แม่พระอรหันต์ใกล้ตัว

วันที่ 19 กย. พ.ศ.2558

 

แม่พระอรหันต์ใกล้ตัว


แม่เป็นผู้สร้างชีวิตและลิขิตชะตาชีวิตให้แก่ลูกมอบความรักความอบอุ่นและสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูก แม่จึงเป็นของขวัญที่ดีที่สุดของลูกทุกคน แล้วเราได้มอบของขวัญที่ดีที่สุดให้แม่แล้วหรือยัง?


“ แม่ ” พระในบ้าน
            แม่มีความบริสุทธิ์ใจต่อลูกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงมีคำเปรียบเปรยว่า “ แม่เปรียบเสมือนพระอรหันต์ในบ้าน ” ถ้าลองเปรียบเทียบให้คิดว่า หากเราจะลงทุนอะไรเราก็ต้องศึกษาก่อนว่า เมื่อลงทุนไปแล้วจะคุ้มทุนหรือไม่ จะมีความเสี่ยงจนทุนหายกำไรหดหรือไม่ ถ้าพิจารณาแล้วว่าไม่คุ้ม เราก็จะไม่ลงทุน แต่ถ้ามีโอกาสทำกำไร เราถึงจะยอมลงทุน แต่แม่เลี้ยงเรามาตั้งแต่อยู่ในท้อง ลูกเกิดมาจะเป็นหญิงหรือชายยังไม่รู้ คลอดมาแล้วร่างกายจะครบถ้วนหรือไม่ จะเจ็บไข้ได้ป่วยพิการแต่กำเนิด หัวใจรั่วหรือเกิดมาเป็นดาวน์ซินโดรม แขนขาด้วนหรือไม่ แม่ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลย แล้วพอถึงตอนคลอดแม่ก็ยังต้องทนทรมานมากอีกด้วย


            อาตมภาพเคยทำคลอดจึงรู้ว่า ยิ่งถ้าเป็นแม่ที่คลอดท้องแรกด้วยแล้ว ถึงคราวที่มดลูกเริ่มบีบตัวติดต่อกันเป็นเวลานานนับ 10 ชั่วโมง กว่าจะคลอดออกมาได้นั้นมันทรมานมาก ยกตัวอย่างตอนที่เราปวดท้องหนักๆ เราจะรู้สึกหวิวๆจนแทบจะเป็นลมขาดใจ ซึ่งเวลาปวดท้องจะมีอาการปวดเป็นระยะๆ เพราะลำไส้จะบีบขยายตัวประมาณทุกๆ 5 นาที 
เราปวดท้องเนื่องจากลำไส้บีบตัวมาก แล้วมีอาการโป่ง บางครั้งมีการอุดตันในลำไส้แบบถาวรจนต้องผ่าตัดแก้ไข หรือบางครั้งเกิดการอุดตันในลำไส้แบบชั่วคราว เช่นอาการท้องผูก ซึ่งในขณะที่ท้องไส้กำลังปั่นป่วนอยู่นั้น พอมันบีบตัวก็เหมือนถูกไล่ลมและน้ำในลำไส้ แล้วของเสียทั้งหลายจะโป่งตัวออกจนลำไส้ตึง เราจึงรู้สึกเจ็บปวดมาก


            ลองคิดดูว่า แค่ลำไส้โป่งตัวเรายังรู้สึกเจ็บปวดทรมานมากมายขนาดนั้น แล้วแม่ที่เจ็บท้องใกล้คลอด เพราะมดลูกมีเด็กและน้ำคร่ำอยู่ข้างใน มันบีบตัวเพื่อจะดันให้เด็กออกมา ซึ่งเด็กมีขนาดใหญ่กว่าอุจจาระมาก อาการบีบและดันตัวครั้งแล้วครั้งเล่าจึงเกิดขึ้น จนกระทั่งปากมดลูกค่อยๆเปิดออก โดยปกติปากมดลูกจะปิด แต่พอเด็กดันศีรษะออกมาจ่อแล้วบีบตัว ศีรษะเด็กก็จะไปดันปากมดลูก จากที่ตีบอยู่ให้ค่อยๆเปิดออก จนกระทั่งมีเส้นผมเด็กโผล่ออกมา พอมดลูกเปิดเต็มที่ หมอจะสั่งย้ายแม่จากห้องรอคลอดไปห้องคลอด จากนั้นแม่ถึงจะขึ้นขาหยั่งเตรียมให้หมอทำคลอด


            พอศีรษะเด็กโผล่ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน หมอจะนำกรรไกรตัดเนื้อของแม่ให้เปิดกว้างยิ่งขึ้น เด็กจึงจะค่อยๆคลอดออกมาได้ แม่ต้องทรมานยิ่งกว่าตอนที่เราปวดท้องหนักๆ อีกเป็นสิบเป็นร้อยเท่าเรียกได้ว่า เหมือนแม่เอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน ทันที่ที่ลูกคลอดออกมาได้ สิ่งแรกที่แม่เกือบทุกคนทำก็คือ ถามหมอว่าลูกของตนเองเป็นไงบ้าง แต่พอแม่รู้ว่าลูกของตนเองแข็งแรงดีและมีร่างกายครบ 32 เท่านั้น แม้ขณะที่เหงื่อยังเต็มหน้าเต็มตัวก็ยังยิ้มออก แม่ยิ้มได้ทั้งที่ยังแผลเหวอะหวะจากการทำคลอด หลังจากนั้นหมอยังต้องมาเย็บแผลต่อให้แม่ สิ่งที่ทำให้แม่ยิ้มได้ เพราะรู้ว่าลูกของตนเองมีร่างกายสมบูรณ์ดีครบ 32 ส่วนจะหล่อ สวย นิสัยดีหรือไม่นั้นยังไม่รู้เลย


            สิ่งที่คนเป็นแม่ลุ้นที่สุดคือ พอลูกคลอดออกมาแล้วจะมีร่างกายครบถ้วยสมบูรณ์หรือไม่ นิ้วด้วน นิ้วขาดหรือไม่ แขนงอกงอขาดเกินไปหรือไม่ แต่ทันทีที่แม่รู้ว่าลูกคลอดออกมาแล้วมีร่างกายครบถ้วนสมบูรณ์ดี แม่ก็โล่งใจและยิ้มได้ จากนั้นหมอจึงเย็บแผลให้แม่ ส่วนพยาบาลจะนำเด็กไปชำระร่างกายและดูแลต่อไป สิ่งเหล่านี้คือหัวใจของคนเป็นแม่ที่ห่วงใยลูกทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าลูกที่อยู่ในท้องจะคลอดออกมามีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ครบถ้วนหรือไม่ โตขึ้นแล้วเขาจะเป็นคนดีหรือไม่ เขาจะเกเรหรือเอาความกลัดกลุ้มใจมาให้แม่หรือไม่ก็ยังไม่รู้ แต่ท่านได้ทุ่มเททั้งกายใจให้ลูกแบบสุดๆตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว 


            ถ้าเราอยากรู้ว่าแม่ลำบากอย่างไรตอนอุ้มท้อง ให้เราลองหากระเป๋าเป้ใส่หิน ดิน ทราย ให้ได้น้ำหนัก 15 กิโลกรัม แล้วสะพายหลังไว้โดยมีกติกาว่า ห้ามถอดเป้นี้ออกภายใน 24 ชั่วโมง แล้วลองคิดดูว่าถ้าเราต้องแบกเป้นี้ไว้กับตัวนานถึง 9 เดือน เราจะเข้าใจได้ว่า แม่ลำบากแค่ไหนตอนที่อุ้มท้องเราจริงๆแล้วเด็กทารกมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยทั่วไปประมาณ 2.5 กิโลกรัม บางคนตัวโตหน่อยก็หนักราวๆ 3-4 กิโลกรัม แต่ถ้าอยู่ในท้องแม่แล้วรวมน้ำคร่ำกับรก บวกกับร่างกายของแม่ที่มีการปรับตัวเพื่อเตรียมให้น้ำนมลูกด้วยแล้ว โดยเฉลี่ยแม่ท้องแก่จะมีน้ำหนักตัวมากกว่าเดิมประมาณ 10 กว่ากิโลกรัมเลยทีเดียว


            ลองคิดดูว่าถ้าจู่ๆเรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึง 10 กว่ากิโลกรัมการใช้ชีวิตใน 24 ชั่วโมงไม่ว่าจะลุก นอน นั่ง ทุกอิริยาบถล้วนไม่สะดวกไปหมด แล้วมดลูกยังไปกดกระเพาะปัสสาวะ จะปัสสาวะทีกระกะปริบกะปรอย ไหลบ้างหยุดบ้าง ทรมานมาก แต่แม่ก็ยังทุ่มเททั้งชีวิตให้กับเรา ตอนที่ลูกยังอยู่ในท้อง บางทีลูกก็ออกกำลังกายทั้งเตะ ทั้งถีบท้องแม่ แต่แทนที่แม่จะบ่นกลับดีใจว่าลูกของตนแข็งแรง พอคลอดลูกออกมาแม่ก็ต้องอุ้มเพราะลูกยังเดินไม่ได้ บางทีลูกก็ดึงผมแม่บ้างหยิกแก้มแม่บ้าง แม่เจ็บแต่ไม่เคยโกรธลูกเลย รู้สึกแต่เพียงว่าลูกของตนน่ารักและแข็งแรง


            หัวใจของคนเป็นแม่นั้นอยู่กับลูกเรียกได้ว่า ลูกเป็นทั้งแก้วตาดวงใจของแม่ เพราะฉะนั้น พระคุณของแม่ทั้งความจริงใจ ความบริสุทธิ์ใจที่แม่มีต่อลูกนั้นมากล้น ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า “ แม่เปรียบเสมือนพระอรหันต์ของลูก ” นั่นเอง

----------------------------------------------------------------------------------

หนังสือของสำนักพิมพ์ ทันโลกทันธรรม โดยพระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ
http://www.tltpress.com/

วางแผงจำหน่ายแล้วที่ร้านหนังสือ
ซีเอ็ดบุ๊คเซ็นเตอร์ , นายอินทร์ , ศูนย์หนังสือจุฬา , คิโนะคุนิยะ , บุ๊คสไมล์ ฯลฯ