หากย้อนเวลาได้

วันที่ 09 มค. พ.ศ.2562

หากย้อนเวลาได้
 


         ช่วงเวลา 4-5 ปี ที่ได้อยู่กับคุณยายที่วัดปากน้ำนับเป็นช่วงเวลาที่หลวงพ่อเรียนธรรมะกับคุณยายอย่างมีความสุขมากนั่งอยู่บนอาสนะเดียวเป็นแผ่นกระดานเรียบๆ ไม่มีอะไรรองด้านหลังพิงเสาหัวด้วนต้นเล็กๆ นั่งจนไม้มันขึ้นเงาทีเดียวคุณยายจะคอยบอกว่า “คุณนั่งไปทําอย่างนั้นนะ” ท่านค่อยๆ สอนค่อยๆ ย้ำหลวงพ่อรู้สึกว่าสิ่งอื่นใดในโลกนี้ไม่มีความหมายอีกแล้วรู้สึกถึงคําว่าโลกว่างอย่างแท้จริง แม้จะมีคน สัตว์ สิ่งของตึกรามบ้านช่องอยู่มากมาย แต่เหมือนไม่มี เพราะเราไม่มีความผูกพันและไม่เห็นความสําคัญของสิ่งเหล่านั้นเลยรู้สึกเฉยๆ กับทุกสิ่ง

      ช่วงก่อนบวชนั้นหลวงพ่อสุขใจมากจริงๆ พอบวชแล้วก็ได้มาสร้างวัดเริ่มที่จะมีมารตามมารังควานเป็นเรื่องแปลกอยู่เหมือนกันได้แต่นึกว่าเราเป็นลูกศิษย์ของพระบรมศาสดา ท่านเองก็ต้องผจญมารนับตั้งแต่ก่อนบรรลุธรรมจนกระทั่งถึงคราวดับขันธปรินิพพาน ลูกศิษย์อย่างเราคงหนีไม่พ้น ต้องเจอบ้างเป็นธรรมดา หลวงพ่อทุ่มเทสร้างบารมีร่วมกับคุณยายและหมู่คณะมาจนถึงบัดนี้ รู้สึกว่าอยากจะปลีกวิเวกบ้างแล้วที่ทํามาทั้งหมดไม่ใช่เพราะอยากเด่นอยากดัง เพราะอัธยาศัยอันแท้จริงของหลวงพ่อนั้นเป็นเหมือนอย่างคุณยายแต่เนื่องจากสิ่งที่ทํานี้เป็นภารกิจที่จะต้องทําให้สําเร็จ ถ้าทําได้แล้วจะเป็นบุญบารมีติดตัวไปทุกภพทุกชาติ พระเดชพระคุณหลวงปู่ได้สละชีวิตจนกระทั่งค้นพบวิชชาธรรมกายแล้วท่านปรารถนาที่จะขยายวิชชานี้ไปให้ได้ทั่วโลก แต่อายุขัยของท่านมีจํากัด ภารกิจนี้จึงตกมาถึงคุณยายและหลวงพ่อซึ่งเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานที่แตกหน่อมาจากวัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดพระธรรมกายถือได้ว่าเป็นสาขาหนึ่งของวัดปากน้ำที่ต้องทําหน้าที่นี้ต่อไปตามมโนปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงปู่

       หากย้อนเวลากลับไปได้หลวงพ่อจะขอให้คุณยายมีชีวิตกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อจะได้นั่งหลับตาปฏิบัติธรรมกับท่านนึกแล้วสนุกเบิกบานอยากจะย้อนวันเวลาไปสมัยที่ยังเรียนธรรมะกับคุณยายภายในบ้านหลังเล็กก่อนที่จะมาสร้างวัดพระธรรมกายและศูนย์กลางธรรมกายแห่งโลก เพื่อรองรับนักสร้างบารมียุคหลังสมัยนั้นหลวงพ่อยังอยู่ในวัยแข็งแรงปลอดกังวลไม่มีพันธนาการของชีวิตแต่ละวันนึกถึงแต่เรื่องบุญหลวงปู่ คุณยายและธรรมะทั้งวันทั้งคืนมีอยู่แค่นั้นนึกแล้วไม่เบื่อหน่ายเพราะมีความสุขมีความกระหายอยากจะเรียนรู้ให้ยิ่งๆ ขึ้นไปคุณยายก็เมตตาถ่ายทอดวิชชาธรรมกายให้ไม่ซ้ำกันไม่ซ้ำที่ไม่ซ้ำวิชชาเป็นเรื่องเป็นราวเป็นการเรียนด้วยภาพเมื่อเรียนแล้วก็มาพิจารณาว่าวันนี้เราได้เรียนวิชชาธรรมกายจากคุณยายเท่านี้วันพรุ่งนี้เราอยากเรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกคล้ายๆ กับเรื่องราวของพระราหุลที่ท่านกําเม็ดทรายขึ้นมาหนึ่งกํามือแล้วตั้งความปรารถนาว่าวันนี้จะเรียนคําสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ได้เท่ากับเม็ดทรายในกํามือพอถึงวันรุ่งขึ้นก็หยิบขึ้นมาอีกหนึ่งกําแล้วตั้งความปรารถนาซ้ำเดิมอีก

         หลวงพ่อเองมีความรู้สึกคล้ายๆ อย่างนั้น เพราะใจจดจ่ออยู่ตลอดเวลาทั้งวันทั้งคืนแม้จะต้องเดินทางไกลจากหอพักของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์บางเขนมาถึงวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ต่อรถถึงสามต่อแต่เมื่อมาบ่อยๆ ก็รู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ขึ้นรถแล้วหลับตาลืมตาไม่กี่ครั้งก็ถึงวัดปากน้ำคงเป็นเพราะหลวงพ่อเคยสร้างบุญมากับคุณยาย จึงทําให้รู้สึกมีความสุขและสบายใจที่ได้เรียนธรรมะกับท่านแล้วท่านก็ได้เมตตาชี้แนะและสนับสนุนการสร้างบุญบารมีของหลวงพ่อมาโดยตลอดนับตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกันจนกระทั่งท่านละสังขารไปในที่สุด