ต้นบุญต้นแบบ

วันที่ 10 มค. พ.ศ.2562

ต้นบุญต้นแบบ

    ถ้าหากไม่มีคุณยายหรือไม่ได้พบกับคุณยายดูเหมือนว่าชีวิตของหลวงพ่อรวมถึงศิษยานุศิษย์อีกเป็นจำนวนมากคงต้องลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้วงทะเลแห่งความทุกข์ระทม เหมือนคนหลงทางในป่ารกที่หาทางออกไม่พบ คุณยายเป็นเสมือนผู้จุดประทีปในที่มืดและบอกทางแก่คนหลงทาง ทําให้เราได้พบแสงสว่างในชีวิต ท่านเป็นยอดกัลยาณมิตรที่คอยประคับประคองหลวงพ่อและหมู่คณะวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่ต้น

    ยามใดที่หลวงพ่อระลึกถึงท่าน ก็จะตระหนักว่าถ้าไม่มีท่านแล้ว ก็จะไม่มีเราที่อยู่ในเส้นทางการสร้างบารมีในวันนี้อย่างแน่นอนและคงหาผู้ที่ทําลายความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเป้าหมายของชีวิต ชีวิตหลังความตายเรื่องนรก เรื่องสวรรค์และเรื่องกฎแห่งกรรมไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะยังไม่เคยมีใครให้ความกระจ่างได้มากเท่ากับคุณยายเลย ทั้งๆ ที่ท่านไม่รู้หนังสือ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่น่ามหัศจรรย์เพราะผู้ที่มีการศึกษาสูงทุกชนชั้นยังต้องไปกราบขอเรียนธรรมะกับท่าน หรือขอคําปรึกษาจากท่าน โดยถามในสิ่งที่คนอื่นให้คําตอบไม่ได้

   เรื่องไปนรกไปสวรรค์นั้น สําหรับคุณยายแล้วเป็นเหมือนกับการเดินออกจากห้องนอนไปเข้าห้องน้ำเท่านั้นเอง นอกจากนี้ในเวลาที่ลูกศิษย์ต้องประสบกับโรคภัยร้ายแรงที่แพทย์ล้วนส่ายหน้าคุณยายจะบอกคนไข้ให้นั่งหลับตาทําสมาธิ แล้วท่านจะช่วยรักษา ซึ่งในสมัยนั้นไม่มีใครทราบว่าการนั่งสมาธิสามารถช่วยรักษาโรคได้แต่ในปัจจุบันนี้ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันชัดเจนแล้วว่าการนั่งสมาธิสามารถช่วยรักษาโรคได้จริง ถึงขนาดที่นิตยสารชื่อดังฉบับหนึ่งของสหรัฐอเมริกายังต้องนําผลการวิจัยเรื่องนี้มานําเสนอ

    คุณยายเคยพูดว่า ชาตินี้ยายไม่รู้หนังสือชาติต่อไปยายจะบวชตั้งแต่ยังเยาว์และได้ปฏิบัติธรรมะยายจะแทงตลอดหมดแล้วก็รู้ทุกภาษา หลวงพ่อบอกว่า ขนาดยายไม่รู้หนังสืออย่างนี้ยายยังพูดอะไรได้ตั้งเยอะแยะ ตอบคําถามของพระเดชพระคุณหลวงปู่ได้ถูกหมด แต่คุณยายบอกว่ามันไม่เหมือนกัน ถ้ารู้หนังสือด้วยก็จะดีแต่เรียนหนังสือก็ยังต้องเสียเวลาสําหรับยายแล้วชาติต่อไปไม่ต้องเสียเวลาเรียน ยายจะอ่านได้เลย

  จากผู้ไม่รู้หนังสือที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้คุณยายได้กลายมาเป็นครูบาอาจารย์ของคนทั้งโลกนับว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา เป็นเรื่องที่น่าศึกษาเรียนรู้มาก แต่ในตอนนี้ท่านละสังขารไปแล้ว จึงเหลือเพียงประวัติศาสตร์แห่งชีวิตอันงดงามของท่าน และอนุสรณ์สถานที่ท่านสร้างวัดพระธรรมกาย สร้างพุทธบุตร และสร้างแบบแผนอันดีงามอีกมากมายไว้เป็นตัวแทนท่าน

     ในความรู้สึกของหลวงพ่อ คุณยายเป็นผู้ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง นับจากวันที่ได้พบท่านแล้วหลวงพ่อก็ได้เข้ามาสู่เส้นทางการสร้างบารมีจนกระทั่งท่านสร้างวัดให้อยู่และวางระบบระเบียบวัฒนธรรมชาวพุทธที่เข้มแข็งแต่เรียบง่ายเอาไว้ให้ด้วย ทุกอย่างต้องเหมาะสม เป็นสัปปายะ สะดวกสบาย เหมาะแก่ผู้มีบุญที่จะมาศึกษาธรรมะ ปฏิบัติธรรม และสร้างบุญสร้างบารมีท่านเป็นประธานในการสร้างทุกสิ่งทุกอย่างเรื่อยมา ทั้งศาสนบุคคล ศาสนวัตถุและศาสนสถาน

   ในด้านของการวางระเบียบแบบแผนเพื่อให้วัดพระธรรมกายเป็นต้นบุญต้นแบบที่ดีของโลกคุณยายทําให้พวกเราหาจุดที่จะทํางานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสมานข้อแตกต่างทางความคิดคําพูด และการกระทํา ท่านสอนให้พวกเรามีความสมัครสมานสามัคคีหมู่คณะของเราจึงกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว ท่านเน้นความเป็นระเบียบเรียบร้อยความสะอาด แม้แต่เรื่องการขัดห้องน้ํา ซึ่งคุณยายเรียกว่า“ขัดวิมาน” ท่านก็ลงมือทําให้ดูด้วยตนเอง

     คุณยายมักสอนศิษยานุศิษย์ที่เข้าวัดมาศึกษาเล่าเรียนธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและฝึกฝนตนเองให้เห็นอานิสงส์ของการสร้างความดีต่างๆ ว่า บุญสถานนี้เป็นที่ตักตวงบุญ ใครจะตักตวงบุญแค่ไหนก็ได้ตามต้องการ เมื่อเห็นใบไม้ตกอยู่บนถนนก็ให้เก็บเอาไปใส่ในถุงขยะ เห็นหยากเยื่อหยากไย่ ก็ช่วยกันปัดกวาด แล้วก็ยิ้มแย้มแจ่มใสช่วยกันต้อนรับผู้มาเยือน ท่านทําให้ดูเป็นตัวอย่างและสั่งสอนอบรมลูกหลานอย่างนี้เรื่อยมาจนกระทั่งสังขารเจ็บไข้ได้ป่วยถึงหลายครั้ง ท่านเคยบอกกับหลวงพ่อว่า ถ้าเป็นคนอื่นก็คงกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วแม้ว่าท่านใช้ชีวิตเป็นเดิมพันในการสร้างบารมีถึงขนาดนี้แล้ว ท่านยังสรุปว่าท่านเพิ่งทําบุญไปได้นิดเดียว

      คุณยายเคยบอกว่า “เรื่องบุญน่ะ ใครจะยอมแพ้ก็ยอมไปเถอะ แต่ยายไม่ยอมแพ้เพราะกว่าจะได้เกิดมาเป็นคนนั้นยาก เกิดมาแล้วก็ต้องสร้างบุญให้สุดชีวิต เอาบุญทั้งบุญหยาบ บุญละเอียด เพราะบุญเป็นที่พึ่งได้บุญช่วยเราได้อย่าทิ้งบุญ เราต้องยึดเอาบุญของเราเป็นที่พึ่ง อย่างนี้เรียกว่าหาบุญได้ใช้บุญเป็น” นี่คือคําสอนของคุณยายผู้เป็นครูบาอาจารย์ของเรา ท่านรักและห่วงใยศิษยานุศิษย์ของท่านทุกคน แล้วก็รักในการสร้างบุญอย่างชนิดที่ยากจะหาใครในโลกมาเทียบท่านได้

     คุณยายเป็นทั้งต้นบุญและต้นแบบให้กับพวกเราและชาวโลกได้เจริญรอยตาม ถ้าเราก้าวเดินตามท่าน ชีวิตของเราจะไม่มีวันผิดพลาด โดยมากแล้วบุคคลทําผิดพลาดในชีวิตเพราะขาดกัลยาณมิตรถือว่าเป็นชีวิตที่อาภัพอับโชค แต่ศิษยานุศิษย์ของคุณยายเป็นผู้มีบุญลาภอย่างยิ่งเพราะได้เกิดมาพบคําสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและยังมีมหาปูชนียาจารย์ผู้ประเสริฐเป็นต้นแบบในการนําคําสอนนั้นมาใช้ในการดําเนินชีวิตอีกด้วย