มหารัตนอัฐิธาตุ

วันที่ 09 มค. พ.ศ.2562

มหารัตนอัฐิธาตุ

      คําว่า “มหารัตนอัฐิธาตุ” นี้เป็นเนมิตกนามที่บังเกิดขึ้นเพราะเหตุอันเป็นที่มา เหมือนชื่อของพระนางมัลลิกา ผู้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าปเสนทิโกศล ที่บังเกิดขึ้นเพราะมีดอกมะลิโปรยปรายลงมา จากอากาศในยามที่พระนางประสูติออกจากพระครรภ์มารดา พระนางจึงได้รับการขนานนามว่า “มัลลิกา” ซึ่งแปลว่าดอกมะลิหรือเหมือนกับคําว่า “พุทโธ” และ “ธรรมกาย” ซึ่งเป็นเนมิตกนามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มาพร้อมกับการบังเกิดขึ้นของ “พุทธรัตนะ” ในทํานองเดียวกัน “มหารัตนอัฐิธาตุ” เป็นเนมิตกนามที่บังเกิดขึ้นเมื่ออัฐิธาตุของคุณยายได้แปรสภาพเป็นรัตนะ

           หลังจากสลายร่างของคุณยายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2545 แล้ว หลวงพ่อได้มอบหมายให้ผู้เป็นตัวแทนได้ทําหน้าที่เก็บเถ้าอัฐิของคุณยายบรรจุลงในโถซึ่งเป็นภาชนะอันประณีตที่จัดเตรียมไว้จากนั้นจึงนํามามอบให้หลวงพ่อ เมื่อหลวงพ่อเปิดฝาออกดูก็พบเพียงเถ้าอัฐิธรรมดา จึงรําพึงความในใจบอกกับคุณยายว่า “ทําไมถึงเป็นเช่นนี้ ในเมื่ออัฐิธาตุของครูบาอาจารย์ท่านอื่นยังเปลี่ยนเป็นพระธาตุใสบริสุทธิ์บ้าง ขาวขุ่นบ้าง แล้วทําไมอัฐิธาตุของยายจึงดูธรรมดาๆ อย่างนี้” พอรําพึงจบเท่านั้นก็เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น เพราะเมื่อหลวงพ่อมองไปที่โถบรรจุอัฐิธาตุอีกครั้ง ก็พบว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับอัฐิธาตุเหล่านั้นในทันที

         ปกติแล้วคุณยายจะช่วยทําทุกอย่างเพื่อให้หลวงพ่อสบายใจ ท่านไม่ขัดใจหลวงพ่อ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม เช่น ขจัดความสงสัยที่มีอยู่ในใจเกี่ยวกับเรื่องภพชาติวิชชาธรรมกาย และอื่นๆ ครั้งนี้ก็เช่นกันหลังจากหลวงพ่อได้รําพึงบอกคุณยายแล้ว สิ่งที่หลวงพ่อเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาของตนเองในทันใดนั้นคือ อัฐิชิ้นหนึ่งซึ่งมีลักษณะแบนได้เปลี่ยนเป็นทองคํา เริ่มจากส่วนล่างไล่ขึ้นไปจนกระทั่งกลายเป็นทองคําทั้งชิ้น ในขณะที่ชิ้นอื่นๆ ได้ทยอยแปรสภาพเป็นอย่างเดียวกัน โดยเริ่มจากชิ้นนี้ไปชิ้นนั้นอัฐิธาตุของคุณยายล้วนกลายเป็นทองไปต่อหน้าต่อตาหลวงพ่อ บางชิ้นเป็นเหมือนเพชรที่มีประกายวาววับ บ้างก็มีสีแดงดั่งทับทิม บ้างก็เป็นสีน้ําเงินงดงามเหมือนไพลิน หลวงพ่อคิดว่าอัฐิธาตุของคุณยายคงกลายเป็นรัตนชาติเช่นนี้เพียงโถเดียว แต่เมื่อตรวจสอบดูแล้วปรากฏว่าเป็นเหมือนกันหมดทุกโถภาพที่เห็นทําให้หลวงพ่อรู้สึกดีใจ เพราะถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาของตนเองหลวงพ่อคงต้องคิดว่ามีใครนําสิ่งเหล่านี้มาใส่ไว้ในโถอัฐิคุณยายคงทราบอัธยาศัยของหลวงพ่อดีว่าไม่ค่อยจะเชื่ออะไรง่ายๆ การเปลี่ยนแปลงของอัฐิธาตุจึงเกิดขึ้นเพื่อให้หลวงพ่อได้เห็นกับตา

           นอกจากนี้หลวงพ่อยังได้เห็นการเสด็จมาของพระบรมสารีริกธาตุต่อหน้าโถที่บรรจุอัฐิธาตุของคุณยาย เมื่อหยิบใส่ฝ่ามือก็นับได้ถึง 10 กว่าองค์พอเปิดโถที่บรรจุอัฐิธาตุของคุณยายอีกครั้งก็ได้เห็นพระธาตุของพระอรหันตสาวกเสด็จมาอยู่ในโถด้วยพร้อมกับมีรัตนชาติซึ่งมีลักษณะคล้ายโอปอลวางอยู่

         นับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่หลวงพ่อจะไม่มีวันลืม รู้สึกชื่นชมยินดีจิตใจเปี่ยมล้นไปด้วยศรัทธาและมหาปีติเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของอัฐิธาตุเช่นนี้ถึงกระนั้นหลวงพ่อก็ยังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นเป็นสาธารณะหรืออสาธารณะ คือเห็นได้เฉพาะหลวงพ่อผู้เดียวหรือว่าสามารถเห็นได้เหมือนกันทุกคน เพราะการเห็นสิ่งอัศจรรย์เช่นนี้ย่อมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกันเช่นความเคารพเลื่อมใสศรัทธาที่มีหรือเป็นไปตามอานุภาพแห่งบุญที่ดลบันดาลให้เห็น

        หลวงพ่อได้แจ้งข่าวอันเป็นมงคลนี้ให้เหล่าศิษยานุศิษย์ลูกหลานคุณยายได้ทราบโดยทั่วกัน แล้วจึงอัญเชิญมหารัตนอัฐิธาตุของท่านมาประดิษฐานไว้ด้านหน้ารัตนบัลลังก์ของสภาธรรมกายสากล เพื่อให้ผู้มีบุญได้ชมกันด้วย นับเป็นการเสริมกําลังใจให้กับทุกคนในการสร้างบารมีหลังจากนั้นหลวงพ่อจึงนํามหารัตนอัฐิธาตุไปเก็บรักษาไว้ในที่อันควร คิดว่าหลังจากที่ทุกคนได้ดูจนอิ่มตาอิ่มใจแล้วมหารัตนอัฐิธาตุคงจะกลับคืนสภาพเดิม แต่เมื่อย้อนกลับไปดูอีกครั้งก็ปรากฏว่าไม่ได้คืนสภาพเดิมแต่กลับเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้เพราะอานุภาพแห่งบุญบารมีและความบริสุทธิ์บริบูรณ์ของท่าน

          การได้เห็นอัฐิธาตุของบุคคลผู้เลิศที่ได้อุทิศตนสร้างแต่คุณงามความดีมาตลอดชีวิต ทั้งแนะนําสั่งสอนและเป็นต้นบุญต้นแบบให้แก่ชาวโลกทั้งหลายถือว่าเป็นมงคลอย่างหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็นการบูชาบุคคลที่ควรบูชา เพราะฉะนั้นผู้ที่ได้มาสักการบูชามหารัตนอัฐิธาตุนี้จะมีสิริมหาสมบัติติดตัวไปทุกคนสิรินี้จะเป็นเครื่องดึงดูดทรัพย์สมบัติทั้งภายนอกและภายใน สมบัติภายนอกคือโลกียทรัพย์สําหรับใช้สร้างบารมีส่วนสมบัติภายในคือการเข้าถึงพระธรรมกายและบรรลุวิชชาธรรมกายเช่นเดียวกันกับคุณยาย