นิทานก่อนนอนสอนใจ
เรื่อง สุนัขเพื่อนยาก

นานมาแล้ว มีหมาไนกับสุนัขอาศัยอยู่ในป่าแห่งหนึ่งห่างไกลจากผู้คน ทุกคืนสัตว์ทั้งสองจะออกหาอาหาร แล้วนำมาแบ่งกันกินเสมอหมาไนเป็นสัตว์ที่เห็นแก่ตัว ขี้ขโมยไม่รู้จักคุณของใคร ส่วนดีของมันคือมันรักเพื่อนไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนสุนัขเป็นสัตว์แสนชื่อ มีคุณธรรม จงรักภักดีต่อคนที่มีคุณต่อมัน

อยู่มาวันหนึ่งในช่วงฤดูหนาว อาหารเริ่มหายาก สัตว์ทั้งหลายต่างหลบหนีจากภัยความหนาวก้าวสู่ดินแดนอื่น สองสหายหาอาหารได้ซ้ำร้ายยังถูกรบกวนด้วยอากาศที่หนาวเย็น
"ข้าหนาวหรือเกิน ...ข้าหิวเหลือเกิน" สุนัขเอ่ยขึ้น
"เจ้าจงนอนหลับเสียเพื่อน วันนี้เราคงไม่มีอาหารตกถึงท้องแล้วละพรุ่งนี้เราค่อยอกล่าเนื้ออีกครั้ง เผื่อโชคจะเข้าข้างเรา" หมาไนพูดปลอบ
"ข้านอนไม่หลับหรอก ข้าหนาวเหลือเกิน" สุนัขพูด
"ถ้าอย่างนั้น..ข้าจะพาเจ้าเข้าไปในหมู่บ้าน ขโมยเป็ดไก่ของพวกชาวบ้านมากิน ลุกขึ้น" หมาไนบอกเพื่อนที่นอนสั่นอยู่ข้างๆ
"ขโมย? ไม่ได้..เราจะไม่ขโมย เราจะไปทำร้ายสัตว์เลี้ยงของชาวบ้าน ข้ายอม อดตายดีกว่า"
"ถ้าไม่ขโมยเป็ดไก่ เจ้าก็ไปหาเศษหาอาหารที่เขาทิ้งกินแล้วกันเผื่อจะหายหิวได้บ้าง" หมาไนบอก
"ดีๆ เราจะเข้าไปในหมู่บ้าน ไปหาเศษอาหารของพวกชาวบ้านกินประทังชีวิตให้หายหิว คงดีกว่าต้องนอนหิวทนความหนาวอยู่นี่ แต่เจ้าต้องสัญญานะ" สุนัขหันมาทางเพื่อน
"สัญญาอะไรรึ"
"เจ้าอย่าไปขโมยเป็ดไก่เขามากินนะ เพราะถ้าเขาจับได้เจ้าจะได้รับอันตรายถึงชีวิตนะ"
"อ้าว..ทำไมเจ้าพูดอย่างนั้นละ...เราเป็นสัตว์ป่าก็ต้องล่าเหยื่อเป็นธรรมดาสิ ทำไมเจ้าต้องคิดมากด้วยเล่า เป็ดไก่ของพวกชาวบ้านเยอะแยะกินตัวสองตัวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง"
"เพื่อนรักเอ๋ย..เจ้าเห็นแก่กินมากนักเลย เราอาศัยกินเศษอาหารที่ชาวบ้านเขาทิ้งจากเรือนคงทำให้เราพออยู่ได้...เชื่อข้า..อย่าไปเบียดเบียนชาวบ้านเขา ข้าว่าเราคงได้เจอกับชาวบ้านที่ใจดีมีเมตตาต่อเราแน่ เขาคงไม่ปล่อยให้เราอดตายหรอก.."
"ก็ได้ๆ ข้าให้สัญญา ข้าจะไม่ไปขโมยเป็ดไก่เขา" หมาให้สัญญากับเพื่อนรักเป็นมั่นเหมาะ

ทั้งสองมุ่งหน้าไปสู่หมู่บ้านในยามค่ำคืนท่ามกลางสายลมที่เหน็บหนาว แสงไฟที่เปล่งประกายจากกองไฟบ้านหลังหนึ่ง เป็นจุดหมายของพวกมัน
"พ่อๆ มีหมาป่าสองตัวมาบ้านเรา" เด็กน้อยร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเหลือบไปเห็นหมาทั้งสองยืนอยู่ใกล้ๆ กองไฟ
" ไหน..ลูก มันอยู่ไหน..พ่อจะยิงมันให้ตายเดี๋ยวนี้.." ผู้เป็นพ่อร้องถามพร้อมกับหยิบหน้าไม้ขึ้นมาพร้อมจะยิง
สัตว์สองสหายเมื่อเห็นอาการดังนั้น ก็รู้สึกกลัวแต่ก็ยอมเสียงที่จะนอนหมอบอยู่ตรงนั้น เหมือนบอกให้รู้ว่า พวกมันมาขอความเมตตาไม่ได้มาเพื่อเบียดเบียนทำร้ายใคร
"พ่อดูสิ ท่าทางมันไม่ได้ดุร้ายอย่างที่คิดเลยนะพ่อ...มันหมอบอยู่นั่น...น่าสงสารจัง มันคงหลบภัยหนาวมานะพ่อ อย่ายิงมันเลย" เด็กน้อยลงจากเรือนค่อยๆ เดินไปหาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วเอื้อไปลูบที่หัวของสัตว์ทั้งสองเบาๆ อย่างเอ็นดู
"เจ้าหนาวใช่ไหม..เจ้าเข้ามาหมู่บ้านข้าทำไม ไม่กลัวผู้คนจะทำร้ายเอาหรือ" เด็กน้อยพูดออกไปอย่างที่ใจคิด
"เจ้าหนูขึ้นมาบนบ้านได้แล้ว..เดี๋ยวมันจะกัดเอานะลูก ไว้ใจมันไม่ได้นะ ไอ้สัตว์หน้าขนน่ะ" ผู้เป็นพ่อร้องบอกลูก
"ไม่เป็นไรหรอกพ่อ...ดูมันไม่ได้ดุร้ายอะไร ดูมันเหนื่อยมากมันคงหิว ข้าขอข้าวให้มันกินหน่อยนะพ่อ" เด็กน้อยวิ่งขึ้นไปบนบ้านพร้อมกับข้าวชามหนึ่งและหัวปลาต้มสุกที่เหลือจากอาหารมื้อค่ำของพวกเขา

"นี่อาหาร..พวกเจ้ากินซะเถอะ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าหิว ไม่ต้องกลัวนะข้าไม่ทำร้ายพวกเจ้าหรอก" เด็กน้อยวางชามข้าวไว้ข้างหน้า หมาไนก็ลุกขึ้นแล้วจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความหิว
"พ่อ...ข้าขอเลี้ยงเจ้าหมาสองตัวนี้ไว้เพื่อนได้ไหม" ขณะที่สัตว์ทั้งสองกำลังก้มหน้าก้มตากินอาหารด้วยความหิว เด็กน้อยหันไปถามพ่อที่ลงมายืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับหน้าไม้ในมืออย่างไม่ไว้ใจสัตว์ทั้งสอง
"จะดีหรือเจ้าหนู พ่อว่าไล่มันไปในป่าเหมือนเดิมเถอะนะ เราไม่ฆ่ามันก็ถือว่าปราณีมากพอแล้ว" พ่อแสดงท่าที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของลูก
"ข้าขอเถอะพ่อ..เลี้ยงมันไว้เถอะ...ข้าว่ามันไม่ทำร้ายเราหรอก"

เด็กน้อยยืนกราน พ่อของเขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจรับปากลูกชาย อนุญาตให้เลี้ยงพวกมันเอาไว้ เมื่อสัตว์ทั้งสองได้อาศัยในที่นั้น ก็ได้รับความสุขตามอัตภาพแต่แล้ววันหนึ่งสัญชาตญาณหมาไนก็เริ่มออกลาย เมื่อมันเห็นเป็ดในหมู่บ้าน วิ่งไปมายั่วยวนน้ำลาย มันจึงแอบไปกัดเป็ดไก่ของชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นมากิน จนในที่สุดชาวบ้านก็จับได้ และยิงมันตายในที่สุด

ส่วนสุนัขเมื่อได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี มันคอยเฝ้าดูแล รักษาบ้านเรือน ปกป้องอันตรายให้แก่สองพ่อลูกเพื่อเป็นการตอบแทน มันติดตามนายของมันไปทุกหนทุกแห่ง ช่วยล่าเนื้อมาให้บ้าง มันจึงกลายเป็นสัตว์ตัวโปรดของสองพ่อลูก เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ไปเสียแล้วมันได้กินอิ่ม ปลอดภัยจากการทำร้ายจากผู้คน เป็นสัตว์เลี้ยงที่นิยมเลี้ยงไว้ในบ้านจนถึงทุกวันนี้
นิทานเรื่องนี้ให้รู้ว่า
ความซื่อสัตย์ แม้อยู่ในร่างเดรัจฉาน ปราชญ์ก็ยังยกย่องและนับถือเป็นเยี่ยงอย่าง