หลักการสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์

วันที่ 08 ตค. พ.ศ.2559

หลักการสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือใคร , ความรู้พื้นฐานทางพระพุทธศาสนา , กลุ่มวิชาความรู้ทั่วไปทางพระพุทธศาสนา , DOU , พระพุทธศาสนา , วัดพระธรรมกาย , เรียนพระพุทธศาสนา , หนังสือเรียน DOU , หลักการสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์ สุเมธดาบส

    หลักการสร้างบารมีแต่ละประเภทปรากฏอยู่ในคำกล่าวของสุเมธดาบสโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นชาติแรกที่ท่านได้รับการพยากรณ์จากพระทีปังกรพุทธเจ้าว่า จะได้ตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคตหลักการสร้างบารมีต่าง ๆ ที่สุเมธดาบสกล่าวไว้มีดังนี้

    ทานบารมี หากท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณ หม้อน้ำเต็มเปียม ใครผู้ใดผู้หนึ่งคว่ำปากลงน้ำย่อมไหลออกหมด น้ำย่อมไม่ขังอยู่ในหม้อนั้น ฉันใด ท่านเห็นยาจกไม่ว่าจะต่ำทรามสูงส่งและปานกลางจงให้ทานให้หมด เหมือนหม้อน้ำที่เขาคว่ำปากลงไว้ ฉันนั้น

     ศีลบารมี หากท่านปรารถนาเพื่อจะบรรลุพระโพธิญาณ จามรีหางคล้องติดในที่ไหนก็ตาม ปลดขนหางออกไม่ได้ก็ยอมตายในที่นั้น ฉันใด ท่านจงบำเพ็ญศีลให้บริบูรณ์ จงรักษาศีลไว้ทุกเมื่อ เหมือนจามรีรักษาขนหาง ฉันนั้น

    เนกขัมมบารมี หากท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณ บุรุษอยู่มานานในเรือนจำ ลำบากเพราะความทุกข์ มิได้ทำความยินดีให้เกิดในเรือนจำนั้น แสวงหาความพ้นออกไปอย่างเดียว ฉันใด ท่านก็ฉันนั้น จงเห็นภพเหมือนเรือนจำ เป็นผู้มุ่งหน้าออกบวชเพื่อพ้นจากภพนั้น

   ปัญญาบารมี หากท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณ ภิกษุเมื่อขออยู่ไม่เว้นตระกูลต่ำสูง และปานกลาง ย่อมได้อาหารเป็นเครื่องยังชีพ ฉันใด ท่านก็ฉันนั้น เมื่อไต่ถามชนผู้รู้อยู่ตลอดกาลทั้งปวงถึงความเป็นปัญญาบารมี จักได้บรรลุพระสัมโพธิญาณ

    วิริยบารมี หากท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณ พญาราชสีห์มฤคราช เป็นผู้มีความเพียรไม่ย่อหย่อนในการนั่ง การยืน และการเดิน ประคองใจไว้ในกาลทุกเมื่อ ฉันใด ท่านก็ฉันนั้น จงประคองความเพียรไว้ให้มั่นตลอดทุกภพ ถึงความเป็นวิริยบารมีแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

   ขันติบารมี หากท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณ ธรรมดาแผ่นดินย่อมอดกลั้นสิ่งทั้งปวง ที่เขาทิ้งลงสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง ไม่กระทำการขัดเคือง เพราะการกระทำนั้น ฉันใด ท่านก็ฉันนั้น เป็นผู้อดทนต่อการนับถือและการดูหมิ่นของคนทั้งปวง ถึงความเป็นขันติบารมีแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

    สัจจบารมี หากท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณ ธรรมดาดาวประกายพรึกเป็นดุจคันชั่ง คือเที่ยงตรงในโลก พร้อมทั้งเทวโลก ไม่ว่าในสมัย ฤดู หรือปีก็ตาม ย่อมไม่โคจรและเวียนออกนอกวิถีโคจร ฉันใดท่านก็ฉันนั้น ไม่ออกไปนอกทางสัจจะทั้งหลาย ถึงความเป็นสัจจบารมีแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

    อธิษฐานบารมี หากท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณ ภูเขาหินไม่หวั่นไหว คงตั้งอยู่ตามเดิมไม่สะเทือนเพราะลมแรงกล้า คงตั้งอยู่ในที่ของตนเอง แม้ฉันใด แม้ท่านก็ฉันนั้น จงเป็นผู้ไม่หวั่นไหวในอธิษฐานในกาลทั้งปวง ถึงความเป็นอธิษฐานบารมีแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

     เมตตาบารมี หากท่านปรารถนาเพื่อจะบรรลุพระโพธิญาณ ธรรมดาน้ำย่อมแผ่ความเย็นไปให้คนดีและคนเลวโดยเสมอกัน ชะล้างมลทินคือธุลีออกได้ ฉันใด ท่านก็ฉันนั้น จงเจริญเมตตาให้สม่ำเสมอในชนที่เกื้อกูลและไม่เกื้อกูล ท่านถึงความเป็นเมตตาบารมีแล้วจักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

     อุเบกขาบารมี หากท่านปรารถนาจะบรรลุพระโพธิญาณ ธรรมดาแผ่นดินย่อมวางเฉย ในของไม่สะอาดและของสะอาดที่คนทิ้งลง เว้นจากความโกรธและความยินดีทั้ง องนั้น ฉันใดท่านก็ฉันนั้น จงเป็นประดุจตาชั่งในสุขและทุกข์ในกาลทุกเมื่อ ถึงความเป็นอุเบกขาบารมีแล้ว จักบรรลุพระสัมโพธิญาณได้

 หลักการสร้างบารมีเหล่านี้สุเมธดาบส ได้มาจากการนั่งสมาธิระลึกชาติไปตรวจดูการสร้างบารมีของพระโพธิสัตว์ผู้ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอดีต ดังคำกล่าวของท่านที่ว่า "เรานั่งขัดสมาธิแล้วคิดอย่างนี้ว่า เราเป็นผู้มีความชำนาญในฌาน ถึงที่สุดแห่งอภิญญาในหมื่นโลกธาตุ ฤษีผู้เสมอเหมือนเราไม่มี... เราจักค้นหาพุทธการกธรรม... เมื่อเราค้นหาอยู่ ได้เห็นทานบารมีเป็นข้อที่ 1 ซึ่งเป็นทางใหญ่อันพระพุทธเจ้าทั้งหลายแต่ปางก่อนประพฤติมา จึงเตือนตนเองว่า ท่านจงยึดบารมีข้อที่ 1 นี้บำเพ็ญให้มั่นก่อนท่านจงบำเพ็ญทานบารมีเถิด ถ้าท่านปรารถนาจะบรรลุโพธิญาณ ท่านเห็นยาจกทั้งชั้นต่ำ ปานกลาง และชั้นสูงแล้ว จงให้ทานอย่าให้เหลือดังหม้อที่เขาคว่ำไว้ เปรียบเหมือนหม้อที่เต็มด้วยน้ำ ผู้ใดผู้หนึ่งจับคว่ำลงแล้ว น้ำย่อมไหลออกหมดไม่ขังอยู่ในหม้อนั้น ฉะนั้น"

    สุเมธดาบส นั่งสมาธิค้นหาพุทธการกธรรมอย่างนี้เรื่อยไปจนครบทั้ง 10 ประการ แล้วตั้งใจมั่นสร้างบารมีเรื่อยมาอีก 4 อสงไขยแสนกัป จึงได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในที่สุด จริง ๆ แล้วชาตินี้ไม่ได้เป็นชาติแรกที่ท่านเริ่มสร้างบารมีทั้ง 10 ทัศ แต่ท่านสร้างบารมีอย่างนี้มาถึง 16 อสงไขยกัปแล้ว การที่ต้องนั่งสมาธิค้นพุทธการกธรรมอีกครั้งเพราะว่า เมื่อเกิดใหม่ในแต่ละชาติก็จะลืมเรื่องราวในอดีตจนหมดจึงจำเป็นต้องระลึกชาติใหม่ทุกชาติไป


 


หนังสือ GB 101 ความรู้พื้นฐานทางพระพุทธศาสนา
กลุ่มวิชาความรู้ทั่วไปทางพระพุทธศาสนา