คนมีปัญญา

วันที่ 29 พย. พ.ศ.2561

คนมีปัญญา
 

              คนมีปัญญาจะเป็นคนชั้นสูงชั้นใหญ่เพียงเท่าใดก็ได้ ถ้ารู้จักทานการให้ ถ้ารู้จักทาน การให้จะเป็นคนสูงคนใหญ่เพียงเท่าใดก็เป็นได้ อุตส่าห์ให้ อุตส่าห์บำรุงไป อุตส่าห์หล่อเลี้ยงไป

             ถ้าคนไม่มีสติปัญญาหล่อเลี้ยงไม่เท่าไรนัก ให้เขาเป็นอยู่เขาไป ถ้าคนโง่ต้องหนักหน่อยหนึ่ง

             นี้แหละ การให้นี่เรียกว่าเป็นประเพณีของคนมีปัญญาไม่ใช่เป็นประเพณีของคนโง่

             คนมีปัญญาอยู่ในสถานที่ใด หญิงก็ดีชายก็ดี เป็นใหญ่ในที่นั้น เพราะทานการให้สงเคราะห์ อนุเคราะห์เขาอยู่เสมอไป ใหญ่ในที่นั้น ไม่ต้องสงสัยคนมีปัญญา

             ถ้าคนโง่ อยู่ในที่ไหนจม มืดอยู่ในที่นั้น ไม่ให้ใคร มีอะไรให้ไม่ได้ กลัวจะหมด กลัวจะสิ้น กลัวจะเปลืองไป ให้เป็นหมดเป็นสิ้นเป็นเปลืองไป ให้ไม่ได้ ให้ไปเล็กไปน้อย กลัวจะหมดจะสิ้นเปลืองไปเสียแล้ว

             หนักเข้าต้องอยู่คนเดียว อยู่คนเดียวเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่มีใครไปเยี่ยมไปเยียนเลย เพราะอะไร? ไม่มีอามิสเครื่องล่อเลย ไม่มีอาหารรางวัลอะไรสักนิดหนึ่ง เขาไม่เยี่ยม นี่คนโง่เป็นอย่างนี้ ฆ่าตัวเองทั้งเป็น

             คนฉลาดเลี้ยงตัวเองสร้างตัวเองทั้งเป็นส่งเสริมตัวเองทั้งเป็น นี่คนฉลาด

 

 

จากพระธรรมเทศนาเรื่อง "ทานานุโมทนากถา (ฉากหลัง)"
๓ เมษายน ๒๔๙๘