่อท่านได้รับเมื่อคราวไปขออนุญาตคุณยายบวช

                  คราวนั้นคุณยายอธิบายให้ท่านทราบว่า การสร้างคน ให้เป็นคนดีนั้นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งก็คือ ต้องสร้างให้เป็นบัณฑิตทั้งทางโลกและทางธรรม เพราะการจะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขได้ทุกคนจำเป็นต้องมีความรู้คู่คุณธรรม นอกจากนี้ คุณยายยังตั้งความหวังว่า บุคคลกลุ่มนี้จะเป็นกำลังในการเผยแผ่วิชชาธรรมกายต่อไปด้วย

                  ด้วยเหตุนี้ โครงการอบรมธรรมทายาทและอุปสมบทหมู่ จึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ มีนิสิตนักศึกษาเข้ารับการอบรมทั้งสิ้น ๖๐ คน โดยผ่านขั้นตอนการอบรมอย่าง ทรหดอดทน ด้วยการสมาทานศีล   อยู่กลดและปฏิบัติธรรม ฝึกเอาชนะใจตนเองด้วยการทำใจให้หยุด ให้นิ่ง ท่ามกลางคูน้ำ และคันดินที่เพิ่งจะถูกพลิกขึ้นมาใหม่จาก ภาพท้องนาที่แห้งแล้งไม่มีต้นไม้ใหญ่และศาลาปฏิบัติธรรม หรือโรงทานใดๆสั้งสิ้น

                 โครงการนี้นับเป็นโครงการแรกของวัด และได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาทุกปีจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า เยาวชนคนหนุ่มสาวในปัจจุบันได้ตระหนักถึงความสำคัญ ในการศึกษาหาความรู้ ตลอดจนแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง ตามหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและแนวความคิดของคนรุ่นหลัง ให้รู้จักฝึกฝนตนเองตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน ตลอดจนมีความประพฤติเป็นที่ชื่นชมของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ จึงนับเป็นโครงการที่ส่งผลดีต่อส่วนรวมและประเทศชาติอย่างยิ่ง

                ปี พ.ศ.๒๕๑๖ เป็นปีที่กำลังจะย้ายจากวัดปากน้ำมาอยู่ที่วัดพระธรรมกาย ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม และเป็นปีที่หลวงพ่อทัตตะท่านบวชครบ ๒ พรรษา การก่อสร้างที่วัดพระธรรมกายถือว่าเสร็จสิ้นจนเกือบจะเข้ามาอยู่ได้แล้ว คุณยายจึงสั่งให้เด็กวัดปลูกกล้วยไว้โดยรอบกุฏิเป็นจำนวนมาก หลวงพ่อทัตตะท่านอดที่จะสงสัยไม่ได้ตามเคย

                "ยาย...ปลูกทำไมเยอะแยะ คงไม่ใช่เอาไว้ให้อาตมาฉันนะ"

คุณยายฟังแล้วก็ตอบอย่างรู้ใจ

                "เอาไว้ให้ท่านเตะ ถ้าโกรธเมื่อไหร่ เตะมันให้พับไปเลยต้นกล้วยน่ะ แต่อย่าไปทำอะไรคนเขา เดี๋ยวจะเสียหายเพราะท่านเป็นพระแล้ว"

                 นับจากวันนั้นท่านเห็นต้นกล้วยคราวใด ก็จะนึกขันในคำพูดของคุณยาย ซึ่งแสดงถึงความเป็นผู้รู้ใจคนเจ้าโทสะอย่างท่าน

                 หลังจากออกพรรษาในปี พ.ศ.๒๕๑๖ พระภิกษุลูกศิษย์ของคุณยาย เฉพาะที่ทำหน้าที่ควบคุมการก่อสร้างวัดก็ย้ายจากวัดปากน้ำภาษีเจริญ มาอยู่ที่วัดพระธรรมกายเป็นการถาวร คุณยายจะเก็บพวกผลไม้หรือไม่ก็ของแห้งต่างๆ ที่ญาติ โยมนำมาถวายหลวงพ่อธัมมชโยที่บ้านธรรมประสิทธิ์ ฝากให้พระครูปลัดวันชัย สีลวัณโณ ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้บวช เอาใส่รถมาถวายพระที่มาอยู่ที่วัดพระธรรมกายก่อน

                 ในระยะแรกมีความเป็นอยู่ลำบากมาก ไม่มีน้ำดื่มเพราะดินแถบนั้นเป็นดินเปรี้ยว น้ำจึงเปรี้ยวไปด้วย กว่าจะได้น้ำมาดื่มต้องเอามาแกว่งสาร ส้มให้ตกตะกอนแล้วจึงเอาไปต้มอีกทีหนึ่ง พอต้มแล้วก็มีตะกอนคล้ายๆ วุ้นนอนก้นเต็มไปหมดเวลาจะรินน้ำมาดื่มต้องค่อยๆ รินอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตะกอนติดลงมาด้วย แต่ทุกคนก็อดทน เพราะใจนั้นเปี่ยมไปด้วยบุญมีปีติที่ได้ร่วมเป็นร่วมตายสร้างวัดกันมาจนสำเร็จถึงเพียงนี้