คุ้มครองโลกจากโลกร้อน

วันที่ 04 กย. พ.ศ.2558

 

คุ้มครองโลกจากโลกร้อน


ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ พากันเป็นห่วงเรื่องของภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้ดินฟ้าอากาศแปรปรวน ทั้งร้อนจัดหนาวจัด ภัยธรรมชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ำท่วมหรือพายุ ล้วนเกิดขึ้นถี่กว่าเดิม และมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จึงมีความพยายามที่จะป้องกันและแก้ไขภาวะโลกร้อนด้วยการลดปริมานคาร์บอนไดออกไซด์ของโลกในหลายวิธี เช่นพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาด พัฒนากระบวนการผลิตที่ประหยัดพลังงาน เป็นต้น
ความพยายามเหล่านี้ของนักวิทยาศาสตร์ เป็นสิ่งที่เราควรยกย่อง และในขณะเดียวกันเราต้องตระหนักด้วยว่า การแก้ไขภาวะโลกร้อนนั้นเป็นความรับผิดชอบของทุกคน ถ้าเราสังเกตให้ดีเราจะพบว่าในวิถีชีวิตของคนเรานั้น ได้มีการสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้โลกร้อนอย่างที่ไม่ควรจะเกิดอีกมากมายทีเดียว บางเรื่องเกิดจากคนเพียงไม่กี่คน แต่สร้างความเสียหายมากมาย เช่นเรื่องไฟป่า ซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เราได้ยินได้ฟังกันมานาน แต่เชื่อไหม เมื่อถ่ายภาพโลกของเราจากยานอวกาศ จะเห็นได้ชัดเลยว่าตามผิวโลกมีไฟป่าเกิดขึ้นเป็นจุดๆ เต็มไปหมด และที่น่าสลดใจก็คือ จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พบว่า สาเหตุการเกิดไฟป่าร้อยละ 99 มิใช่เหตุสุดวิสัย แต่มาจากการกระทำของคน และบางครั้งเกิดจากการจุดไฟเล่นเท่านั้นเอง


ทางภาคเหนือของไทยนั้น สาเหตุหนึ่งของไฟป่า เกิดจากการเผาป่าเพื่อให้ได้เห็ด เพราะเมื่อเผาป่าจนเป็นเถ้าถ่านแล้ว พอฝนตกลงมาเห็ดก็จะงอก เป็นการเผาป่าทั้งป่าเพื่อจะเก็บเห็ด


ส่วนภาคกลางนั้นสาเหตุของการเผาป่า มี 2 ประการ คือ
            1.    การเผาป่าเพื่อต้องการทุ่งหญ้าเลี้ยงวัว จุดไฟเผาแต่ละครั้งกินพื้นที่เป็นพันๆไร่ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เพราะพอไฟติดอากาศร้อนจะลอยขึ้น อากาศที่เย็นกว่าจะพัดเข้ามาแทน ทำให้เกิดลม พอเกิดลมไฟก็ยิ่งติด ยิ่งเกิดลมโหมกระหน่ำให้ไฟลุกลามไป นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ต้องเผาป่าเป็นพันๆไร่ เพื่อจะให้ได้หญ้าเลี้ยงวัวเพียงไม่กี่ฝูง อันที่จริงพื้นที่ป่าเหล่านั้น แม้เป็นพื้นที่ที่ถูกตัดไม้ทำลายป่า จนไม่เหลือต้นไม้ใหญ่แล้วก็ตาม แต่ธรรมชาติจะพยายามฟื้นฟูตัวเองตลอดเวลา ในหน้าฝนจึงมีต้นไม้ที่พยายามงอกขึ้นมา แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถเติบโตต่อได้ เพราะมีการเผาป่าซึ่งถ้าเราช่วยกันรักษาป่าไม่ให้โดนเผาสัก 5 ปี ต้นไม้ถิ่นเดิมนี้ก็จะเติบโตเขียวชอุ่ม ร่มรื่นได้โดยไม่ต้องปลูกป่าเลย เมื่อมีความร่มรื่นแดดส่องถึงพื้นไม่มากต้นหญ้าก็จะไม่ขึ้นรก ทำให้ไม่มีเชื้อไฟในหน้าแล้ง เป็นการแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าได้ในระยะยาว


            2.    การเผาป่าเพื่อล่าสัตว์ เมื่อเกิดไฟไหม้สัตว์ต่างๆเช่น กระต่าย หมูป่า จะหนีออกมาจากที่ซ่อน การที่คนเราหวังเพียงจะล่าสัตว์ได้โดยง่าย แต่ต้องแลกกับการเผาป่านับพันนับหมื่นไร่ ช่างไม่คุ้มกันเลย เมื่อเกิดไฟป่าโลกจะร้อนขึ้นสักเท่าไร คาร์บอนไดออกไซด์จะเกิดขึ้นมากมายแค่ไหน ทุกๆชีวิตย่อมจะได้รับผลกระทบทั้งสิ้น ยิ่งถ้าหากไฟป่าลุกลามกินพื้นที่มากมายพร้อมๆกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะแห้งแล้งในพื้นที่เป็นดินพรุ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือไฟจะระอุลงไปในดิน คุอยู่ในดิน และเผารากไม้จากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง ลุกลามในชั้นใต้ดินต่อไปเรื่อยๆ ยากที่จะดับ ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียที่ไฟป่าลุกลามนับปีจนเกิดควันไฟปกคลุมเกาะสุมาตราแล้วลอยข้ามทะเลมาปกคลุมมาเลเซีย สิงคโปร์ ภูเก็ตแผ่ขยายปกคลุมถึงภาคใต้ของไทย ระยะทางเป็นพันกิโลเมตรเลยทีเดียว


            อีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งสร้างความเสียหายแก่โลกอย่างมหาศาลก็คือสงครามอิรัก-คูเวตเมื่อปีพ.ศ.2533 เมื่ออิรักจำเป็นต้องถอยทัพเพราะไม่สามารถยึดคูเวตต่อไปได้ ซัดดัม ฮุดเซ็นผู้นำอิรักในขณะนั้นได้สั่งจุดไฟเผาบ่อน้ำมันของคูเวตเพื่อจะทำลายให้หมด โดยตั้งระเบิดเอาไว้อย่างเป็นระบบ พอจุดระเบิดน้ำมันที่พุ่งขึ้นมาจากบ่อน้ำมันนับร้อยนับพัน กลายเป็นเปลวไฟยักษ์พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้ากว่าจะดับได้หมดใช้เวลานับปี สร้างความเสียหายต่อโลกอย่างมหาศาล จากคนเพียงคนเดียวที่เป็นผู้นำประเทศ เมื่อคิดและนำไปในทางที่ผิด จึงส่งผลกระทบต่อโลกมากมายนัก


            ถึงตรงนี้เราคงเห็นตรงกันว่าการที่จะแก้ไขภาวะโลกร้อนได้นั้น ต้องแก้ไขที่ใจคน ถ้าปรับใจคนได้ก็สามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่ควรเกิดได้อย่างมากมาย เมื่อเราเข้าใจปัญหา เราย่อมจะหาทางออกได้ และถ้าคนทั้งโลกร่วมมือกัน ทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น เพราะเราจะแก้ภาวะโลกร้อนโดยเริ่มต้นจากการปรับปรุงคุณภาพใจของเราเอง ให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ของตนเอง เพราะนี่คือการคุ้มครองโลกอย่างแท้จริงในทุกๆด้านใช่เพียงแค่ภาวะโลกร้อนเท่านั้น


            ดังจะเห็นได้จากในวันคุ้มครองโลกของทุกปี เราจะมาร่วมกันสร้างความดี ณ วัดพระธรรมกาย ไม่ว่าจะเป็นการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ร่วมกันถวายมหาสังฆทานแก่วัดต่างๆ ทั่วประเทศ 20,000 วัด ร่วมกันฝึกฝนใจตนให้รู้จักการให้ และรักการทำความดีทั้งรวมใจกันปฏิบัติธรรม เพื่อเข้าถึงความสุขที่แท้จริงจากธรรมภายในเมื่อใจเราสุขสงบ ความอยากทั้งหลายก็จะลดลง บริโภคนิยมจะลดลง แต่ความเมตตาเอื้อเฟื้อจะเผื่อแผ่ถึงเพื่อนร่วมโลกของเรา เมื่อเป็นเช่นนั้น โลกของเราก็จะคลี่คลายจากทุกๆปัญหารวมทั้งปัญหาโลกร้อนที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

 

----------------------------------------------------------------------------------

หนังสือ " ทันโลกทันธรรม 3  "

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ