บูชาคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ

วันที่ 07 มิย. พ.ศ.2560

บูชาคุณ

หลวงพ่อวัดปากน้ำ

 

 

                  เมื่อการสร้างคนได้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จากการที่มีสาธุชนทุกเพศทุกวัย หันมาสนใจศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติที่วัดพระธรรมกายมากยิ่งขึ้น และมีแนวโน้มที่จะแพร่หลายกว้างขวางออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง การดำเนินงานภายในวัดทั้งด้านการเผยแผ่ การอบรมบุคลากรและการก่อสร้างถาวรวัตถุจึงต้องดำเนินไปพร้อมๆ กันทำให้สมาชิกนักสร้างบารมีในวัดพระธรรมกายเพิ่มมากขึ้นทั้งพระภิกษสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และคนงาน

                   ในช่วงนี้สุขภาพของคุณยายไม่อำนวยให้ท่านเดินตรวจตราความเรียบร้อยภายในวัดได้เหมือนเดิมมากนัก เนื่องจากวัยของท่านสูงถึง  ๘๐ ปีแล้ว แต่ความขยันขันแข็ง ความเป็นผู้มีใจสู้อันเป็นคุณสมบัติของนักสร้างบารมี ก็ผลักดันให้ท่าน สามารถปฏิบัติภารกิจเช่นนี้ได้อย่างสบาย ด้วยการนั่งรถสามล้อซึ่งมีเด็กวัดคอยถีบรถนำพาท่านไปทุกหนแห่งได้ทั่ววัดตามต้องการ

                    ต่อมาหลวงพ่อธัมมชโยตั้งใจจะบูชาธรรมหลวงพ่อวัดปากน้ำ เพราะตลอดเวลาที่ได้ศึกษาวิชชาธรรมกายนั้น หลวงพ่อท่านตระหนักเสมอว่า หากแม้นหลวงพ่อวัดปากน้ำไม่ได้ ค้นพบวิชชาธรรมกายของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ฟื้นคืนกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ พ.ศ.๒๔๖๐ ด้วยการมุ่งมั่นปฏิบัติธรรมอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพันแล้ว เหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งหลายคงไม่มีโอกาสได้ศึกษาและเข้าใจแก่นแท้ ของพระพุทธศาสนา ไม่มีโอกาสรู้เห็นประสบการณ์ภายในอันวิเศษ ไม่มีโอกาสได้ยิน ได้ฟัง และได้เข้าถึงธรรมกายภายในตัวเอง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดความสุขที่แท้จริง เป็นแหล่งกำเนิด ปัญญาอันสูงส่ง และเป็นหนทางเดียวที่นำไปสู่ความบริสุทธิ์ หมดจดจากอาสวะกิเลส

                    ด้วยเหตุนี้ หลวงพ่อท่านจึงดำริที่จะหล่อรูปหลวงพ่อ วัดปากน้ำด้วยทองคำ เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อครูผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย และเพื่อให้เป็นที่สักการะบูชาของบรรดาศิษยานุศิษย์ตลอดจนสาธุชนทั่วไป

                    เมื่อหลวงพ่อปรารภเรื่องนี้กับคุณยายท่านก็ปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่งท่านบอกว่า

                    "ดีแล้ว ที่ยายทุ่มเทอบรมสั่งสอนลูกศิษย์มาโดยไม่เห็นแก่เหนื่อยยาก และที่สร้างวัดขึ้นมา ๒๐ กว่าปีนี่ ยายไม่เคยพักเลย จนกระทั่งเป็นโรคขาดอาหารก็เป็นมาแล้ว เจ็บไข้ได้ป่วยก็เป็นมาแล้ว ก็เพราะตั้งใจบูชาธรรมหลวงพ่อวัดปากน้ำ แต่ว่านั่นเป็นส่วนละเอียด ในส่วนหยาบยายเองก็อยากจะสร้าง อะไรที่เป็นเครื่องบูชาท่านเหมือนกันก็ยังนึกไม่ออก เพราะฉะนั้นเมื่อท่านจะสร้างรูปหลวงพ่อวัดปากน้ำทำด้วยทองคำ ดีแล้วเอาเลย ยายโมทนาด้วย ยายจะช่วยตามผู้ที่เขามีบารมีแก่ๆให้มาช่วยกันหล่อรูปหลวงพ่อวัดปากน้ำ"

                    ดังนั้น หลวงพ่อธัมมชโย คุณยายพร้อมด้วยศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศ จึงพร้อมใจกันแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อหลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นอามิสบูชา ด้วยการหล่อรูปเหมือนของท่านด้วยทองคำบริสุทธิ์หนัก ๑ ตัน ในวันมาฆบูชาซึ่งตรงกับวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๗  โดยมีพระธรรมปัญญาบดี  เจ้าอาวาส วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นประธานสงฆ์ประกอบพิธีเอง

                     หลังจากนั้นในปีเดียวกัน หลวงพ่อก็มีดำริจะสร้างมหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อเป็นศูนย์รวมใจของชาวพุทธทั่วโลกให้มาร่วมปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงธรรมกายกันให้มากที่สุด คุณยายท่านเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีท่านก็สนับสนุน แม้ว่าสุขภาพของท่านจะเริ่มทรุด แต่จิตใจของท่านยังแข็งแกร่ง หัวใจของนักสร้างบารมียังคงเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะสร้างบารมีกับหมู่คณะต่อไป

                      นอกจากการสร้างมหาธรรมกายเจดีย์แล้ว หลวงพ่อยังมีดำริสร้างถาวรวัตถุที่จำเป็นอีก ๒ แห่งคือ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ( สด จนฺทสโร) เพื่อประดิษฐานรูปหล่อทองคำหลวงพ่อวัดปากน้ำ และสภาธรรมกายสากลหลังใหม่ เพื่อรองรับสาธุชนจำนวนเรือนแสนที่มาร่วมศาสนพิธีในวันสำคัญต่างๆทางพระพุทธศาสนา ทั้ง ๓ โครงการนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างไปพร้อมๆ กับการเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันได้ขยายกว้างไกลออกไปในหลายทวีป ได้แก่ ทวีปเอเซีย ยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และทวีปแอฟริกา

                      แม้ว่าเวลานี้วัดพระธรรมกายจะมีอายุกว่า ๓๐ ปีแล้ว งานก่อสร้างถาวรวัตถุ งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา และงานอบรมบุคลากร ซึ่งถือว่าเป็นงานหนักอย่างยิ่งมาตั้งแต่เริ่มต้นสร้างวัดนั้น ดูเหมือนว่าในปัจจุบันจะยิ่งหนักหน่วงมากกว่าเดิมหลายร้อยเท่าทั้งนี้เพราะหลวงพ่อธัมมชโยและศิษยานุศิษย์ ทั้งหลายต่างพยายามเร่งระดมกันทำงานทั้ง ๓ โครงการให้บรรลุผลสำเร็จ เพื่อทันให้คุณยายผู้เป็นที่เคารพรักและเทิดทูนของเราได้เห็นเป็นรูปธรรมสมดังมโนปณิธานของท่านที่มุ่งมั่นทุ่มเทสร้างวัดพระธรรมกาย เพื่อเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่วิชชาธรรมกาย ซึ่งจะนำสันติสุขอันไพบูลย์มาสู่มวลมนุษยชาติทั่วโลก ดังที่ได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อวัดปากน้ำเอาไว้

                      คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูงศิษย์เอกผู้ทำหน้าที่เชื่อมมโนปณิธานของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ที่จะเผยแผ่วิชชาธรรมกายไปทั่วโลกมายังหลวงพ่อธัมมชโย ผู้มีมโนปณิธานดุจเดียวกัน

                      คุณยาย...ผู้มีดวงใจใสบริสุทธิ์ เปี่ยมด้วยคุณธรรมอันสูงส่ง บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ เป็นแบบอย่างอันดีงามสำหรับนักสร้างบารมีรุ่นหลังที่กำลังเดินตามรอยท่านไปอย่างองอาจ

                      คุณยาย...เป็นต้นกำเนิดความสำเร็จทั้งมวลของวัดพระธรรมกาย หากไม่มีคุณยาย ก็ไม่มีวัดพระธรรมกายที่สมบูรณ์แบบอย่างทุกวันนี้

                      เวลาที่ดวงตะวันใกล้จะลาลับขอบฟ้า คุณยายผู้มีวัยเกือบ  ๙๐ ปีแล้ว ขอให้เด็กวัดขับรถพาไปยังศูนย์กลางธรรมกาย แห่งโลก เพื่อมองดูความคืบหน้าของมหาธรรมกายเจดีย์ที่กำลัง จะสำเร็จเสร็จสิ้นในอีกไม่ช้า แม้ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคใหญ่ หลวงสักปานใด แต่ด้วยความทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจของหมู่คณะ นักสร้างบารมีทั้งหลายโดยมีคุณยายเป็นหลักชัย ก็ทำให้สามารถ ฟันฝ่ามาได้อย่างดีจนถึงวันนี้...

                      สองปีต่อมา ในวันเสาร์ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๓ อันเป็นวันเฉลิมฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ครั้งที่ ๑ คุณยายซึ่งบัดนี้วัยของท่านสูงถึง  ๑ ปีแล้ว ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเดินได้อีกต่อไป ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา ได้มองเห็นความสำเร็จของมหาธรรมกายเจดีย์ ก่อนจะละสังขารจากโลกนี้ไป เมื่ออรุณรุ่งของวันอาทิตย์ที่ ๑๐ กันยายน ปีเดียวกัน

                       ในวันฉลองมหาธรรมกายเจดีย์นั้น มีคนขับรถพาท่านเที่ยวชมงานฉลองครั้งนี้ไปทั่วบริเวณทั้งกลางวันและกลางคืนสายตาอันเปี่ยมไปด้วยแววมหาปีติเจือด้วยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิของปูชนียาจารย์ท่านนี้ ทอดมองมหาธรรมกายเจดีย์ที่ห่อหุ้มด้วย สีทองเหลืองอร่ามขององค์พระธรรมกายทองคำกว่า ๓ แสน องค์ส่องแสงทองสะท้อนเย็นตายามต้องแสงตะวัน และเป็นสีเหลืองทองจัดจ้ายามต้องแสงไฟ แวดล้อมด้วย สีเหลืองแสด แห่งผ้ากาสาวพัสตร์ของพระภิกษุและสามเณรนับแสนรูป รวมทั้งสาธุชนเหล่าศิษยานุศิษย์ในชุดแต่งกาย สีขาวสะอาดตาหลาย แสนคน ที่ต่างมาร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จที่ได้มาด้วยความยากลำบากเหลือคณานับครั้งนี้

                         แต่เป็นความสำเร็จที่เป็นประดุจชัยชนะอันงดงามและยิ่งใหญ่อลังการสมศักดิ์ศรีของท่านผู้เป็น "หนึ่งไม่มีสอง" ในสมรภูมินี้...

คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง