ท้องผูก - ริดสีดวงทวารหนัก

วันที่ 01 มิย. พ.ศ.2561

ท้องผูก - ริดสีดวงทวารหนัก


สุขภาพนักสร้างบารมี , สุขภาพ , การดื่มน้ำ , ร่างกาย , ชีวิต , ระบบภายในร่างกาย , กระดูก , โรค , โรคภัยไข้เจ็บ , สุขภาพร่างกาย , วิธีรักษาสุขภาพ , โครงสร้างพื้นฐานร่างกาย , อาหาร , ยา , ปัสสาวะ อุจจาระ , สมุนไพร , น้ำซุป , ปฏิบัติธรรม , การดูแลตัวเอง , นั่งสมาธิ , ฟัน , น้ำ , Healthy , living , food , body , Health , ดูแลสุขภาพ , ท้องผูก - ริดสีดวงทวารหนัก

โรคท้องผูก

         สาเหตุทั่วไปของการเกิดโรคท้องผูก ได้แก่

           ๑. ร่างกายขาดน้ำ ดื่มน้ำน้อย หรือบางทีแม้ดื่มน้ำมาก แต่เนื่องจากร่างกายไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้ ก็ทำให้ขาดน้ำสาเหตุที่เก็บน้ำไม่ได้ ก็เพราะเราไม่ค่อยได้ออกกำลังกายกล้ามเนื้อจึงไม่ฟูทำให้เก็บน้ำไวไม่ได้หรือมิฉะนั้น การดื่มน้ำเย็นจัด เช่น น้ำใส่น้ำแข็ง ก็ทำให้ร่างกายไม่เก็บน้ำ หรือการอยู่หน้าเตาไฟ หน้าตู้อบนานๆ ความร้อนจากเตาไฟ จากตู้อบ ดึงน้ำในด้วออกไป แต่เจ้าตัวยังดื่มน้ำในปริมาณเท่าเดิม ผลที่ตามมาก็คือมีอาการท้องผูก

         ๒. ไม่ชอบรับประทานพืชผักผลไม้ ชอบกินแต่อาหารประเภทเนื้อหรือพวกอาหารที่มีกากน้อย แต่ไม่กินผักผลไม้ที่มีกากมาก ใครที่เคยล้างท่อหรือล้างขวดจะเข้าใจได้ดีว่าถ้าจะให้ท่อหรือขวดเกลี้ยง เขาต้องใช้แปรงขัดด้ามยาว ๆล้วงเข้าไปขัดในท่อหรือในขวด แต่ลำไส้ของเรายาวกว่าขวดแล้วจะใช้แปรงอะไรสอดเข้าไปล้างลำไล้ ก็ใช้เส้นใยจากพืชผักผลไม้ที่กินเข้าไป เพื่อไปทำหน้าที่ครูดเอาของเสียออกจากผนังลำไส้ พืชผักผลไม้จึงเป็นเสมือนแปรงล้างลำไส้ของคนเรานั้นเอง

           ๓. อั้นอุจจาระนาน ๆ การอั้นอุจจาระไว้นานๆ เป็นผลให้น้ำที่มีอยู่ในอุจจาระถูกลำไส้ใหญ่ดูดซึมกลับเข้าไปในเส้นเลือด หลังจากน้ำถูกดูดซึมออกจากอุจจาระ อุจจาระก็จะแข็งท้องจึงผูก เพราะฉะนั้นอย่าถ่ายอุจจาระผิดเวลาโดยใช่เหตุถึงเวลาเมื่อไร ไม่ว่าจะกําลังทำอะไรอยู่ก็ช่าง ขอเวลาไปถ่ายก่อนเรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยว่ากัน

          ๔. ไม่ชอบออกกําลังกาย ยิ่งถ้านอนเฉยๆ หรือนั่งเฉยๆเป็นเวลานานๆ จะเป็นเหตุให้ลำไส้ไม่ค่อยบีบตัว อุจจาระก็ค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ติดต่อกันหลายวัน จึงเกิดอาการท้องผูกขึ้นหากทิ้งไว้นานๆ ท้องจะเสียตามมา เพราะอุจจาระที่ตกค้างเน่า


คนท้องผูกอย่างหน้กจะแก้ไขได้อย่างไร

         วิธีแก้ไขอาการท้องผูกอย่างหนักอาจทำได้ ๓ วิธีดังนี้

           วิธีที่ ๑ เป็นวิธีง่ายๆ ตามแบบโบราณ กล่าวคือ เมื่อตื่นขึ้นในตอนเข้า แล้วก็ชงน้ำชา ใส่ใบชาลงไปนิดหน่อยเพียงแค่มีกลิ่นนั่งดื่มน้ำชาอ่อนๆ อุ่นๆ ถึงแม้จะดื่มน้ำชาหมดไปกาสองกา ถ้ายังไม่ปวดอุจจาระก็ไม่เลิกดื่ม ดื่มน้ำชาไปก็ออกกายบริหารเบาๆไป ไม่เร่งไม่ร้อน เดี๋ยวก็ปวดอุจจาระจนได้ เมื่อปวดแล้วก็ให้รีบไปขับถ่ายเสีย ถ้าหากวันแรกยังไม่ถ่ายก็อย่าเพิ่งท้อทำติดต่อกันไม่เกิน ๓ วัน ก็ถ่ายจนได้ และกลายเป็นนิสัยถ่ายแต่เข้าโดยอัตโนมัติ

       วิธีที่ ๒ การใช้ยาระบาย ยาระบายควรอยู่ในรูปอาหาร เช่น มะขามเปียก (มะขามเปรี้ยวดีกว่ามะขามหวาน) ยอดชุมเห็ดเทศ เป็นต้น ยาระบายที่อยู่ในรูปอาหารจะมีคุณค่ามากกว่ายาถ่ายจากร้านขายยา เพราะการใช้ยาถ่ายจากร้านขายยานานๆ ไปจะทําให้ติดยาถ่าย ถ้าไม่กินยาก็ไม่ถ่าย

           วิธีที่ ๓ การสร้างกล้ามเนื้อหูรูดที่ทวารหนัก วิธีนี้ทำได้โดยการออกกําลังที่ปากทวารหนัก กล่าวคือ ถ้ามีอาการท้องผูกเมื่อถึงคราวปวดอุจจาระ แต่อุจจาระแข็งมากจนเบ่งถ่ายไม่ออกก็ให้เบ่งไม่แรงนักแล้วก็ขมิบ เบ่งนิดเดียวแล้วก็ขมิบ (ไม่ใช่เบ่งหน้าเขียวหน้าเหลือง) ถ้ายังไม่ออกก็ใช้หัวฉีดน้ำล้างก้น ฉีดน้ำไปที่ปากทวารหนัก เพื่อให้น้ำเข้าไปช่วยหล่อลื่น ทำสลับกับการเบ่งแล้วขมิบจนกว่าจะถ่ายออก ทำนองเดียวกับการถอนต้นเสา คือใส่น้ำลงไปบริเวณโคนเสาให้มากพอ แล้วโยกต้นเสาไปมา จึงถอนดึงขึ้น ถ้าโยกหนัาโยกหลังแล้วยังไม่ออก ก็เติมน้ำลงไปอีก โยกซ้ายโยกขวาแล้วก็ดึงขึ้น ทำสลับไปมาอย่างนี้จนกว่าจะถอนเสาขึ้นได้การเบ่งพรวดเดียวไม่ได้ช่วยให้ลำไส้ได้มีโอกาสออกกําลัง แต่การเบ่งแล้วขมิบเป็นการใช้กำลังที่ทวารหนักมาช่วยลำไส้ และในที่สุดกล้ามเนื้อหูรูดที่ปากทวารหนักก็จะมีกำลังตามมาด้วย ถ้าทำอย่างนี้ไม่นานอาการท้องผูกจะคลายลง เพราะทั้งลำไส้ใหญ่และกล้ามเนื้อ โดยรอบทวารหนัก มีกำลังพอที่จะขับอุจจาระด้วยตนเองได้

 

ริดสีดวงทวารหนัก

       ผู้ที่มีอาการท้องผูกเรื้อรัง จะเป็นเหตุให้โรคริดสีดวงทวารหนักเกิดตามมาได้ง่าย เพราะฉะนั้นผู้ที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีจะไม่ยอมให้ท้องผูกเป็นอันขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริดสีดวงทวารหนักได้ แต่ทว่าเมื่อมีอาการริดสีดวงทวารหนักเกิดขึ้น มีวิธีดูแลรักษาต้วยตนเอง ดังนี้

        ๑.ถ้าใครมีอาการอักเสบที่บริเวณทวารหนัก เช่น ปากทวารหนักบวมเป่งบ่อย ๆ ทั้งปวดและเจ็บจนแทบถ้าวขาไม่ออกวิธีแก้ไขขั้นต้นอย่างง่ายๆ ซึ่งจะช่วยให้ทุเลาลงได้ภายในไม่กี่นาที คือ

       เอามะกรูดแก่ ๆ ผลหนึ่งมาอังไฟ อาจจะใช้โคมไฟดูหนังสือก็ได้โคมไฟที่มีความร้อนขนาด ๘๐ วัตต์กำลังดี (ถ้าไม่มี ๘๐ วัตต์จะใช่ ๑๐๐ วัตต์ก็ได้ หรืออย่างน้อยต้อง ๖๐ วัตต์) อังพออุ่นๆแล้วลองใช้หลังมือแตะดู เมื่อรู้สึกว่าอุ่นพอทนได้ ก็ใช้มะกรูดอุ่นๆนั้นนาบที่บริเวณทวารหนัก พอลูกมะกรูดเย็นลงก็เอามาอังไฟใหม่แล้วก็ไปนาบอีก ทำสลับกันไปเช่นนี้ประมาณ ๑๐ นาทีเราก็จะรู้สึกด้วยตัวเองเลยว่า ส่วนที่บวมอักเสบจะยุบ อย่างน้อย ๒๐ ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และอาจมากถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์

       บริเวณผิวที่นาบด้วยลูกมะกรูดนั้น  ถ้าปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนอาจจะรู้สึกแสบ  ต้องใช้ครีมทาช่วยลดการระคายเคือง อาจจะเป็นครีมทาหน้า หรีอครีมทาตัวก็ได้ แล้วก็นอนหลับสักตื่นตื่นขึ้นมาจะพบว่าอาการบวมยุบ หายไปแล้วไม่ต่ำกว่า ๖๐ ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์

          สำหรับผู้ที่เพิ่งเป็นครั้งแรก ๆ อาการบวมอักเสบอาจจะเหี่ยวหายไปเลย แต่สำหรับผู้ที่เป็นมาเรื้อรัง จะไม่หายขาดเพียงแค่ทุเลาเท่านั้น แต่ในกรณีที่ยังมีเลือดไหลไม่หยุด ก็ต้องไปหาหมอที่มีความเชี่ยวชาญโรคนี้โดยตรง

     ๒. ต้องหัดบริหารทวารหนักให้เป็น วิธีทำง่ายๆ และได้ผลชงัดคือ แต่ละครั้งที่เข้าห้องน้ำ ไม่ว่าถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระถ่ายเสร็จแล้วอย่าเพิ่งรีบออกจากห้องน้ำ ให้นั่งลงที่โถส้วม แส้วขมิบทวารหนัก คราวละ ๓๐๐ - ๔๐๐ ครั้ง เสร็จแล้วจึงค่อยไปทําธุระอย่างอื่น ปฏิบัติต่อเนื่องกันไปอย่างนี้ ไม่เกิน ๑-๒ สัปดาห์ อาการท้องผูกและริดสีดวงทวารหนักจะหายไปพร้อม ๆ กันอย่างน่าอัศจรรย์