กำลังใจ...จากคุณยาย

วันที่ 27 มิย. พ.ศ.2560

กำลังใจ...จากคุณยาย

 

คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง , คุณยาย , คุณยายอาจารย์ , คำสอนคุณยาย , แม่ชีจันทร์ , แม่ชี , ลูกจันทร์ , ขนนกยูง , ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย , วัดพระธรรมกาย , ธรรมกาย , วัดปากน้ำ , แม่ชีวัดปากน้ำ , คำสอนยาย , นั่งสมาธิ , สมาธิ , แม่ชีระลึกชาติ , ดวงจันทร์กลางดวงใจ , คุณยายอินมายฮาร์ท , กำลังใจ...จากคุณยาย

 

                  ๑๗ .๐๐ น. เป็นเวลาที่พี่อารีพันธุ์ต้องพา คุณยายไปที่เรือนอีกหลังหนึ่ง ที่มีระเบียงเป็นตัวเชื่อมต่อ เพื่อที่จะให้ท่านได้อาบน้ำ เวลาที่คุณยายไม่อยู่ที่เรือนหลังนี้ข้าพเจ้าจะมารับบุญ ทำความสะอาดที่เรือนนี้

                  ขั้นตอนการทำความสะอาดจะเริ่มต้นจาก กล่องใส่ผ้าม่านด้านบน ผ้าม่าน ขอบหน้าต่าง และถ้าภายในห้องมีจิ้งจกหลงเข้ามาเมื่อไร ข้าพเจ้าจะต้องจับมันออกไปให้ได้

                  การจับจิ้งจกนั้น ถ้ามันอยู่สูงติดเพดานก็ต้องเอาไม้กวาดเขี่ยให้มันลงมาที่พื้น พอลงมาที่พื้นแล้ว ก็โยนผ้าให้คลุมตัวมัน ไม่ให้มันวิ่งรอดผ้าไปได้ แล้วค่อยๆ เอามือไปรวบชายผ้าให้จิ้งจกเข้าไปอยู่ในผ้า จากนั้นก็นำไปปล่อยที่นอกกุฏิ

                  บางครั้งจิ้งจกตกใจ ถึงกับสลัดหางของมันให้ขาดออกจากตัว เพื่อให้เราสนใจหางแทนตัวของมัน จากนั้นมันก็หนีไปไหนต่อไหนได้ข้าพเจ้าเพิ่งมารู้จักวิธีเอาตัวรอดของจิ้งจกจากที่นี่

                  เมื่อก่อนจับจิ้งจกครั้งใด พอมือไปโดนตัวมันเท่านั้น หางก็ขาดทันทีทำให้เข้าใจไปว่า เราเป็นคนทำหางจิ้งจกขาด รู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจมาก

                  พอเสร็จจากการทำความสะอาดด้านบนเรียบร้อยแล้ว ก็จะมาเก็บเศษฝุ่นที่ลงมาอยู่ด้านล่าง การเก็บฝุ่นจะใช้ไม้กวาดไม่ได้ เพราะการกวาดนั้นจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายมากขึ้น ต้องใช้ผ้าชุบน้ำบิดให้แห้งถูถอยหลังไปเรื่อยๆ

                  ผ้าส่วนที่เอนฝุ่นจะถูกพับกลับเข้าไปอยู่ด้านใน เมื่อผ้าเอนฝุ่นมากแล้ว จึงนำผ้ามาซักน้ำสักทีหนึ่งแล้วบิดให้แห้ง กลับมาถูต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเสร็จ

                  วันนี้..ถูยังไม่เสร็จเลย แต่คุณยายกลับมาที่ห้องแล้วท่านเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม..แล้วท่านก็พูดว่า "ขยันจังเว้ยไอ้หลานน้อยกู"

                  ข้าพเจ้ารู้ว่าพี่อารีพันธุ์ยังอยู่กับคุณยายเลยไม่ได้หันไปหาท่าน ยังคงถูต่อไปเรื่อยๆ

                  การถูห้องในครั้งนี้ข้าพเจ้าสังเกตพบว่าถ้าดูด้วยตาเปล่า พื้นห้องนี้ไม่สกปรกเลย เพราะมองไม่เห็นฝุ่นแม้สักนิดเดียว แต่เมื่อใดที่เราเอาผ้ามาถูห้อง ก็จะเห็นฝุ่นนั้นติดเต็มผืนผ้า

                  ข้าพเจ้าได้ข้อคิดผุดขึ้นมาว่า แม้บางครั้งคนเราจะไม่มีความรู้สึกนึกคิดที่ไม่ดีอยู่ในใจเลย แต่กิเลสที่ตกตะกอนอยู่ในใจนั้นยังคงมีอยู่

                  พอข้าพเจ้าถูมาใกล้บริเวณเก้าอี้นวมที่คุณยายนั่งอยู่ท่านก็เอามือของท่านมาแตะที่แผ่นหลังของข้าพเจ้าแล้วท่านก็พูดว่า

                   "เอาบุญกับยายนะไอ้หลานน้อย เราทำอะไรไว้เราก็ได้อย่างนั้นแหละ"

                  ข้าพเจ้ารับรู้ว่าสิ่งที่คุณยายพูดนั้นคือกำลังใจที่เต็มเปี่ยมที่บอกให้รู้ว่าไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตามในบุญสถานแห่งนี้  สิ่งที่เราได้รับนั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดสิ่งนั้นก็คือ..บุญนี่เอง

 

 

**บทความ แนะนำ/เกี่ยวข้อง

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร