การนับครั้งสังคายนาของลังกา

วันที่ 27 มิย. พ.ศ.2560

การนับครั้งสังคายนาของลังกา

พระไตรปิฎกเบื้องต้น , Pre-Degree , วัดพระธรรมกาย , DOU , ธรรมกาย , ปริญญาตรี , พรีดีกรี , พระพุทธศาสนา , พุทธศาสตร์ , พระไตรปิฎก , สร้างบารมี , หลวงพ่อธัมมชโย , การทำสังคายนา , พระสัมมาสัมพุทธเจ้า , การนับครั้งสังคายนาของลังกา , สังคายนาลังกา

   ลังกาซึ่งนับถือพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทเช่นเดียวกับไทย รับรองการสังคายนาทั้งสามครั้งแรกในอินเดีย แต่ไม่รับรองสังคายนาครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นของนิกายสัพพัตถิกวาทผสมกับฝ่ายมหายาน

    หนังสือ มันตัปปาสาทิกาซึ่งแต่งอธิบายวินัยปิฎกกล่าวว่า เมื่อทำสังคายนาครั้งที่ 3 เสร็จแล้วพระมหินทเถระผู้เป็นโอรสของพระเจ้าอโศก พร้อมด้วยพระเถระอื่น ๆ รวมกันครบ 5 รูป ได้เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในลังกา ได้พบกับพระเจ้าเทวานัมปิยติสะแสดงธรรมให้พระราชาเลื่อมใสและประดิษฐานพระพุทธศาสนาได้แล้ว มีการประชุมสงฆ์ให้พระอริฎฐะผู้เป็นศิษย์ของพระมหินทเถระสวดพระวินัยเป็นการสังคายนาวินัยปิฎกส่วนหนังสืออื่น ๆ เช่น สังคีติวงศ์กล่าวว่า มีการสังคายนาทั้งสามปิฎกสังคายนาครั้งนี้กระทำที่ถูปาราม เมืองอนุราธปุระมีพระมหินทเถระเป็นประธาน

   การสังคายนาครั้งนี้ ต่อจากสังคายนาครั้งที่ 3 ในอินเดียไม่กี่ปี คือการทำสังคายนาครั้งที่ 3 กระทำในพ.ศ. 235 พอทำสังคายนาเสร็จไม่นาน (พ.ศ. 236) พระมหินทเถระก็เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศา นาในลังกา และในปี พ.ศ. 238 ก็ได้ทำสังคายนาในลังกาเหตุผลที่อ้างในการทำสังคายนาครั้งนี้ก็คือ เพื่อให้พระศาสนาตั้งมั่น เพราะเหตุที่สังคายนาครั้งนี้ห่างจากครั้งแรกประมาณ 34 ปี บางมติจึงไม่ยอมรับเป็นสังคายนา เช่น มติของฝ่ายพม่าดังจะกล่าวข้างหน้า ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าสังคายนาครั้งนี้ อาจเป็นการวางรากฐานให้ชาวลังกาท่องจำพระพุทธวจนะ จึงต้องประชุมชี้แจงหรือแสดงรูปแห่งพุทธวจนะตามแนวที่ได้จัดระเบียบไว้ในการสังคายนาครั้งที่ 3 ในอินเดีย ฉะนั้นจึงนับได้ว่าเป็นสังคายนาครั้งแรกในลังกา

   สังคายนาครั้งที่ 2 ในลังกา กระทำเมื่อประมาณพ.ศ. 433 ในรัชสมัยของพระเจ้าวัฏฏคามณีอภัย เรื่องที่ปรากฏเป็นเหตุทำสังคายนาครั้งนี้ คือเห็นกันว่า ถ้าจะใช้วิธีท่องจำพระพุทธวจนะต่อไป ก็อาจมีข้อวิปริตผิดพลาดได้ง่าย เพราะปัญญาในการท่องจำของกุลบุตรเสื่อมถอยลง จึงตกลงจารึกพระพุทธวจนะลงในใบลาน มีคำกล่าวว่าได้จารึกอรรถกถาลงไว้ด้วยสังคายนาครั้งนี้กระทำที่อาโลกเลณสถาน ณ มตเลชนบท ซึ่งไทยเราเรียกว่า "มลัยชนบท" ประเทศลังกา มีพระรักขิตมหาเถระเป็นประธาน ได้กล่าวแล้วว่า บางมติไม่รับรองการสังคายนาของพระมหินท์ ว่าเป็นครั้งที่ 4 ต่อจากอินเดีย แต่สังคายนาครั้งที่ 2 ในลังกานี้ ได้รับการรับรองเข้าลำดับโดยทั่วไป บางมติก็จัดเข้าเป็นลำดับที่ 5 บางมติที่ไม่รับรองสังคายนาของพระมหินท์ (ครั้งแรกในลังกา) ก็จัดสังคายนาครั้งที่ 2 ในลังกานี้ว่า เป็นครั้งที่ 4 ต่อมาจากอินเดีย

    สังคายนาครั้งที่ 3 ในลังกา กระทำเมื่อไม่ถึง 100 ปีมานี้เอง คือใน พ.ศ. 2407 (ค.ศ.1865) ที่รัตนปุระในลังกา พระเถระชื่อหิกขทุเวสิริสุมังคละ เป็นหัวหน้า กระทำอยู่ 5 เดือนการสังคายนาครั้งนี้น่าจะไม่มีใครรู้กันมากนัก นอกจากเป็นบันทึกของชาวลังกาเอง การโฆษณาก็คงไม่มากมายเหมือนสังคายนาครั้งที่ 6 ของพม่า