รอยยิ้มสุดท้าย

วันที่ 09 มค. พ.ศ.2562

รอยยิ้มสุดท้าย

    การมาเกิดเพื่อสร้างบารมีของคุณยายในชาตินี้ถือว่าได้รับชัยชนะอย่างงดงาม เพราะท่านได้ประพฤติพรหมจรรย์ปฏิบัติธรรม ศึกษาวิชชาธรรมกาย ค้นคว้าความรู้ภายในจนแตกฉาน ละเอียดลึกซึ้ง บารมีของท่านจึงแก่รอบยิ่งขึ้น

       คุณยายทุ่มเทสร้างบารมีมาโดยตลอดนับตั้งแต่อยู่วัดปากน้ํา ภาษีเจริญ ทําวิชชากับพระเดชพระคุณหลวงปู่ในสถานที่รวมนักรบกองทัพธรรมที่เรียกว่าโรงงานทําวิชชา เมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่มรณภาพแล้ว ต่อมาท่านได้ริเริ่มสร้างวัดพระธรรมกาย ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลว่าสักวันหนึ่งคําสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะแผ่ขยายออกไปเป็นที่พึ่งให้แก่ชาวโลก ทําให้ชาวโลกมีสันติสุขอย่างแท้จริง นอกจากนี้คุณยายยังเป็นต้นบุญผู้สนับสนุนการบวชของพระภิกษุและสามเณรจํานวนหลายหมื่นรูป เพื่อสืบทอดอายุของพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไปอีก โดยอยู่เบื้องหลังการอบรมศีลธรรมเพื่อสร้างคนดีที่โลกต้องการให้เกิดขึ้นมากมาย

       ในขณะที่คุณยายยังแข็งแรงอยู่ ท่านคอยอบรมพร่ำสอนและให้กําลังใจลูกศิษย์ในทุกๆ เรื่องท่านทําหน้าที่ครูบาอาจารย์ด้วยจิตใจอันประเสริฐงดงาม เอาใจใส่ต่อลูกศิษย์ด้วยความห่วงใย ความเมตตากรุณา และความปรารถนาดีข้ามภพข้ามชาติอย่างแท้จริง

       นอกจากนี้ท่านยังขวนขวายบําเพ็ญบุญกิริยาทุกอย่าง ทั้งทอดกฐิน ทอดผ้าป่า สร้างมหาทานบารมีสงเคราะห์โลก สงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ปล่อยสัตว์ปล่อยปลา ทําทุกอย่างที่จะเป็นประโยชน์ต่อโลกและเป็นทางมาแห่งบุญ แม้ปกติแล้วท่านมีอัธยาศัยรักสันโดษ มักน้อย ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ รักการปฏิบัติธรรม รักความสงบวิเวก แต่เพื่อประโยชน์ของชาวโลกโดยรวมจึงอุทิศตนเพื่อทํางานพระศาสนาดังนั้นงานของท่านจึงเกิดคุณประโยชน์ต่อชาวโลกอย่างมหาศาล

        คุณยายตั้งใจทําทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นทางมาแห่งบุญให้ดีที่สุด ทั้งเรื่อง “งานภายนอก” หรือที่เรียกว่า“งานหยาบ” คือกิจวัตรและกิจกรรมต่างๆรวมถึง “งานภายใน” หรือ “งานละเอียด” คือการปฏิบัติธรรม ด้วยเหตุนี้เองงานหยาบของท่านก็เป็นเยี่ยม ส่วนงานละเอียดก็เป็นยอด ถือว่าเป็นเรื่องไม่ธรรมดาสําหรับผู้ที่ไม่รู้หนังสือ แต่สามารถทําภารกิจได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เพราะผู้ที่รู้หนังสือมากกว่าท่านยังไม่สามารถทําได้อย่างท่าน คุณยายได้สร้างวัดสนับสนุนการบวชพระ วางรากฐานระบบระเบียบแบบแผน ข้อวัตรปฏิบัติต่างๆ แล้วอบรมสั่งสอนศิษยานุศิษย์ด้วยดีจนกระทั่งสังขารของท่านไม่เอื้ออํานวย

   วันหนึ่งหลวงพ่ออาพาธเข้าโรงพยาบาลคุณยายก็ป่วยเข้าโรงพยาบาลเหมือนกันได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลเดียวกันแต่อยู่คนละชั้นคุณอารีพันธุ์ ซึ่งเป็นอุปัฏฐากของคุณยายได้ต่อโทรศัพท์ให้หลวงพ่อสนทนากับท่าน เพราะหมอมาหารือว่าจะขอเสียบสายอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อช่วยพยุงอาการไว้แต่หลวงพ่อปฏิเสธ เพราะคุณยายเคยสั่งเอาไว้ว่า “ท่าน ถ้ายายถึงช่วงสุดท้ายแล้วอย่าให้หมอเขาเอาสายระโยงระยางอะไร เสียบปากเสียบจมูกยายนะ อย่าให้เจาะคอนะ ยายจะไปเอง” คุณยายมีความพร้อมอยู่เสมอ ท่านอยากไปอย่างสบายๆ หลวงพ่อได้บอกคุณยายผ่านทางโทรศัพท์ว่า “ยาย ไปตรงนั้นเลย...” เพียงเท่านั้นแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก เพราะหลวงพ่อกับคุณยายได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เหมือนเมื่อคราวคุณยายทองสุขป่วยจนสิ้นใจอยู่บนตักของคุณยาย ท่านได้บอกคุณยายทองสุขว่า “พี่ เข้านิพพานไปเลย” หมายความว่าให้คุณยายทองสุขจรดใจเข้าสู่อายตนนิพพานไปก่อนแต่ยังไม่ต้องเข้าไปอยู่ เมื่อไปถึงตรงนั้นแล้วค่อยถอยกลับลงมาที่สวรรค์ชั้นดุสิต อยู่ในเพศสมณเทวบุตรเพื่อสร้างบารมีต่อไป

          มหาปูชนียาจารย์อย่างเช่นพระเดชพระคุณหลวงปู่ และคุณยายอาจารย์ต่างก็ทําอย่างเดียวกันคือ ก่อนตายท่านจะถอดกายออกไปก่อน ปล่อยให้กายมนุษย์หยาบดํารงอยู่ไปตามสภาพ ภายนอกมองดูเหมือนคนป่วยที่กําลังมีทุกขเวทนา แต่นั่นเป็นเรื่องของกายมนุษย์หยาบ ส่วนละเอียดของท่านจะเข้าศูนย์กลางกายมุ่งไปสู่อายตนนิพพานตามความชํานาญ แล้วค่อยย้อนกลับมาอยู่ในรูปของกายทิพย์

         เมื่อถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต คุณยายยิ้มน้อยๆ เป็นครั้งสุดท้ายอย่างงดงาม ท่านหลับตาพริ้มพร้อมกับละโลกไปอย่างมีความสุข เดินทางออกจากกายมนุษย์อย่างผู้นิรทุกข์แล้วไปสู่วิมานแก้วที่สดใสสวยงาม โอฬารตระการตา ณ วงบุญพิเศษเขตบรมโพธิสัตว์ภายในสวรรค์ชั้นดุสิต สมดังความปรารถนาแม้ท่านจะไม่รู้หนังสือแต่ท่านได้บําเพ็ญตนดุจบัณฑิตนักปราชญ์ผู้ชาญฉลาดในการใช้สังขารเพื่อสั่งสมบุญอย่างคุ้มค่า เมื่อสังขารเสื่อมโทรมใกล้แตกสลายท่านได้ละสังขารที่เป็นดั่งภาชนะดินแล้วเกิดใหม่ในรูปของกายทิพย์ซึ่งเป็นดั่งภาชนะทองแก้วที่ดีกว่าประณีตกว่าและสวยงามกว่า คุณยายได้ละโลกนี้ไปอย่างผู้มีชัยชนะ กลับสู่ดุสิตเทวโลกโดยมีบุญบารมีติดตัวไปมหาศาล

         เมื่อคุณยายละสังขารแล้ว ศิษยานุศิษย์ได้ร่วมกันบูชาคุณท่านด้วยการห่อร่างด้วยผ้าขาวสลับกับสําลีที่ประพรมด้วยน้ําหอมเป็นอย่างดีจากนั้นจึงบรรจุไว้ในหีบไม้หอม ซ้อนอยู่ในเรือนที่สานด้วยแผ่นเงินและเรือนที่สานด้วยแผ่นทองคําเป็นชั้นสุดท้ายยิ่งไปกว่านั้น ศิษยานุศิษย์ของท่านยังได้พร้อมใจกันจัดทํา “มหาสุวรรณรัตนภูษา” คือผืนผ้าที่ทําจากห่วงทองคําร้อยกันเป็นผืนใหญ่ ประดับด้วยเพชรพลอยงามระยับตา คลุมเรือนทองของท่านเอาไว้แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานเพื่อการบําเพ็ญกุศล ภายในพื้นที่ด้านหลังรัตนบัลลังก์ของสภาธรรมกายสากล ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่เพื่อการประพฤติปฏิบัติธรรมของวัดพระธรรมกาย

         ตลอดระยะเวลา 92 ปีของคุณยายนั้นท่านได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ใช้วันเวลาทุกอนุวินาทีเพื่อสร้างบารมีอย่างเต็มที่ ท่านไม่เคยว่างเว้นจากการสร้างบารมีแม้ละสังขารจากโลกมนุษย์ไปสู่สถานที่แห่งใหม่อันเป็นทิพย์แล้ว ท่านก็อยู่ในที่ที่มีแต่การปฏิบัติธรรมเพียงอย่างเดียว นั่งเจริญสมาธิภาวนาตลอดต่อเนื่องกันโดยไม่มีกิจอย่างอื่น ทําใจหยุดนิ่งกลางกายเรื่อยไปเพื่อมุ่งไปสู่ที่สุดแห่งธรรม เป็นการทํางานที่แท้จริง คือรบกับกิเลสอาสวะและพญามารเพื่อดับต้นเหตุแห่งความทุกข์ทรมานทั้งปวง

        แม้ว่าเวลาในโลกมนุษย์ของคุณยายได้หมดลงแล้ว แต่ลูกหลานของท่านยังคงมีเวลาเหลือพอที่จะใช้สร้างประโยชน์สูงสุด กิจสําคัญของทุกคนคือการเติมความบริสุทธิ์ให้กับ กาย วาจา ใจ แสวงหาความรู้และปัญญาอันบริสุทธิ์ภายใน แม้ในเวลานี้เรื่องราวเกี่ยวกับสรรพสิ่งและสรรพสัตว์ทั้งหลายยังคงเป็นความลับสําหรับเรา แต่เมื่อเราได้มาอยู่ภายใต้ร่มเงาของคุณยายแล้ว เราจะต้องประพฤติปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงวิชชาธรรมกาย เพื่อไขกุญแจเปิดเผยความลับเหล่านั้นให้จงได้ในที่สุดแล้วความสงสัยเคลือบแคลงต่างๆ ภายในใจเราจะล่มสลายไป เช่นเดียวกับคุณยายที่สามารถล่วงรู้ความลับทั้งปวงได้ในยามที่ดวงตาของท่านปิดสนิท