นิทานก่อนนอนสอนใจ
เรื่อง อสรพิษร้ายกับเจ้าหญิงผู้ตกยาก

ณ นครแห่งหนึ่งพระราชามีพระธิดาผู้มีสิริโฉมงดงาม เกิดมาพร้อมกับของวิเศษ 2 อย่าง คือ ตะกร้าทองคำ และเข็มขัดวิเศษ เมื่อนางเติบโตขึ้น กิตติศัพท์แห่งความงดงามของนางได้แพร่กระจายไปทั่วทุกหนแห่ง ทำให้พระราชาในเมืองต่างๆ หวังจะครอบครองนาง จึงได้ส่งราชทูตมาสู่ขอ

แต่ก็ได้รับการปฏิเสธทำให้พระราชาเมืองนั้นๆ โกรธแค้นในความหยิ่งผยองของพระนางที่ปฏิเสธการสู่ขอ จึงยกทัพมาย่ำยีนครของนาง พระราชบิดาเมื่อทราบข่าวเช่นนั้นก็หวั่นพระทัยยิ่งนัก กลัวธิดาของตนจะโดนย่ำยีจึงได้ส่งนางออกจากพระนครในยามราตรีมุ่งหน้าสู่บ้านของลุงผู้เป็นเศรษฐีที่อยู่นอกเมือง

พระนางออกเดินทางเพียงลำพัง ด้วยความที่ไม่เคยตกยากมาก่อนการเดินทางครั้งนี้แสนลำบากยิ่งนัก แต่พระองค์ก็มิได้ย่อท้อ ผ่านป่าเขาลำเนาไพรด้วยใจเด็ดเดี่ยว อาศัยผลไม้ป่าประทังชีวิต วันหนึ่งขณะที่เจ้าหญิงนั่งพักเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยอยู่นั้น งูใหญ่ตัวหนึ่งเลื้อยออกมาจากพุ่มไม้ มุ่งตรงมาหานาง ทำให้พระนางตกใจยิ่งนัก

"เจ้าอย่าทำอันตรายข้าเลย ข้าขอโทษด้วยหากข้ามารบกวนเจ้า"
พระนางรีบลุกขึ้นจะเดินหนีไปเพราะความหวาดกลัว เมื่องูเห็นอาการดังนั้นก็รู้ว่าพระนางตกใจกลัวจึงรีบพูดขึ้นว่า
"อย่ากลัวข้าเลย ข้าไม่ทำอันตรายเจ้าหรอก"
"เจ้าพูดได้!" พระนางอุทานออกมาด้วยความตกใจ
"ใช่ ข้าพูดได้ ไม่ต้องกลัวข้า ข้าไม่ทำอันตรายเจ้าหรอก"
"เจ้าจะไม่ทำร้ายข้าจริงนะ.." เจ้าหญิงเอ่ยออกไปเพื่อความมั่นใจ
"จริงสิ..แล้วเจ้าเป็นใคร ถึงได้มารอนแรมในป่าคนเดียว ไม่กลัวอันตรายหรือไง" งูถาม
"ข้าเป็นธิดาของกษัตริย์เมืองโน้น..หนี้ภัยจากศัตรูมา กำลังมุ่งหน้าไปหาลุงที่บ้านข้างหน้าโน่น"
เมื่องูได้ฟังเรื่องราวต่างๆ ของเจ้าหญิง รวมทั้งรู้ว่าเจ้าหญิงมีของวิเศษติดตัวมาด้วย มันก็รู้สึกกระหยิ่มใจอยู่มิใช่น้อย
"ไม่เป็นไร...ข้าจะนำทางเจ้าเอง เจ้าจะได้มีเพื่อน ข้าจะกันภัยให้เจ้า"

งูร้ายเอ่ยคำหวานทำให้เจ้าหญิงผู้ใส่ชื่อซาบซึ้งใจยิ่งนักการเดินทางระหว่างงูกับคนในครั้งนี้ เจ้าหญิงไม่รู้ว่าได้ตกหลุมพรางอสรพิษร้ายเข้าแล้ว มันคิดใฝ่ปองของวิเศษเจ้าหญิง และเมื่อเดินทางเข้าใกล้หมู่บ้านของเศรษฐีผู้เป็นลุง งูก็เอ่ยขึ้นว่า
"หยุดก่อน! ข้างหน้าอาจมีอันตราย สัญชาตญาณของข้าบอกอย่างนั้น"
"มีอันตรายอย่างนั้นหรือ" เจ้าหญิงตกใจ
"ใช่ ข้าสงสัยว่าจะมีอันตรายอยู่ข้างหน้า เจ้าจงรอยู่ตรงนี้ก่อน"
"ได้จ้ะ...ข้าจะรออยู่ตรงนี้" เจ้าหญิงรับปาก
"ก่อนข้าจะไปข้าขอยืมเข็มขัดเจ้าได้หรือไม่ ข้าจะเอาไปต่อสู้กับศัตรูที่ร้ายกาจนั่น" อสรพิษร้ายเริ่มออกลาย
"ได้สิ" เจ้าหญิงรีบปลดเข็มขัดออกมาให้งูร้ายที

จากนั้นมันก็คาบเข็มขัดเลื้อยไป มุ่งหน้าไปที่บ้านของเศรษฐี เมื่อไปถึงมันจึงเอาเข็มขัดรัดเอวไว้ ทันใดร่างของมันก็กลับกลายร่างเป็นหญิงสาวรูปร่างเหมือนเจ้าหญิงทุกประการ แน่นอนมันปลอมเป็นเจ้าหญิง...มันเดินไปเคาะประตูบ้าน

เมื่อได้พบกับเขามันก็อ้างว่าตัวเองเป็นหลาน จากนั้นจึงเล่าเรื่องต่างๆให้ลุงของเจ้าหญิงฟังอย่างละเอียดตามที่มันได้ฟังมา

เศรษฐีเมื่อเข้าใจว่าเป็นหลานของตนจึงเกิดความรักใคร่สงสาร รับเลี้ยงดูเป็นอย่างดี นางอสรพิษร้ายก็อยู่ด้วยความสุขสบายในคราบของเจ้าหญิง ฝ่ายเจ้าหญิงเมื่อรอคอยการกลับมาของงูอยู่เป็นเวลาหลายวัน แต่ก็ไม่มีวี่แววว่างูจะกลับมา จึงได้เดินทางมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านแล้วถามหาลุงของตน

หลังจากเคาะประตูเรียกครู่หนึ่ง เศรษฐีก็ออกมาเปิดประตู นางจึงได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง พร้อมแสดงตัวเป็นหลาน
"หลานที่ไหนกัน ก็หลานสาวข้าเพิ่งมาถึงเมื่อไม่กี่วันมานี้ เจ้าเป็นใครถึงได้มาแอบอ้างอย่างนี้"
เศรษฐีไม่เชื่อคำพูดเจ้าหญิงผู้เป็นหลาน พร้อมต่อว่านางสารพัด ขณะที่นางพยายามอธิบายอยู่นั้น นางอสรพิษคราบเจ้าหญิงก็เดินออกมา
"ลุงจ๋า....นางคนนี้มันเป็นพวกขอทาน ลุงอย่าไปสนใจมันเลย แต่ถ้าลุงสงสารมันก็รับมันเป็นคนใช้ก็ได้นะจ๊ะ"

ทันทีที่เจ้าหญิงเห็นเจ้าหญิงปลอมใส่เช็ดขัดของนาง นางก็จำได้ทันที นางรู้ว่างูตัวนี้จำแลงกายอ้างคนเป็นหลานสาวแทนนาง นางก็เก็บความลับเอาไว้ไม่ยอมพูดอะไรออกมา เจ้าหญิงกลายเป็นคนรับใช้ของนางอสรพิษ นางงูได้กลั่นแกล้งทำให้เจ้าหญิงลำบากอยู่ตลอดเวลา

วันหนึ่งเจ้าหญิงได้คิดหาอุบายที่จะทำให้นางอสรพิษกลายร่างเป็นงูดังเดิม นางจึงหยิบตะกร้าวิเศษออกจากชายพก แล้วทำทีเป็นวางทิ้งเอาไว้ เมื่อใดที่ตะกร้านี้ได้อยู่ร่วมกับเข็มขัด อำนาจสิ่งวิเศษทั้งสองก็จะทำให้งูร้ายคืนร่างทันที ด้วยความไม่รู้ของเจ้าหญิงปลอม เพราะเจ้าหญิงไม่เคยเล่าให้ฟังมาก่อน ดังนั้นเมื่อมันเห็นตะกร้าทองคำ มันจึงเกิดความโลภ มันรีบวิ่งมาคว้าเอาตะกร้าวิเศษ และแล้วสิ่งที่มันไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

ฉับพลันร่างของหญิงสาวที่งดงามบัดนี้ได้คืนร่างเป็นงูทันที เมื่อลุงเห็นดังนั้นจึงได้รู้ความจริง สั่งให้คนรีบฆ่างูนั้นให้ตายโดยเร็วพลันนับแต่นั้นมาเจ้าหญิงก็อยู่ด้วยความสุขตลอดมา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ความอยากได้ใคร่มี ความทะยานอยากที่เกินความสามารถ เกินวาสนาของตน
นอกจากทำให้ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว มันยังเป็นการประจานตัวเองให้ได้รับความอับอาย อดสูด้วย