บทความคุณยาย In My Heart : ฝากดวงแก้ว

ฝากดวงแก้ว

วันที่ 17 มค. พ.ศ.2561

ฝากดวงแก้ว
           เมื่อถึงวันสงกรานต์คุณยายจะนำพระที่แกะสลักจากหินแก้วธรรมชาติ พระบรมสารีริกธาตุในเจดีย์เล็กๆ
และดวงแก้วในตู้มาสรงด้วยน้ำฝนสะอาดท่านไม่ใช้น้ำหอมเพราะว่าจะทำให้ผิวของพระบรมสารีริกธาตุเสีย ส่วนดวงแก้วจะใช้น้ำที่ใส่ดอกมะลิผสมน้ำหอมไทยสูตรโบราณสีเขียว คุณยายกับหลวงพ่อช่วยกันสรงน้ำอยู่สองคนนอกจากนี้ยังมีดวงแก้วที่คุณยายรักมาก ท่านพกติดตัวเป็นประจำเป็นดวงแก้วเล็กๆที่หลวงพ่อไปหามา
อันที่จริงของเดิมท่านมีอยู่แล้วแต่หลวงพ่อไปตระเวนหามาเพิ่มอีกเพราะได้ทราบจากคุณยายว่าดวงแก้วมีอานุภาพเมื่อประกอบวิชชาธรรมกายแล้วสามารถนำมาใช้งานให้เป็นประโยชน์ได้หลวงพ่อออกไปแสวงหาดวงแก้วเพราะอยากได้มากเมื่อพบแล้วก็นำมาให้คุณยายไม่ว่าใสหรือขุ่นก็เอามาก่อนบางก้อนเป็นหินกึ่งรัตนชาติ
บางทีได้ดวงแก้วขุ่นๆมีอยู่ดวงหนึ่งสีเขียวรูปทรงคล้ายไข่ซึ่งนับว่าหายากเมื่อหาได้แล้วก็ดีใจมากมาถึงบ้านหลังเล็กแล้วก็นำมาให้คุณยายท่านก็รับไปนั่งเข้าที่ตรวจดูหลวงพ่อนำดวงแก้วที่หามาได้มาฝากคุณยายไว้ซึ่งท่านรับฝากโดยเอาผ้าเช็ดหน้ามัดม้วนอย่างดีแล้วใช้เข็มกลัดติดไว้ดูกะทัดรัดมาก หลวงพ่อพยายามฝึกทำอย่างท่านแต่ผ้าเช็ดหน้าที่ห่อไว้จะเป็นโพรงไม่กระชับเหมือนของคุณยายการห่อดวงแก้วของหลวงพ่อเหมือนการสวมเสื้อผ้าหลวมๆแต่ของคุณยายเหมือนผ้าแนบเนื้อเป็นแบบเสื้อผ้าของเทวดาเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน
หลวงพ่อคิดถึงดวงแก้วที่ฝากไว้ก็จะไปขอท่านดูครั้งหนึ่งท่านก็ชอบให้เราดูอัธยาศัยของคุณยายคือเวลาทีหลวงพ่อถามคำถามหรือส่งของศักดิ์สิทธิ์ให้ท่านท่านจะหลับตาดูแล้วบอกว่า“นี่ตัวอ่อน”“นี่ตัวแก่”“มันอ่อนยังไงล่ะผมอยากรู้”คุณยายอธิบายเพิ่มเติมว่าความอ่อนความแก่ในที่นี้หมายถึงบุญบารมีของกายสิทธิ์ที่อยู่ภายใดวงแก้วถ้ายิ่งแก่ยิ่งใสยิ่งสวยยิ่งมีฤทธิ์มีอานุภาพมากตัวอ่อนก็หย่อนลงมากายสิทธิ์จะนั่งสมาธิอยู่ข้างในนั้นหลวงพ่อฟังแล้วรู้สึกชอบมากแล้วท่านก็บอกว่า“ให้เก็บไว้ที่ยายก่อนแล้วเดี๋ยวคุณมาเอาไปนะ”แม้ดวงแก้วจะขุ่นๆไม่ค่อยใสแต่เมื่อหลายเดือนผ่านไปพอแกะห่อผ้าเช็ดหน้าออกแล้วน่าอัศจรรย์ใจว่าดวงแก้วกลับใสขึ้นไม่ใช่ความใสแบบด้านๆอย่างแก้วเจียระไนธรรมดาแต่เป็นความผ่องใสเหมือนนวลผักคะน้าหรือนวลมะม่วงดวงแก้วจะดูเปล่งประกายมีเสน่ห์มีพลังแผ่ออกมาเป็นเพราะคุณยายนำมากลั่นแก้และฝึกงานด้วยอานุภาพพระธรรมกายของท่านเมื่อหลวงพ่อขอคืนท่านจะนำมาคืนให้ซึ่งดวงแก้วเหล่านี้คุณยายเก็บเอาไว้ใช้งานในเวลาประกอบวิชชาธรรมกายไม่ได้ใช้เป็นของขลังแต่อย่างใดนอกจากนี้ท่านยังสอนวิธีทำตัวอ่อนให้เป็นตัวแก่คือทำให้กายสิทธิ์มีอานุภาพมากขึ้นวิธีการเป็นอย่างไรท่านจะค่อยๆสอนให้สอนไปเรื่อยๆทีละเล็กทีละน้อยคุณยายยัเคยเล่าให้หลวงพ่อฟังอีกว่ามีดวงแก้วอยู่ดวงหนึ่งเป็นของคุณยายทองสุขสำแดงปั้นเดิมทีดวงแก้วดวงนี้มีมาตั้งแต่สมัยของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นดวงแก้วขนาดใหญ่ที่มีอานุภาพมากสามารถกลิ้งตัวเองเข้าไปใต้รัตนบัลลังก์เพื่อฟังธรรมได้ต่อมาเมื่อเขารู้ว่าผู้มีบุญที่จะได้ครอบครองนั้นมาเกิดแล้เขาจึงย้ายมาอยู่ด้วยแต่เนื่องจากไม่สามารถนำพาเอาเรือนเดิมซึ่งมีขนาดใหญ่มาด้วยได้ จึงย้ายมาอยู่ในเรือนเล็กแทนหลวงพ่อฟังแล้วก็รู้สึกอัศจรรย์ใจว่ากายสิทธิ์ในดวงแก้วสามารถย้ายเรือนได้แม้ไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็เป็นเรื่องที่หลวงพ่อชอบมากทีเดียว