คุณยายเตือนให้บวช

วันที่ 09 มค. พ.ศ.2562

คุณยายเตือนให้บวช
 


        ย้อนไปถึงวันที่คุณยายให้คําตอบหลวงพ่อเรื่องนรกสวรรค์เป็นครั้งแรก หลวงพ่อเป็นเด็กหนุ่มอายุ 19 ปี เมื่อได้ยินได้ฟังคําตอบจากท่านแล้วก็เกิดกุศลศรัทธาบอกท่านว่า “ผมอยากบวชผมบวชได้ไหม” ซึ่งในขณะนั้นเป็นนิสิตชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คุณยายตอบว่า “อย่าเพิ่งเลยไปเรียนให้จบเสียก่อน” ต่อมาเมื่อหลวงพ่อเรียนจบแล้วจึงวางแผนออกบวชในเดือนธันวาคม เพราะคิดว่าต้องทําความเข้าใจกับทางบ้านก่อน เนื่องจากเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเป็นหินในไข่ ส่วนใหญ่เขามีแต่ไข่ในหินที่ต้องทะนุถนอม แต่สำหรับหลวงพ่อเป็นพันธุ์หินในไข่โดนตีประจําโดนหลายไม้ก็รู้สึกดีเหมือนกันได้ดิบได้ดีเพราะไม้วิเศษนี่เองตั้งใจว่าก่อนบวชจะทําความเข้าใจกับผู้ปกครองที่ประทานไม้วิเศษให้นอกจากมอบกายมนุษย์มาให้สร้างบารมีแล้วท่านยังคอยดูแลหลวงพ่อในเรื่องต่างๆ เหตุผลอีกประการหนึ่งที่เลือกเดือนธันวาคม เพราะเป็นฤดูหนาวคิดว่าอารมณ์ท่านคงเย็นขึ้นเพราะสภาพอากาศแล้วยินยอมอนุญาตให้บวชโดยง่ายแต่คุณยายบอกไม่ได้ๆ เราตกลงกันไว้แล้วจําไม่ได้หรือตอนอายุ 19 ปี ท่านทบทวนความหลังให้ฟังเมื่อครั้งที่ไปขอบวชกับท่านแล้วท่านขอให้เป็นบัณฑิตทางโลกเสียก่อนจึงเป็นนักปราชญ์ทางธรรม เมื่อคุณยายยืนยันอย่างนั้นหลวงพ่อจึงตอบตกลงในเมื่อคุณยายให้บวชทันทีก็ไม่มีปัญหาเลยหยิบปฏิทินที่แขวนอยู่ ตรงเสาของบ้านธรรมประสิทธิ์มาดูเลือกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งหลวงพ่อชอบมากเพราะว่าพระจันทร์เต็มดวงเป็นวันสุดท้ายของพรรษาหลังตรงกับวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ.2512

      เมื่อดูปฏิทินแล้วก็บอกคุณยายว่าจะบวชวันนี้แล้วเขียนด้วยลายมือของตัวเองลงบนปฏิทินคุณยายก็ดีใจยังจําใบหน้าของท่านได้ว่าท่านดีอกดีใจมีเรื่องแปลกคือก่อนบวชนั้นมีอยู่ช่วงหนึ่งที่รู้สึกเบื่อหน่ายในทุกสิ่งรวมถึงสถานที่ที่เราเคยไปเที่ยวสนุกกลับกลายเป็นสถานที่ที่น่าเบื่อแต่ไม่ใช่ความกลุ้มใจเพียงแต่รู้สึกเฉยๆ กับสิ่งเหล่านั้นทําให้เข้าใจเรื่องราวของพระสารีบุตรกับพระมหาโมคคัลลานะตอนเป็นเพื่อนคฤหัสถ์กันอยู่ท่านเคยไปดูการแสดงตามสถานที่ต่างๆ เพื่อความบันเทิงเพลิดเพลินใจถึงตอนหัวเราะก็จะหัวเราะตอนที่นักแสดงเขาทําให้โศกก็จะโศกหรือให้สนุกสนานก็จะสนุกสนานแต่พอถึงจุดอิ่มตัวหรือจุดเปลี่ยนของชีวิตท่านกลับรู้สึกเฉยๆ ด้วยกันทั้งคู่จนกระทั่งต้องหันมามองหน้ากัน เพราะใจตรงกันดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันต่างก็ถามว่าทําไมวันนี้สหายจึงดูไม่สนุกสนานเหมือนทุกครั้งที่เคยมาด้วยกันเลยอีกฝ่ายก็ตอบว่าสหายก็เช่นเดียวกันนั่นแหละทําไมวันนี้ดูไม่ครื้นเครงทุกทีเราจะต้องสนุกสนานบันเทิงด้วยกันท่านบอกว่านั่นน่ะสิทําไมถึงรู้สึกเบื่อๆ เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เป็นสาระแก่นสารแล้วในที่สุดก็ชักชวนกันไปบวชหลวงพ่อก็คล้ายๆ อย่างนั้นเพียงแต่ไม่มีสหาย เพราะชอบไปไหนมาไหนตามลําพังผู้เดียวประดุจนอแรดคือแรดมีนอเดียวถ้ามี 2 นอต้องเรียกว่าเขาก็ไปผู้เดียวประดุจนอแรดไปแล้วไม่ค่อยสนุกดูตรงไหนก็ไม่ร่าเริงใจ

        เมื่อถึงวันบวชมีผู้ร่วมงานประมาณ 20 กว่าคนเท่านั้นนึกแล้วยังปลื้มใจถือว่ามากแล้วเพราะเวลาคุณยายทองสุขกับคุณยายจันทร์บวชท่านได้เช่าผ้ามาบวชกันสองคน โดยโกนหัวกันวันนั้นเลยหลวงพ่อจึงได้อยู่ในเพศสมณะนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบันเพื่อศึกษาวิชชาธรรมกายและขจัดกิเลสอาสวะหรือสิ่งที่เป็นมลทินของใจให้หมดสิ้นไปพร้อมกับสั่งสมบุญกุศลให้มากที่สุดเพื่อตามติดพระเดชพระคุณหลวงปู่และคุณยายไปสู่ที่สุดแห่งธรรมไม่ใช่เพื่อการอื่นเลย