การอั้นปัสสาวะและอั้นอุจจาระบั่นทอนสุขภาพ

วันที่ 01 มิย. พ.ศ.2561

การอั้นปัสสาวะและอั้นอุจจาระบั่นทอนสุขภาพ


สุขภาพนักสร้างบารมี , สุขภาพ , การดื่มน้ำ , ร่างกาย , ชีวิต , ระบบภายในร่างกาย , กระดูก , โรค , โรคภัยไข้เจ็บ , สุขภาพร่างกาย , วิธีรักษาสุขภาพ , โครงสร้างพื้นฐานร่างกาย , อาหาร , ยา , ปัสสาวะ อุจจาระ , สมุนไพร , น้ำซุป , ปฏิบัติธรรม , การดูแลตัวเอง , นั่งสมาธิ , ฟัน , น้ำ , Healthy , living , food , body , Health , ดูแลสุขภาพ , การอั้นปัสสาวะและอั้นอุจจาระบั่นทอนสุขภาพ

ผลเสียของการอั้นปัสสาวะนาน ๆ
        เวลาเราเดินทางไกลๆ หรือเล่นกีฬา หรือมีการประชุมมักจะอั้นปัสสาวะกันครั้งละนานๆ หรือบางคนนอนหลับแล้วปวดปัสสาวะ แต่ไม่อยากลุกไปเข้าห้องน้ำ เพราะเสียดายความง่วงบ้าง กลัวผีบ้าง ขี้เกียจลุกขึ้นมาบ้าง เหล่านี้เป็นต้นเลยนอนอั้นปัสสาวะเอาไว้ตลอดทั้งคืน และใครที่อั้นปัสสาวะจนมีความรูสึกว่า หายปวด อย่าเข้าใจผิดคิดว่า ร่างกายของเราแข็งแรงนะ เพราะสภาวะเช่นนั้นกําลังก่อความพินาศฉิบหายให้กับร่างกายของเรา นับตั้งแต่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โลหิตพิการ ตับร้อน ไตร้อน โรคภูมิแพ้ กลิ่นตัวแรง นิ่ว กระเพาะปัสสาวะเกร็ง เป็นต้น รวมไปถึงทําให้ผลของการปฏิบัติธรรมไม่ก้าวหน้าอีกด้วย


กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
       ผลของการอั้นปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบและอาการเบื้องต้น ก็คือ เวลาปัสสาวะจนรู้สึกว่าหมดแล้ว แต่พอเวลาผ่านไปไม่ถึง ๕ นาที จะกลับปวดปัสสาวะอีก ยิ่งไปกว่านั้นหากกระเพาะปัสสาวะอักเสบนานติดต่อกันเป็นอาทิตย์ พอปัสสาวะว่าหมดแล้ว ทันทีที่ลุกขึ้นมันจะหยดติ๋ง ๆ เลย

       ปัสสาวะจนหมดแล้ว แต่ทําไมเวลาผ่านไปไม่นานรู้สึกปวดอีก กลับไปปัสสาวะใหม่ยังมีปัสสาวะออกมาอีก ที่ เป็นเช่นนี้ก็เพราะเมื่อเราอั้นปัสสาวะนานๆ ปัสสาวะจะถูกดูดซึมย้อนกลับ (Reabsorb) เข้าไปในเส้นเลือด แล้วก็ถูกขับออกมาใหม่ เพราะฉะนั้นจำนวนปัสสาวะออกมาใหม่เท่าไร ก็ฟ้องว่ามันได้ถูกดูดซึมย้อนกลับเข้าไปอยู่ในเส้นเลือดเท่านั้น นึกเอาก็แล้วกันว่ามีอันตรายหรือไม่

      บางคนมีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย  ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้พบมากที่บริเวณทวารหนัก  แล้วเกิดการปนเปื้อนเข้าสู่ท่อปัสสาวะจนมาถึงกระเพาะปัสสาวะ เมื่ออั้นปัสสาวะไว้นานๆ เชื้อโรคจึงมีช่วงเวลาในการแบ่งตัวและเจริญเติบโต เพิ่มจำนวนชื้นเป็นอันมากจนทำให้มีอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย หรือขัดเบา และแสบเวลาถ่ายปัสสาวะ บางคนอาจมีปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปน บางคนเชื้อกระจายผ่านท่อไตชื้นมาที่กรวยไต ทํา ให้มีอาการไข้สูงหนาวสั่นปวดที่บริเวณสีข้างด้านที่มีการติดเชื้อ


โลหิตพิการ
      ปัสสาวะของคนปกติ มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ สังเกตดูง่าย ๆ จากเวลาที่เราปัสสาวะ ถ้ามันกระเด็นไปโดนผิวหนัง จะรู้สึกแสบคัน เด็กผู้ชายเข้าใจเรื่องนี้ดี เพราะเวลายืนปัสสาวะมักกระเด็นไปถูกหน้าแข้ง รู้สึกแสบๆ คันๆ ที่ หน้าแข้ง ยิ่งในหน้าหนาวอาจจะทำให้ผิวหน้าแข้งแตก

      ปัสสาวะมีคุณสมบัติเป็นกรด  แต่โดยธรรมชาติเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว  รวมทั้งน้ำเหลืองมีคุณสมบัติเป็นต่างอ่อนๆปัสสาวะที่ถูกดูดซึมย้อนกลับ (Reabsorb) เข้าไปในเส้นเลือดจะกลายเป็นกรดขึ้นมา มีผลให้เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และน้ำเหลืองย่ำแย่ลง ปริมาณปัสสาวะที่ถูกดูดซึมย้อนกลับเข้าไปยิ่งมากและนานเท่าใด เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และน้ำเหลืองก็จะย่ำแย่ลงเท่านั้น นี่คือสาเหตุที่แท้จริงของโลหิตพิการ และเม็ดเลือดน้อย


ตับร้อนไตร้อน
        ตับทำหน้าที่กรองและทำลายสารพิษ เช่น สารพิษที่ปนเปื้อนในอาหาร ไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าแมลง ผงชูรส เป็นต้น มีอะไรแปลกปลอมที่เป็นพิษปนเข้าไปในร่างกาย ตับจะกรองและทำลายก่อน ส่วนไตทำหน้าที่ขับของเสียที่เป็นผลผลิตจากร่างกายและกรองสารพิษที่หลงเหลือออกจากเส้นเลือต พูดง่ายๆ ก็คือไตทำหน้าที่กรองโลหิตให้บริสุทธิ์

          เมื่ออั้นปัสสาวะนานๆ ปัสสาวะที่ถูกดูดซึมย้อนกลับเข้าไปในเส้นเลือด ก็กลายเป็นของเสียที่ร่างกายต้องทำลายและขับออก ของเสียในเลือดที่เพิ่มมากขึ้น ตับตัองทำงานหน้กมากขึ้นตับจึงร้อน ไตทำงานหนักมากขึ้นไตจึงร้อน ยิ่งอั้นปัสสาวะนานเท่าไร ตับและไตต้องทำงานหนักมากขึ้นตามไปเท่านั้น


โรคภูมิแพ้
            เมื่ออั้นปัสสาวะนานๆ ปัสสาวะที่ถูกดูดซึมย้อนกลับเข้าไปในเส้นเลือด กลายเป็นทั้งเนื้อทั้งตัวแช่ปัสสาวะ แล้วร่างกายจะย่ำแย่ขนาดไหน ถ้าใครเคยกินเนื้อแดดเดียวหรือเนื้อวัวแช่น้ำปลาดากแดดไวัสักหนึ่งแดด จะรู้ว่า รสชาติของเนื้อแดดเดียวมีความเค็มของน้ำปลาอยู่ในเนื้อวัวนั้นอร่อยทั้งหวานทั้งเค็มอยู่ในตัวเนื้อเราก็เช่นกัน แช่อยู่ในปัสสาวะที่ถูกดูดซึมย้อนกลับเข้าไปในเส้นเลือดนานๆ ปัสสาวะได้ซึมซาบปนเข้าเนื้อของเราเหมือนเนื้อแดดเดียวนั้นเอง

        ผลสุดท้ายของเสียในปัสสาวะทำให้ร่างกายของเราทำงานผิดปกติ เช่น ลมพิษก็เป็นง่าย สิวก็ขึ้นง่าย น้ำเหลืองก็เสียง่าย เม็ดผื่นที่สองข้างขาหนีบขึ้นง่าย ภูมิแพ้ บางครั้งยุงกัดก็บวม บางครั้งกินอาหารทะเลหรือกินอะไรผิดไปหน่อยผื่นเห่อขึ้นมาเชียว บางทีอึดอัดหายใจไม่ค่อยออก เป็นต้น

         หลวงพ่อเองเคยเป็นมาตั้งแต่ก่อนบวช ตกกลางคืนมันคันมากจน แสบยาแก่โรคผื่นคัน ในท้องตลาดรู้จักหมด ทดลองหมดทุกยี่ห้อ ก็ไม่หายคัน บางทีก็นีกว่าไอ้ตัวคันๆ ถ้าเป็น คนลุกขึ้นมาได้ให้ตัวเท่าข้าง พ่อจะเตะเสียให้คว่ำเลย รวมทั้ง เป็นโรคภูมิแพ้จามฟึดฟัด ๆ สั่งน้ำมูกตลอด ไม่ว่าอะไรก็แพ้หมด กลิ่นอะไรสักนิดก็แพ้ยาฆ่าแมลงที่ฉีดไว้เมื่อสามสี่วันที่แล้ว เดินผ่านเข้าไปในบริเวณนั้นก็แพ้เพราะว่ามันมีพิษตกค้างอยู่ แม้ไปงานศพ เวลาเขาเผาศพมีกลิ่นออกมาก็แพ้ นึกในใจอีกหน่อยคงจะอยู่กับคนไม่ได้ แค่ใครผายลมก็คงจะแพ้ บางทีนอนไม่หลับเพราะอาการคัน ก็เพ้อเจ้อเลยเถิดไปว่า เราก็สร้างบุญมาขนาดนี้แล้ว ทำไมบุญมาช่วยช้าจัง หรือวาสนาการสร้างบารมีของเราจะหมดเสียแล้ว นึกเพ้อเจ้อทำนองนี้ แต่ไม่ได้นึกหรอกว่าตัวเองกินไม่เป็น ถ่ายอุจจาระไม่เป็นปัสสาวะไม่เป็น ผลสุดท้ายถึงได้ลำบากสารพัดอยู่อย่างนี้

        เมื่อคอยเฝ้าสังเกตก็ทราบถึงสาเหตุว่า เวลาทายาไปแล้วก็หายได้พักหนึ่ง เมื่อเดินทางแล้วรถไปติด จึงต้องอั้นปัสสาวะพอกลับมารู้สึกหน่วงๆ หน้าท้อง แต่คืนนั้นยังไม่เป็นไร พอข้ามมาอีกคืนเท่านั้น คันขึ้นมาเลย กว่าจะทราบถึงสาเหตุว่าอาการต่างๆ เกิดจากการอั้นปัสสาวะ ก็เป็นโรคนี้ตั้งแต่อายุประมาณ ๒๐ ปี มาจับทิศได้ถูกทางเมื่ออายุ ๔๐ ปี ทรมานอยู่ ๒๐ ปี เพราะว่าช่วงวัยรุ่นเป็นนักกีฬา ลงสนามไปแข่งกีฬา ตั้งแต่บ่ายโมง กว่าจะออกจากสนามได้ก็ประมาณ ๕ โมงเย็น จึงต้องอั้นปัสสาวะตั้งแต่บ่ายโมงถึงห้าโมงเย็น เข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ก็ทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ และติดนิสัยอั้นปัสสาวะครั้งละนานๆ ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น จึงต้องมาลำบากโดยใช่เหตุเช่นนี้


กลิ่นตัวแรง
          เมื่ออั้นปัสสาวะนานๆ ของเสียที่ถูกดูดซึมย้อนกลับเข้าไปในเส้นเลือด กลายเป็นทั้งเนื้อทั้งตัวแช่ปัสสาวะ ทำให้คนนั้นมีกลิ่นตัวแรง ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ คนอั้นปัสสาวะเหมือนทั้งร่างกายเป็นกระโถนใส่ปัสสาวะเคลื่อนที่ได้นั้นเอง


นิ่ว
        เมื่ออั้นปัสสาวะนานๆ แคลเซี่ยมที่เป็นส่วนประกอบในปัสสาวะ จะตกค้างอยู่ในระบบ ทางเดินปัสสาวะ ผลต่อไปข้างหน้า คือ เป็นนิ่ว ในกระเพาะปัสสาวะ หรือนิ่วใน ท่อไต หรือนิ่วในไตได้ใครที่เคยเทกระโถนให้ผู้เฒ่าคงจะสังเกตเห็นว่า กระโถนที่ใช้เกินหนึ่งเดือน ก็จะมีคราบหินปูนเกาะคราบหินปูนนั้น คือ แคลเซี่ยมที่ตกค้างจากปัสสาวะนั้นเอง


กระเพาะปัสสาวะเกร็ง
        ใครที่อั้นปัสสาวะไว้บ่อยๆ กล้ามเนื้อและพังผืดบริเวณที่กระเพาะปัสสาวะ จะเกร็ง เมื่อเกร็งแล้วมันจึงไม่ฟู ทำให้กระเพาะปัสสาวะหดตัวมีขนาดเล็กลง ความสามารถในการเก็บปัสสาวะของมันก็ลดลง สมมุติว่า เคยเก็บได้ ๕๐๐ ซี.ซี. อาจจะเก็บได้เหลือแค่ ๒๕๐ ซี.ซี. เมื่อเก็บได้น้อยลงครึ่งต่อครึ่ง ก็จะทําให้เราเป็นโรคปวดปัสสาวะบ่อย

        วิธีป้องกันก็อย่าไปอั้นปัสสาวะไว้นานๆ และวิธีแก้ไขโดยการออกกายบริหารให้มากสักหน่อย จะกระโดดเชือก หรือเตะลมหรือโยคะ หรืออะไรก็ตามที แต่ต้องทำให้มากพอ อย่างน้อยต้องต่อเนื่องกันไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง ถ้าทำอย่างนี้กล้ามเนื้อ และพังผืดบริเวณกระเพาะปัสสาวะ ที่เกร็งตัวอยู่จะคลาย เมื่อมันคลายเต็มที่แล้ว ความสามารถในการเก็บปัสสาวะก็จะกลับคืนมา เก็บปัสสาวะได้มากขี้นจนเป็นปกติตามเดิม วิธีที่ได้ผลเร็วมาก อีกวิธีหนึ่งคือหากวันไหนอั้นปัสสาวะนานๆ ก่อนนอนให้ใครที่นวดเป็น นวดบริเวณท้องน้อย และบริเวณกระดูกกระเบนเหน็บ (กระดูกที่อยู่ระหว่างก้นทั้งสองข้าง) จะช่วยให้อาการเกร็งตัว ของกระเพาะ ปัสสาวะคลายตัวลงได้เร็ว


นั่งสมาธิได้ไม่ดี
       คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกา จันทร์ ขนนกยูง ได้พูดเตือนหลวงพ่อไว้ว่า "หลวงพ่อทัตตะ การอั้นปัสสาวะนานๆต่อไปจะทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยแล้ว ฝึกสมาธิไม่ก้าวหน้า"คำเตือนของคุณยายฯ ย่อมมีนัยว่า ใครที่นั่งสมาธิแล้ว ยังเข้าไม่ถึงองค์พระ หากยังไม่เลิกอั้นปัสสาวะ นานๆ ชาตินี้ก็จะเข้าไม่ถึงที่ เข้าถึงแล้วก็จะไม่แตกฉาน จะไม่กาวหน้าต่อไปอีก จะเห็นได้ว่าแค่ไม่ระวังในเรื่องของการอั้นปัสสาวะซึ่งเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่ก็เป็นอุปสรรคต่อการ ปฏิบัติธรรมของพวกเราอย่างมหันต์

 

ผลเสียของการอั้นอุจจาระ
         ลักษณะเฉพาะของอุจจาระที่สำคัญมี ๒ อย่าง คือ
         ๑. มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว มันไม่ได้แข็งโป๊ก เหมือนอย่างลูกกระสุนยิงนก แล้วมันก็ไม่ใช่เหลวเละจนปั้นก้อนไม่ติดลักษณะของอุจจาระที่ปกติคือกึ่งแข็งกึ่งเหลว

      ๒. มีกลิ่นเหม็น แต่ไม่มีกลิ่นเน่า กลิ่นเหม็นกับกลิ่นเน่ามันต่างกัน กลิ่นเหม็นเป็นธรรมดาของอุจจาระ เหม็นเพราะมีแก๊สเจือปน เช่น แก็สบิวเทนและแก็สมีเทน แต่ว่ากลิ่นเน่า อีกอย่างหนึ่ง ขอให้สังเกตกลิ่นอุจจาระในกระโถน ขณะที่อุจจาระลงไปใหม่ ๆในกระโถนนั่นแค่กลิ่นเหม็น แต่ถ้าทิ้งไว้ในกระโถนสักสองวัน นั่นกลิ่นอุจจาระเน่า


ของเสียเข้าเส้นเลือด
        เมื่อมีอาการปวดอุจจาระ แล้วเราอั้นเอาไว้นานๆ น้ำที่ปนอยู่ในอุจจาระ ซึ่งทำให้อุจจาระมีสภาพกึ่งแข็งกึ่งเหลว จะถูกดูดซึมกลับเข้าไปในเส้นเลือด เช่นเดียวกับการอั้นปัสสาวะ ของเสียที่จะต้องขับทิ้ง ถูกดูดซึมกลับเข้าไปในเส้นเลือด ผลที่ตามมาเป็นลูกโซ่ก็คือโลหิตเสีย เลือดน้อย ตับร้อนไตร้อน โรคภูมิแพ้ กลิ่นตัวแรง เป็นต้น


ท้องผูกสลับท้องเสีย
        การอั้นอุจจาระเอาไว้นานๆ น้ำจากอุจจาระจะถูกดูดซึมกลับเข้าไปในเส้นเลือด อุจจาระจึงแข็ง ถ่ายออกยาก ดีไม่ดีต้องแคะออกเพราะว่ามันค้างอยู่นาน อุจจาระที่แข็งมาก เมื่อพยายามถ่ายออกมาก็จะไปครูดกับผิวของทวารหนัก นี่ คือที่มาของโรคริดสีดวงทวารหนัก

          อุจจาระแข็งที่ถูกอั้นเอาไว้หลายวัน จะถูกแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้เข้าไปกิน แส้วก็ขับสารพิษ (Toxic) ออกมาทำให้อุจจาระเน่าและเกิดอาการห้องเสีย ขับถ่ายพรวดพราดออกมากลิ่นเหม็นเน่ามาก เพราะฉะนั้นใครที่มีอาการเดี๋ยวก็ท้องผูกเดี๋ยวก็ท้องเสียสลับกัน พึงรู้เถิดว่า สาเหตุหนึ่งคือ การอั้นอุจจาระนาน ส่วนโรคภัยไข้เจ็บอื่นๆ ที่ จะตามมาอีกมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความประมาทของผู้นั้น