นิทานก่อนนอนสอนใจ
เรื่อง นกกับหอย
วันนั้น อากาศชายฝั่งทะเลแจ่มใส พระอาทิตย์ทอแสงสว่างจ้า ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า ไร้เมฆมาบดบัง น้ำทะเลสีฟ้าต้องประกาย แดดระยิบระยับ หอยใหญ่ตัวหนึ่ง คลานขึ้นจากท้องทะเลเพื่อมาพักผ่อนยังริมหาด มันเปิดเปลือกตัวเองขึ้นเพื่ออ้ารับความอบอุ่นจากแสงอาทิตย์

ขณะนั้น มีนกตัวหนึ่งบินผ่านมาและบังเอิญมองลงมาบนหาดทราย เห็นหอยอ้าปากอาบแสง แลเห็นเนื้อหอยน่ากิน ก็ดีใจนัก พูดกับตัวเองว่า
"อะฮ้า! วันนี้ลาภปากดีแท้ เสร็จข้าแน่ เจ้าหอยเอ๋ย"

คิดได้ดังนั้นก็รีบรี่บินลงต่ำเพื่อเข้าจิกเนื้อหอยทันที หอยใหญ่ตกใจมากรีบหุบเปลือกของมันลง ผลก็คือ ปากของนกติดอยู่กับเปลือก
"ไอ้หยา! ซวยแล้วสิเรา" มันคิดในใจ แล้วก็พยายามดึง แต่ดึงเท่าไรก็ไม่หลุดเสียที มันจึงพูดกับหอยว่า
"ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ เจ้าหอยบ้า ถ้าเจ้าไม่ปล่อยนะ วันนี้ฝนไม่ตก พรุ่งนี้ฝนไม่ตก เจ้าก็จะถูกแดดเผาเกรียมอยู่ตรงนี้แหละ"
เจ้าหอยได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะ ก่อนจะตอบไปว่า
"อย่ามาหลอกข้าเสียให้ยากเลย ก็ถ้าข้าหนีบเจ้าไว้อย่างนี้ วันพรุ่งนี้ก็หนีบไว้ เจ้าก็จะตายไปเอง แล้วข้าก็สามารถลงสู่ทะเลได้ได้ได้"

ทั้งสองไม่มีใครยอมใคร จนในที่จุดก็มีชาวประมงคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็นเข้า ก็นึกกระหยิ่มยิ้มย่องว่า
"อะฮ้า! วันนี้ลาภปากดีแท้" พูดจบเขาก็ตรงเข้าจับทั้งหอยทั้งนกโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
บุคคลที่สามมักได้ประโยชน์จากการที่บุคคลที่หนึ่งและบุคคลที่สองไม่ลงรอยกันเสมอ