คุณธรรมยอดเยี่ยมของยาย

วันที่ 06 มิย. พ.ศ.2560

คุณธรรมยอดเยี่ยมของยาย

 

 

"ใครจะไปนิพพานก็ไปเถอะ ยายจะยังไม่ไป

ยายจะอยู่ปราบมารจนสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ

จนเข้าถึงที่สุดแห่งธรรม"

 

พระวิษณุ ปญญฺาทีโป

อายุ ๔๕ ปี

เข้าวัด เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๘

การศึกษาทางโลก  วิทยาศาสตร์บัณฑิต

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

การศึกษาทางธรรม  นักธรรมเอก

งานพระศาสนา  ดูแลงานด้านบัญชี และการเงิน

 

                      วันนี้อาตมาได้รับบุญใหญ่เป็นปฐมฤกษ์ในการแสดงธรรมเกี่ยวกับคุณธรรมของคุณยายอาจารย์ ที่พวกเรารัก

และเคารพ

                     อาตมาได้มาวัด และพบคุณยาย ตลอดระยะเวลา ๒๕ ปี ได้พบเห็นสิ่งที่คุณยายอาจารย์สอน ตั้งแต่สมัยเป็น

                    อุบาสก เมื่อมาวัดใหม่ๆ ยังไม่รู้เรื่องอะไร คุณยายก็สอนคุณธรรมที่คุณยายได้ปลูกฝังเอาไว้ ที่เห็นชัดมีอยู่ ๕๖ ประการด้วยกัน

                   ประการแรกก็คือ ความอ่อนน้อม เวลามีสาธุชนใหม่มาวัด พอเดินเข้าประตูวัดมาถึงใกล้ๆ โรงครัว คุณยายจะยกมือไหว้ก่อน "สวัสดีคุณ" และผู้ที่มาวัดเก่าๆ แล้วก็คงจำได้ว่าคุณยายก็จะทักทาย "สวัสดีคุณ" แล้วก็พูดคุยถามเรื่องโน้นเรื่องนี้ คุณยายมีความอ่อนน้อมมาก พวกเราที่มาวัดสัก ๓๔ ครั้งแล้ว เมื่อพบคุณยายจะต้องรีบยกมือไหว้คุณยาย ทันที ก่อนที่คุณยายจะไหว้เรา

                  แม้เวลาออกไปทำหน้าที่บอกบุญ คุณยายก็สอนอาตมาว่า เวลาไปบอกบุญใครนะ คนรับใช้กับคนเฝ้าประตูนี่สำคัญที่สุด เจอเขาก็ยกมือไหว้ก่อนเลย คุยกับเขาดีๆ เขาก็จะไปบอกเจ้านายว่า มีคนลักษณะท่าทางดี อ่อนน้อมถ่อมตนมาพบ เราก็จะได้เข้าพบเจ้าของบ้าน และเชิญชวนเขามาวัด มาสร้างบุญสร้างบารมีได้สำเร็จ ความอ่อนน้อมถ่อมตนนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นจุดแรกที่ทำให้คนมาวัดได้อย่างต่อเนื่อง

                 คุณยายสอนเรื่องการปฏิสันถาร ลูกฝังเรื่องการต้อนรับแขก ให้แก่อุบาสก อุบาสิกา และเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ยกมือไหว้ก่อน ยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับทุกคนเหมือนเข้ามาอยู่ในบ้าน บ้านหลังใหญ่ของพวกเราทุกคน คนมาใหม่ก็จะเกิดความอบอุ่น เกิดความประทับใจ คุณยายสอนและทำให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย

                ประการที่ ๒ คือ เรื่องความสะอาด คุณยายรักความสะอาดมาก รักเป็นชีวิตจิตใจเลย ตอนนั้นเรามีอุบาสกประมาณ  ๗-๘  คน เช้าตื่นขึ้นมาก็ต้องรับบุญทำความสะอาดศาลา อาคารคนละ ๑ หลัง คุณยายก็สอนวิธีกวาด เอาไม้กวาด กวาดหยากไย่ ตั้งแต่เพดาน มุ้งลวด แล้วมากวาดพื้นกวาดพื้นเสร็จก็ถู แล้วคุณยายยังสอนวิธีล้าง ส้วม ล้างห้องน้ำ

                คุณยายพูดเสมอว่า ใครยังล้าง ส้วมไม่เป็นยังไม่ให้บวชนี่เป็นคำสั่งคุณยายทุกๆ วันเสาร์พวกเราก็ต้องช่วยกันล้างห้องน้ำเตรียมไว้สำหรับสาธุชนที่จะมาร่วมงานบุญในวันอาทิตย์

               ก่อนบวช คุณยายก็บอกต้องทำความสะอาดกุฏิเป็นกันทุกคน ล้างมุ้งลวดทำความสะอาดอย่างไร คุณยายสอนเอาไว้หมดท่านสั่งว่าไม่ใช่บวชเป็นพระ แล้วใช้แต่คนงานเราต้องทำเอง เป็นบุญของเรา เราทำแล้วได้ฝึกตัวเราเองฝึกใจของเราด้วย

               ท่านก็ยังพูดอยู่คำหนึ่งว่า ถ้างานหยาบๆ เรื่องหยาบๆ แบบนี้ทำไม่ได้ แล้วเรื่องละเอียดไม่ต้องพูดถึงเลย ดังนั้นต้องฝึกหยาบให้ ได้เสียก่อนงานหยาบต้องทำให้ ได้ละเอียด แล้วเรื่องละเอียดก็จะตามมา

               ประการที่ ๓ เรื่องระเบียบวินัย คุณยายก็จะวางระเบียบไม่ให้รับแขกที่กุฏิพระ คุณยายจะจัดที่ไว้ให้ที่ศาลาดุสิตท่านบอกว่าวัดของเรา เราจะสร้างวัดที่เป็นวัดสร้างพระที่เป็นพระจริงๆ เพราะฉะนั้นห้ามรับแขกที่กุฏิ ให้มารับแขกตรงจุดที่จัดไว้ให้ แล้วก็เป็นภาพที่งามตา วัดเราอยู่มาได้ถึงปัจจุบันนี้ปัญหาอะไรต่างๆ ที่จะออกไปก็ไม่มี ยิ่งหมู่คณะเราอยู่กันจำนวนมากสิ่งเหล่านี้ก็ยิ่งต้องระมัดระวังมากๆ

              ประการที่  ๔ สอนเรื่องการอาบน้ำ เป็นเรื่องที่ประทับใจอาตมามากที่สุดก็คือ เย็นวันศุกร์เราเรียนหนังสือเสร็จก็จะเข้ามาสมทบที่วัดกับพี่ๆ น้องๆ มาเจอกันจากกันไปตั้งหลายวัน กลับมาถึงก็คุยกันล้งเล้ง คุยอยู่ตรงบริเวณห้องน้ำ ๒๐ ห้องข้างในวัด เรื่องที่คุยส่วนใหญ่เป็นเรื่องบุญ เรื่องธรรมะ เรื่องชาดก คุยกันก็ชักสนุกปาก เสียงก็ดังขึ้นๆ

             คุณยายอยู่ในกุฏิ ก็ออกมาดู เห็นอุบาสกอาบน้ำกัน คุณยายก็พูดว่า "ใช้น้ำไม่เป็น ก็เป็นขี้ข้าน้ำ"

             แล้วคุณยายก็สาธิตวิธีการอาบน้ำให้ดู เอาอุบาสกมานั่ง แล้วก็บอกว่า "เวลาเราอาบน้ำนี่นะ ตักน้ำราดหัว เป็นอุบาสกตัดผมเกรียนๆ อยู่แล้ว เทโครม น้ำถูกกลางหัวมันก็กระเด็นออกไปรอบข้าง อาบไป ๕ ขันตัวยังไม่เปียกเลย เพราะน้ำมันกระเด็นออกไปหมด"

              คุณยายจึงสอนวิธีอาบน้ำ เหมือนเข้าค่ายฝึกทหารร.ด. ตักน้ำขึ้นมาแล้วก็เอาขันจรดกับหัว แล้วค่อยๆ เทน้ำให้ไหลลงมา แล้วเอามือถูหัว น้ำก็ไหลลงมาที่ตัว มันก็เปียกทั่วตัวเลย พอเปียกทั่วตัว คุณยายก็ให้ถูสบู่ ถูเสร็จก็ล้าง อาตมาจบปริญญาแล้วนะ ยังอาบน้ำไม่เป็น ต้องมาให้คุณยาย ซึ่งไม่รู้หนังสือสอนวิธีอาบน้ำ

              ประการต่อมา คุณยายสอนซักผ้า และสอนตากผ้า ผ้าที่ซักเสร็จแล้วเอาไปตากที่ราว ต้องตากผ้าเช็ดตัวที่ราวบน เสื้อตากข้างบน กางเกงตากเส้นที่ต่ำลงมาอีก ของข้างล่าง ต้องตากชั้นล่าง ของข้างบนตากข้างบน โบราณว่าจะได้เป็นมงคล คนที่เป็นมงคลก็คือ คนรู้จักที่สูงที่ต่ำ

              นอกจากนั้นคุณยายยังสอนเรื่องเข้าห้องน้ำ เมื่อทำภารกิจเสร็จปกติเราจะตักน้ำเต็มขัน พอตักเต็มขันเวลายกขึ้นน้ำก็หก พื้นก็เปียก คุณยายบอก พอพื้นเปียก คนมาทีหลังไม่รู้ เดินไปหงายท้องปึ้งล้มหัวฟาดประตู

              เพราะฉะนั้นต้องรักษาพื้นห้องน้ำให้แห้งอยู่เสมอ วิธีทำให้แห้งก็คือ ตั้งแต่การตักน้ำราดเลย ให้ตักสักประมาณ  ส่วน (ค่อนขัน) อย่าตักถึง ๑๐ส่วน (เต็มขัน) แล้วเทราดลงไป ให้เทราดตรงกลาง ขันเดียวไม่สะอาด เอา ๒ ขัน คุณยายละเอียดมาก ชีวิตความเป็นอยู่ของอาตมาก็ได้คุณยายสอนมาเยอะมาก

               สิ่งที่อาตมาอยากจะให้ข้อคิดในวันนี้ก็คือ คุณยายไม่รู้หนังสือเลย แต่ความรู้ทั้งหมดที่คุณยายได้รู้นี้ เกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรม มองเข้าไปภายใน เกิดจากการเห็นยิ่งทำยิ่งรู้ ยิ่งดูยิ่งเห็น คุณยายแตกฉานในวิชชาธรรมกายสุดที่จะประมาณได้ นี่คือคุณยายของเรา

               วันเวลาที่ผ่านมาเป็นเส้นทางชีวิตการสร้างบารมีที่คุณยายอุทิศให้กับพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย บัดนี้คุณยายได้ละสังขารจากพวกเราไปแล้ว คุณยายไปพักที่ดุสิตบุรี แต่มโนปณิธานที่คุณยายเคยพูดไว้

               "ใครจะไปนิพพานก็ไปเถอะ ยายจะยังไม่ไปยายจะอยู่ปราบมารจนสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ จนเข้าถึงที่สุดแห่งธรรม"

               มโนปณิธานของคุณยายไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย

ขอบุญญาบารมีพระต้นธาตุ

มาประสิทธิ์ประสาทบุญรักษา

แด่มิ่งขวัญอาจริยา

นามก้องฟ้าอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง