นิทานก่อนนอนสอนใจ
เรื่อง แม่ไก่กับเสียงเรียกใต้ปีกอุ่น

กาลครั้งหนึ่ง ณ ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ มีแม่ไก่ใจดีตัวหนึ่งอาศัยอยู่กับลูกเจี๊ยบหลายตัว ทุกเช้าแม่ไก่จะพาลูกออกไปเรียนรู้การใช้ชีวิต พร้อมสอนสิ่งสำคัญที่ลูกทุกตัวควรรู้
แม่ไก่กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
"ลูกรัก เวลาหาอาหาร หากเห็นหนอนตัวใหญ่ อย่ารีบกลืนทันที ควรเลือกกินตัวที่พอดี เพราะหากฝืนกินของที่ใหญ่เกินไป อาจเป็นอันตรายได้"
จากนั้นแม่ก็สอนต่อว่า "อย่าลืมจิกกินเม็ดกรวดเล็ก ๆ บ้างนะลูก มันจะช่วยให้กระเพาะของลูกบดอาหารได้ดี"

เมื่อถึงบ่อน้ำ แม่ไก่สาธิตวิธีดื่มน้ำให้ลูกดู "หลังจากจิบน้ำแล้ว ให้เงยหน้าขึ้น น้ำจะไหลลงคอได้สะดวก"
ก่อนจะแยกย้ายกันออกหากิน แม่ไก่ได้กำชับกฎสำคัญที่สุด
"ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหน หรือกำลังทำอะไร หากได้ยินเสียงแม่ตีปีกเรียก ต้องรีบวิ่งกลับมาหาแม่ทันที ห้ามลังเลหรือมัวแต่ทำอย่างอื่น เพราะแม่มีเหตุผลเสมอ"
ลูกเจี๊ยบทุกตัวต่างรับคำพร้อมกัน แล้วออกเดินหาอาหารอยู่ไม่ไกลจากแม่

ยามเย็นวันหนึ่ง ลูกเจี๊ยบตัวเล็กกำลังพยายามดึงไส้เดือนขึ้นจากพื้นดิน มันตั้งใจมากจนไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัว ทันใดนั้น...แปะ! แปะ! เสียงแม่ตีปีกดังขึ้น เป็นสัญญาณเรียกลูกทุกตัว
ลูกเจี๊ยบคิดในใจว่า "อีกนิดเดียวเอง...ถ้าดึงไส้เดือนขึ้นมาได้ก่อน ค่อยวิ่งไปก็ยังทัน"
แต่มันมัวแต่สนใจอาหารตรงหน้า พอเงยหน้าขึ้นอีกที ก็เห็นพี่ ๆ ทุกตัวต่างวิ่งเข้าไปหลบอยู่ใต้ปีกแม่เรียบร้อยแล้ว
ลูกเจี๊ยบเริ่มกังวล "เรามาช้าแบบนี้ แม่ต้องโกรธแน่ ๆ"
ด้วยความกลัว มันจึงไม่กล้าเข้าไปหาแม่ แต่เดินแยกออกไปหาที่นอนเพียงลำพัง

คืนนั้นอากาศหนาวกว่าที่เคย ลมพัดแรง น้ำค้างเกาะทั่วพื้นดิน ลูกเจี๊ยบตัวน้อยสั่นเทา ไม่มีอ้อมกอดอุ่น ๆ ของแม่ ไม่มีพี่น้องคอยเบียดกันให้คลายหนาว มันได้แต่นั่งขดตัวด้วยความเหงา และคิดถึงความอบอุ่นใต้ปีกแม่ไม่หยุด
รุ่งเช้า ลูกเจี๊ยบออกตามหาแม่อีกครั้ง มันเห็นแม่พาพี่ ๆ หากินตามปกติ แต่ยังไม่กล้าเดินเข้าไป
"ถ้าแม่เรียกอีกครั้ง เราจะรีบวิ่งไปทันที"

มันตั้งใจเช่นนั้น ไม่นาน ลูกเจี๊ยบก็วิ่งไล่จับตั๊กแตนอย่างสนุกสนาน ทันใดนั้น เสียงตีปีกของแม่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง แปะ! แปะ! ลูกเจี๊ยบชะงัก
ตั๊กแตนอยู่ตรงหน้า แต่เสียงแม่ก็ดังอยู่ไม่ไกล เพียงชั่วอึดใจ มันตัดสินใจละทิ้งตั๊กแตน แล้วรีบวิ่งสุดแรงเข้าไปซุกใต้ปีกแม่ แม่ไก่ก้มมองลูกน้อย ก่อนใช้ปีกแตะเบา ๆ ที่ตัวลูก เป็นการเตือนให้จดจำคำสอน

ลูกเจี๊ยบไม่ได้เสียใจเลย ตรงกันข้าม มันกลับรู้สึกโล่งใจ เพราะความหนาวและความโดดเดี่ยวเมื่อคืน ทำให้มันเข้าใจว่าการอยู่กับแม่นั้นอบอุ่นเพียงใด
เมื่อเห็นลูกทุกตัวอยู่พร้อมหน้า แม่ไก่จึงพูดขึ้นว่า "ที่แม่เรียกลูกอย่างรีบร้อน ไม่ใช่เพราะอยากขัดจังหวะการหาอาหาร แต่เพราะแม่เห็นเหยี่ยวตัวใหญ่บินวนอยู่เหนือทุ่ง มันกำลังมองหาลูกไก่ที่พลัดจากฝูง"

ลูกเจี๊ยบทุกตัวต่างเงยหน้ามองขึ้นฟ้า แล้วก็เห็นเงาของเหยี่ยวบินวนอยู่จริง ๆ จึงเข้าใจทันทีว่าทำไมแม่จึงเข้มงวดกับกฎข้อนี้
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่ว่าลูกไก่ตัวใดกำลังจิกเมล็ดข้าว ไล่จับแมลง หรือเล่นสนุกอยู่ที่ไหน เพียงได้ยินเสียงแม่ตีปีกเรียก ทุกตัวจะรีบวิ่งกลับมาหาแม่โดยไม่ลังเล เพราะต่างรู้ดีว่า เสียงเรียกนั้นไม่ได้เกิดจากความเข้มงวด แต่เกิดจากความรักและความห่วงใย
ข้อคิดจากนิทาน
ผู้ที่คอยตักเตือนหรือวางกฎเกณฑ์ให้เรา ไม่ได้ทำเพราะต้องการควบคุมเราเสมอไป หลายครั้งสิ่งเหล่านั้นเกิดจากความรัก ความหวังดี และความปรารถนาจะปกป้องเราให้ปลอดภัย เช่นเดียวกับความรักของพ่อแม่ ที่มักคิดถึงลูกก่อนตนเองเสมอ