บ้านกัลยาณมิตรหลังที่ 1

วันที่ 02 มค. พ.ศ.2561

บ้านกัลยาณมิตรหลังที่1
           สถานที่เรียนธรรมะของหลวงพ่อในยุคแรกเริ่มคือบ้านหลังเล็กภายในบริเวณวัดปากน้ำภาษีเจริญ ถือได้ว่าเป็นบ้านกัลยาณมิตรหมายเลข1บ้านหลังนี้เตี้ยกว่าหลังติดๆกันซึ่งสูงกว่าเวลาเพื่อนบ้านเขานึกอยากเทขยะมูลฝอยก็จะสาดโครมลงมาบนหลังคาบ้านคุณยายแล้วชั้นบนก็เปิดเทปธรรมะที่ตัวเจ้าของบ้านเองอัดไว้หลังจากไปฟังวัดโน้นวัดนี้มาแล้วจึงพูดอัดเทปแล้วเปิดทิ้งเอาไว้ส่วนข้างล่างเปิดโทรทัศน์แล้วเจ้าตัวก็ไปอยู่หลังบ้านไปคุยกับคนอื่นเลยไม่รู้ว่าเปิดให้ใครฟัง ถึงกระนั้นคุณยายก็อยู่อย่างมีความสุขบ้านหลังเล็กนี้สะอาดมากทีเดียว คุณยายเช็ดจนสะอาดตั้งแต่บันไดทางขึ้นทั้งลูกนอนบันได ข้างใต้ข้างบน เช็ดหมดจดรอบด้านบ้านนี้มีหน้าต่างโบราณแบบแปลกๆคือ ขอบสูงห่างจากพื้นที่นั่ง สักคืบหนึ่ง แล้วคุณยายก็นั่งริมหน้าต่างตรงนั้นนอนตรงนั้นรับแขกตรงนั้นสอนธรรมะก็ตรงนั้นด้วยคุณยายมีช่องเก็บยาที่ไม่มีฝาปิด เป็นที่เปิดโล่งซึ่งท่านเช็ดจนสะอาดแล้วนำขวดยามาเรียงพี่เรียงน้องคือเรียงขวดตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ตามลำดับเรียงเป็นชั้นๆ
น่าหยิบน่าใช้ดูแล้วสบายตาพาสบายใจหลวงพ่อเห็นท่านอยู่ตรงนั้นที่เดียวตลอดแต่สะอาดเรียบร้อยดูน่าเลื่อมใสยังสงสัยว่าทำไมท่านไม่เบื่อกับการอยู่ตรงนั้น เข้าใจว่าเป็นเพราะท่านหยุดใจได้แล้วจึงไม่ต้องการ อะไรมาก มีเพียงของใช้จำเป็นนิดๆ หน่อยๆก็มี ความสุขได้แล้วสำหรับของใช้ในบ้านคุณยายสามารถทำของที่ไม่มีมูลค่าหรือของที่เขาไม่ใช้แล้วให้มีคุณค่าได้ไม้ที่ปูชั้นล่างของบ้านกัลยาณมิตรหลังที่1 ท่านก็ไป
เก็บเอามาจากที่เขาทิ้ง ทำความสะอาดแล้วนำมาไว้ที่ชั้น1ส่วนเก้าอี้รับแขกของท่านมี 2ตัว ใครๆก็แย่งกันนั่ง
ท่านเช็ดเสียจนขึ้นเงาเป็นเก้าอี้ติดแอร์ ที่เรียกว่าเก้าอี้ติดแอร์เพราะก้นทะลุแต่ยังมีโครงและพนักพิงสามารถเท้าแขนได้ส่วนอีกตัวไม่มีที่พักแขนแต่มีก้น แล้วตรงกลางก็เชื่อมด้วยโต๊ะรับแขกเป็นโต๊ะที่เจ้าของเขาทิ้งแล้วเหมือนกันคุณยายนำกลับมาใช้ใหม่โดยเช็ดให้สะอาดแล้ววางที่ใส่ขวดน้ำซึ่งทำจากหวายไว้บนโต๊ะ ปกติแล้วเก้าอี้จะประกอบไปด้วยชิ้นส่วนต่างๆที่นำมาต่อกันขึ้นเป็นเก้าอี้เหมือนกับ“คน”ที่ปกติแล้วจะต้องประกอบไปด้วยหัว แขน ตัว ขา และส่วนอื่นๆ ใบหน้าก็ต้องมีคิ้ว ตา จมูก ปาก หู เป็นต้น เก้าอี้ก็เหมือนกันเพราะฉะนั้นเวลาคุณยายเช็ดทำความสะอาดก็เหมือนเราเช็ดหน้าคือมีอะไรเช็ดหมดทุกอย่างเวลาเราล้างหน้าเราก็ล้างหมด
ล้างศีรษะเราก็ล้างหมดคุณยายก็ทำอย่างนั้นบางอย่างท่านทำให้ดูบางอย่างท่านสอนคือทั้งแนะทั้งนำและทำให้ดู คุณยายเช็ดเก้าอี้ของท่าน หมดทุกซอกทุกมุมถ้าเป็นเราคงไม่เช็ดข้างใต้แต่คุณยายเช็ดไปถึงข้างใต้
ส่วนขวดน้ำรับแขกท่านก็เก็บขวดเก่ามาทำความสะอาดอย่างดีล้างทั้งข้างนอกทั้งข้างในจนสะอาดแล้วตากให้แห้งจากนั้นจึงเช็ดคราบน้ำออกพอหมดกลิ่นไม่พึงประสงค์และสิ่งสกปรกแล้วจึงนำมาใส่น้ำฝนเพื่อใช้รับแขก
คุณยายรองน้ำฝนโดยนำผ้ามากรองที่ปากท่อของรางน้ำเพื่อไม่ให้เศษผงไหลลงไปในชั้นแรกและยังมีผ้ากรองที่ฝาตุ่มอีกหนึ่งชั้นเพื่อให้แน่ใจว่าน้ำที่รองได้นั้นสะอาดปราศจากฝุ่นละอองสามารถนำไปบรรจุขวดได้เราจะเห็นได้ว่าคุณยายมีใจละเอียดอ่อนแม้แต่งานหยาบก็สามารถทำให้ละเอียดประณีตได้สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาเป็นมิเตอร์หรือบรรทัดฐานในการวัดตัวเราเองได้ว่างานหยาบของเรานั้นสามารถทำได้ละเอียดอย่างคุณยายหรือไม่ถ้าหากเราต้องการ มีใจละเอียดลุ่มลึกในสมาธิเหมือนอย่างคุณยายเราต้องทำงานหยาบของเราให้ละเอียดด้วยถ้าเรายังไปไม่ถึงจุดนั้น เราต้องแก้ไขให้ดีเพราะคุณยายละเอียดทั้งงานหยาบ(งานทั่วๆไป)และ
งานละเอียด(การทำสมาธิ)เวลาคุณยายอยู่บ้านหลังเล็กที่วัดปากน้ำท่านไม่ใช้พัดลม แต่ท่านเอามาให้หลวงพ่อใช้เป็นพัดลมที่เก็บมาตั้งแต่สมัยอดีตเวลาทำงานจะร้องเสียงดังครวญครางรำพึงรำพันหันซ้ายทีก็ร้องลั่นแล้วก็สะดุดกึกๆหันมาอีกทีก็ร้องคล้ายๆจะบอกเราว่ากำลังทำงานอยู่ถึงแม้จะทำงานได้ไม่สมบูรณ์นัก แต่คุณยายก็ไม่ได้เห็นว่าของเก่านี้เป็นของไม่มีค่าท่านยังคงใช้สอยอย่างประหยัดและคุ้มค่าเสมอเพราะฉะนั้นความสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อยของคุณยายจึงเป็นที่ยินดีของผู้มาเยือนทุกคนเริ่มตั้งแต่หน้าบ้านเป็นต้นไป หลวงพ่อเอง
เวลาไปนั่งธรรมะกับท่าน บางวันเห็นท่านเอาผ้าโพกศีรษะจนเกือบจำท่านไม่ได้ ท่านเอาบันไดพาดผนังไม้ ด้านนอกบ้านแล้วเช็ดถูฝาบ้านอย่างขะมักเขม้น พอเดินเข้าไปใกล้ๆเห็นเป็นคุณยายก็ถามท่านว่ากำลังทำอะไร
ท่านตอบว่ากำลังเช็ดฝาบ้านหลวงพ่อถามอีกว่าข้างนอกเขาเช็ดกันด้วยหรือท่านตอบว่าต้องเช็ดเราต้องเช็ดบ้านทั้งข้างนอกและข้างในจึงจะสะอาดดีแล้วท่านก็สอนว่าถ้าบ้านไหนมีหยากไย่รุงรังที่ประตูหน้าต่างสมบัติจะไม่เข้าบ้านเพราะติดตรงหยากไย่เราก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมสมบัติติดตรงหยากไย่จึงคิดว่าพอคนเขามาเห็นบ้านรกรุงรังเขาก็ไม่เข้า พลอยหมดความศรัทธาและไม่อยากทำบุญไปด้วยหมายความว่าเราจะชนะใจเขาได้นั้นเขาต้องเห็นความน่ารักของบ้านและตัวเรา เขาจะมองเห็นหัวใจอันสะอาดสะอ้านของเจ้าของบ้านได้ก็ต้อง
เริ่มจากตัวบ้าน ประตูบ้าน ฝาบ้าน ผนังบ้านแล้วเข้ามาในบ้าน ความรักสะอาดของคุณยายนี้เองเป็นคุณวิเศษที่จับต้องได้ทำให้ท่านเป็นที่รักเคารพศรัทธามีลูกศิษย์ลูกหามากมายมาเต็มบ้าน ล้นบ้านแล้วก็ต้องย้ายมาอยู่บ้านธรรมประสิทธิ์ซึ่งเป็นบ้านกัลยาณมิตรหมายเลข2 ภายในบริเวณวัดปากน้ำภาษีเจริญบ้านหลังใหม่ก็สะอาดอย่างเดียวกันเพียงแต่ใหญ่กว่าเดิมแล้วคุณยายก็ทำให้สะอาดเรียบร้อยแบบเดิมคนก็แย่งกันเข้ามานั่งเต็มไปหมดเพราะเข้ามาแล้วรู้สึกสบายใจ