นิทานก่อนนอนสอนใจ
เรื่อง แพ้เพราะกลัว

แม้จะสามารถล่าอาณานิคมได้จำนวนมากแล้ว แต่เจ้าเมืองแห่งเมืองติดทะเลก็ไม่ปรารถนาจะยุติการไล่ล่าอีก ท่านมีคำสั่งให้แม่ทัพเอกยกทหารห้าล้านนาย เข้าโจมตีเมืองที่อยู่อีกฟากทะเล ให้ตีระเรื่อยจนครบทุกเมือง

แม่ทัพเอกซึ่งเป็นบุรุษที่ท้าวหาญที่สุดในยุคนั้นรับคำแข็งขัน และก็สามารถตีเมืองทุกเมืองที่ผ่านไปได้ กระทั่งมาถึงเมืองเล็กๆ ซึ่งเมืองสุดท้ายในศึกครั้งนี้ เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีทหารอยู่เพียงห้าหมื่นนายเท่านั้น แต่ปัญหาก็คือ เมืองแห่งนี้มีแม่น้ำกั้นกลาง ทั้งสองทัพประจันหน้ากันคนละฝั่งฝั่งแม่น้ำ
ท่านแม่ทัพเอกเห็นดังนั้นก็ดำริว่า "เราต้องทำเป็นถอยให้ฝ่ายนั้นเข้าใจว่าเรายอมแพ้ ให้มันยกทัพข้ามแม่น้ำมาก่อนแล้วเราค่อยบุกโจมตี"
ดำริดังนั้น ท่านแม่ทัพก็ถ่ายทอดคำสั่งออกไปว่า
"ให้ทหารทุกหน่วยถอยทัพกลับไปก่อน"

เหล่าทหารก็ทำตามคำสั่งนั้น แต่แล้ว เหตุการณ์เหนือความคาดหมายก็เกิดขึ้น เมื่อกองพลฝ่ายหน้าถอยกำลังออกมา กองพลฝ่ายหลังกลับคิดว่ากองทัพของตนแพ้แล้วจึงเกิดความแตกตื่นชุลมุนวุ่นวาย วิ่งหนีกระเจิดกระเจิงเกินกว่าที่ท่านแม่ทัพจะควบคุมได้ เท่านั้นไม่พอ ขณะนั้นเกิดลมพัดครั้งใหญ่ต้นไม้ล้มระเนระนาด เหล่าทหารต่างคิดว่า นั่นเป็นเสียงคำรามของศัตรู ต่างก็เร่งฝีเท้าเพื่อเอาตัวรอด

ฝ่ายหนึ่งเห็นดังนั้นก็แปลกใจยิ่งนัก แต่แม่ทัพผู้ชาญฉลาดของฝ่ายนี้ไม่ปล่อยโอกาสงามๆ นี้หลุดมือ เขาร้องสั่งบรรดาทหารของเขาว่า "บุกเข้าไป ฆ่ามันให้หมด" ในที่สุด ฝ่ายทหารห้าหมื่นนาย ก็ได้รับความปราชัยราบคาบ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
1. หลายครั้งที่ความตื่นเต้นเกินเหตุทำให้เกิดความพินาศอย่างที่ไม่ควรจะเป็น ดังนั้น เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเข้ามาต้องตั้งสติให้ดี คิดให้รอบคอบ มองให้หลายๆ มุม แล้วค่อยๆ คิดหาวิธีแก้ไขปัญหาที่ประกอบไปด้วยเหตุผลและความเป็นไปได้
2. ปลาใหญ่มักตายน้ำตื้น