
Dhamma for people
ธรรมะเพื่อประชาชน

วิสัยทัศน์นักบุญ ๑
ไม้จันทน์แม้แห้งยังไม่สิ้นกลิ่นหอม อ้อยแม้ถูกหีบยังไม่สิ้นรสหวาน บัณฑิตแม้ประสบทุกข์ย่อมไม่เลิกประพฤติธรรม ธรรมะเป็นสิ่งที่ผู้บรรลุจะพึงรู้พึงเห็นได้ด้วยตัวเอง รู้เห็นได้โดยไม่จำกัดกาลเวลา ควรน้อมเข้ามาในตนซึ่งวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน พระพุทธศาสนาไม่มีปริศนาธรรม พระพุทธองค์ทรงสอนแต่สัจธรรมความจริง ที่ทุกชีวิตล้วนต่างต้องพิสูจน์ ทรงสอนให้ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใส ทรงแสดงธรรมชัดเจนแจ่มแจ้ง เหมือนบุคคลหงายของที่ควํ่า เปิดของที่ปกปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดทำให้ผู้ปฏิบัติตามสามารถพบความสว่างในชีวิตด้วยตนเอง
มีพระพุทธพจน์ใน สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สีลวเถรคาถา ว่า
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ, กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ
ปมุขํ สพฺพธมฺมานํ, ตสฺมา สีลํ วิโสธเย
ศีลเป็นเบื้องต้น เป็นที่ตั้ง เป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดีทั้งหลาย และเป็นประธานแห่งธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้น บุคคลพึงชำระศีลให้บริสุทธิ์บริบูรณ์
มีความจริงที่ชาวโลกทั้งหลายยอมรับกันว่า สุดยอดเขาเอเวอเรสต์เป็นยอดเขาที่สูงกว่ายอดเขาใดๆ ในโลก ดวงอาทิตย์เป็นเลิศกว่าสิ่งที่เคลื่อนไปในอากาศ มหาสมุทรเป็นเลิศกว่าห้วงน้ำทั้งหลาย ดวงจันทร์เป็นเลิศกว่าหมู่ดาวทั้งมวล แต่ศีลเลิศกว่ากลิ่นหอมใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเป็นบ่อเกิดแห่งคุณความดีทั้งหลาย และเป็นประธานแห่งธรรมทั้งปวง
การอยู่ร่วมกันในสังคมจะต้องมีศีลธรรมเป็นเครื่องกำกับ เนื่องจากต้นเหตุของปัญหาทุกยุคทุกสมัย ที่ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ปัญหาอาชญากรรม การคดโกงกัน การประพฤติร่วงเกินทางเพศ การหลอกลวงกัน ปัญหายาเสพติดที่ระบาดอยู่ทั่วโลก ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ถ้าพิจารณาซ้ำไปถึงต้นเหตุแล้วก็จะพบว่า เริ่มต้นมาจากคนที่ไม่รักษาศีล ๕ เมื่อศีล ๕ บกพร่องไปทีละเล็กละน้อย กระทั่งทำผิดกันจนเป็นนิสัย ไม่รู้อะไรดีอะไรชั่ว สังคมยังมีคนเหล่านี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาของสังคม จึงมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว การรักษาศีลนั้นโดยเฉพาะศีล ๕ ถือเป็นมาตรฐานของความเป็นมนุษย์ เพราะธรรมชาติของมนุษย์แล้ว จะรักตัวกลัวตายไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตใคร เป็นการให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตของกันและกัน
มนุษย์ทุกคนอยู่เป็นสุขได้ด้วยสมบัติของตน ถ้าใครไปลักของเขามาเขาก็อยู่เป็นทุกข์ ต้องพบกับความยากลำบาก ดังนั้นจึงไม่ควรลักทรัพย์ของใคร เป็นการให้ความปลอดภัยแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น มนุษย์ทุกคนย่อมรักพี่น้องพวกพ้อง บิดามารดาย่อมรักบุตรธิดา ดังนั้นจึงไม่ควรไปมีรักฉุกละหุก หรือไปประพฤติผิดในกาม เป็นการให้ความปลอดภัยแก่ครอบครัวและคู่ครองของคนอื่น แล้วมนุษย์ทุกคนอยากได้ความจริงใจด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไม่ควรพูดเท็จ เป็นการให้ความจริงใจแก่กัน
การที่คนใดคนหนึ่งไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกามไม่พูดเท็จได้นั้น คนผู้นั้นจะต้องมีสติอย่างดีและสติจะดีได้ จะต้องไม่ดื่มสุรายาเมาหรือสิ่งเสพติดให้โทษทั้งหลาย เพราะว่าสิ่งนี้จะทำให้ขาดสติและพร้อมจะทำลายศีลทั้ง ๔ ข้อที่เหลือได้ ฉะนั้นการรักษาศีล ๕ ให้เป็นปกติจึงเป็นความดีขั้นต้น ตั้งแต่ระดับครอบครัวรวมถึงการเป็นคนดีของสังคม จนถึงระดับประเทศชาติและระดับโลกได้ นอกจากนี้การรักษาศีลเป็นปกติจนคุ้นเป็นนิสัย เหมือนกับปลาคุ้นน้ำ นกคุ้นกับท้องฟ้า ก็จะสามารถพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้นไปตามลำดับ สามารถรองรับคุณธรรมต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ดังเรื่องที่หลวงพ่อจะยกตัวอย่างให้ฟังในวันนี้นะจ๊ะ
สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จจาริกในแคว้นโกศล พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ขณะที่เสด็จดำเนินไปนั้น ก็ทอดพระเนตรเห็นป่าสาละใหญ่แห่งหนึ่ง จึงทรงแวะเสด็จเข้าไปสู่ป่าสาละนั้น ครั้นเสด็จถึงแล้วก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ ทำให้พระอานนท์เถระผู้เป็นประดุจเงาตามพระองค์เห็นเหตุนั้น จึงทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า มีเหตุอะไรเกิดขึ้นหรือพระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนอานนท์เรื่องเคยมีมาแล้วคือ ณ ประเทศนี้เป็นเมืองมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหาร มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลหน้ารื่นรมณ์ มีผู้คนไปมาหาสู่กันอยู่มากมาย
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า กัสสปะ ทรงประทัพอยู่ในพระนครแห่งนี้ ได้มีอุบาสกไม่รักษาศีลชื่อว่า ภเวสี อีกทั้งอุบาสกบริวารของเขา ๕๐๐ คนก็ไม่รักษาศีลเช่นกัน วันหนึ่งภเวสีอุบาสกคิดว่า เราเป็นหัวหน้าผู้มีอุปการะ ชักชวนอุบาสกเหล่านี้ประกอบอาชีพอย่างเดียวไม่ได้รักษาศีลเลย แม้อุบาสก ๕๐๐ เหล่านี้ก็ไม่รักษาศีลตามเราเหมือนกันหมด เราควรจะรักษาศีลเพื่อเพิ่มเติมบุญกุศล ให้เป็นที่พึ่งกับตัวเองและเป็นผู้นำที่ดีให้กับบริวาร จะได้ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระพุทธองค์
เมื่อท่านคิดแล้วก็ประกาศ ในท่ามกลางที่ประชุมว่า ต่อแต่นี้ไปขอท่านทั้งหลายจงจำเราไว้ว่า เป็นผู้รักษาศีล เมื่ออุบาสก ๕๐๐ ได้ฟังดังนั้นก็ปรึกษากันว่า หัวหน้าภเวสีมีอุปการะ ชักชวนเราทั้งหลายทำแต่สิ่งที่มีประโยชน์มาตลอด ท่านจะรักษาศีล ทำไมพวกเราจะรักษาศีลบ้างไม่ได้เล่า จึงชักชวนกันเข้าไปหาท่านอุบาสก แล้วประกาศเจตนารมณ์ของพวกตนให้อุบาสกทราบว่า ตั้งแต่นี้ไปขอท่านหัวหน้าจงจำพวกกระผมทั้ง ๕๐๐ นี้ว่า เป็นผู้รักษาศีล
ต่อมาภเวสีอุบาสกคิดว่า เราเป็นหัวหน้าเป็นต้นบุญต้นแบบ เป็นผู้นำในการสร้างความดี ศีลนี้เป็นความดีเพียงเบื้องต้น เราควรประพฤติพรหมจรรย์จะดีกว่า เมื่อคิดแล้วท่านก็ไม่รอช้า ได้เข้าไปหาอุบาสกเหล่านั้นอีก แล้วประกาศว่า ท่านทั้งหลายตั้งแต่วันนี้ไป ขอท่านทั้งหลายจงจำเราไว้ว่า เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เว้นขาดจากการบริโภคกาม พวกอุบาสก ๕๐๐ ฟังแล้วก็คิดและปรึกษากันว่า ท่านหัวหน้าภเวสีมีอุปการะมาก ชักชวนพวกเราให้ทำแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ ท่านจะประพฤติพรหมจรรย์ ฉะนั้นน่ะพวกเราก็ควรจะประพฤติพรหมจรรย์ตามท่านบ้าง จากนั้นก็ชักชวนกันเข้าไปหาภเวสีอุบาสก แล้วประกาศให้ท่านทราบว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอท่านหัวหน้าจงจำพวกกระผมทั้ง ๕๐๐ คนเหล่านี้ว่า เป็นผู้ประพฤติพรหมจรรย์ เว้นขาดจากเมถุนธรรม
อยู่ต่อมาภเวสีอุบาสกคิดว่า เราได้ชักชวนอุบาสกเหล่านี้ ให้ทำแต่สิ่งที่มีประโยชน์ เมื่อเรารักษาศีลอุบาสก ๕๐๐ นี้ก็รักษาศีลตามเรา เมื่อเราประพฤติพรหมจรรย์เว้นขาดจากเมถุนธรรม อุบาสกทั้งหมดนี้ก็ตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ตามอีก เพราะฉะนั้นเราควรปฏิบัติให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีก
ส่วนว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ให้ลูกๆ มาติดตามกันในวันต่อไปนะจ๊ะ จากเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้นำมีความสำคัญมาก ถ้านำไปถูกทางทุกชีวิตก็จะถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย ซึ่งผู้นำจะต้องกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม เหมือนในยามคับขัน ก็ต้องการผู้กล้า ในยามที่ต้องการคำปรึกษา ก็ต้องการผู้มีปัญญาโดยเฉพาะต้นบุญต้นแบบ ที่เป็นผู้นำในการสร้างบารมี ไปสู่นิพพานและที่สุดแห่งธรรมนั้น ยิ่งต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีจิตใจเด็ดเดี่ยวเข้มแข็ง รักในการทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญ สร้างบารมีกันไปเป็นทีม คอยช่วยประคับประคองเป็นกัลยาณมิตรให้แก่กันและกัน ดังนั้นผู้นำบุญจึงเป็นบุคคลที่สำคัญมาก โลกจะขาดผู้นำบุญไม่ได้ ชาวโลกกำลังรอคอยลูกทุกคนอยู่ ฉะนั้นน่ะให้ทำหน้าที่ผู้นำบุญ ยอดกัลยาณมิตร กันให้เต็มที่นะจ๊ะ แล้วก็หมั่นปฏิบัติธรรมให้เข้าถึงธรรมกันทุกๆ คน แล้วการทำหน้าที่ของเราจะได้สมบูรณ์นะจ๊ะ
พระธรรมเทศนาโดย: พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)