ดาวดึงสพิภพ (ตอนที่5)

วันที่ 09 พค. พ.ศ.2563

ดาวดึงสพิภพ (ตอนที่5)


                 เมื่อสงครามระหว่างเทพกับอสูรเสร็จสิ้น  อสูรถึงแก่ความปราชัยแล้ว เทพนคร1 ในสวรรค์ชั้นนี้ได้บังเกิดขึ้นประกอบด้วยทิพยสมบัติต่าง ๆ ปรางค์ปราสาทแล้วไปด้วยแก้วอันเป็นทิพย์ แวดล้อมพระนคร
ไปด้วยกำแพงแก้วทิพย์อีกเช่นกัน เนื่องจากเทพนครนี้มีความกว้างขวางใหญ่โตจนสุดจะประมาณ ที่กำแพงแก้วจึงมีประตูอยู่ถึง ๑,๐๐๐ ประตู และมีปราสาทยอดอันมีรัศมีเลื่อมพรรณรายสวยสดงดงามอยู่เหนือประตูทุก ๆ ประตู เมื่อประตูเหล่านั้นเปิดออกแต่ละครั้ง ย่อมปรากฏเสียงไพเราะนักหนา ในท่ามกลางพระนครนั้น มีปราสาทพิมาน มีชื่อเสียงปรากฏเลื่องลืออยู่วิมานหนึ่ง คือ ไพชยนตปราสาทพิมาน อันมีรูปทรงสูงเยี่ยมเอี่ยมอ่องไปด้วยรัศมีแก้วเจ็ดประการ มีความยาวสุดพรรณนา เป็นปราสาทที่ประทับแห่งสักกเทวราช ผู้ทรงเป็นอธิบดีมีมเหศักดิ์สูงสุด ณ สรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นี้2

 

                  ต้นปาริชาติอันสูงใหญ่ได้เกิดขึ้นแล้วในดาวดึงสพิภพ ใต้ต้นปาริชาติมีพระแท่นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ มีสีดังดอกชัยพฤกษ์ สีครั่ง และ สีบัว ยาว ๖๐ โยชน์ กว้าง ๕๐ โยชน์ หนา ๑๕ โยชน์ เป็นที่ประทับของสมเด็จพระอมรินทราธิราช เมื่อเสด็จประทับ ณ แท่นนี้ พระแท่นจะอ่อนยวบยุบลงไปถึงกึ่งพระวรกาย เมื่อเสด็จลุกขึ้นจึงจะฟูขึ้นเต็มที่ดังเดิม


                 นางสุธรรมาเมื่อสิ้นอายุแล้ว ก็ได้ขึ้นไปอุบัติบนดาวดึงส์ สวรรค์นี้เช่นกัน มีเทวสภาชื่อสุธรรมา เป็นทิพยสมบัติ นางสุนันทาก็ได้อุบัติในภพนี้ มีสระโบกขรณีชื่อสุนันทา เป็นทิพยสมบัติ แม้นางสุจิตราก็เช่นกัน สวนจิตตลดาได้เกิดขึ้นแล้วแก่นาง


                 สหายทั้ง ๓๒ ของมัฆมานพก็ได้ถือกำเนิดเป็นเทพมเหศักดิ์อยู่ในดาวดึงสพิภพนี้ ช้างพาหนะก็ได้เป็นเทพบุตรชื่อเอราวัณ เมื่อท้าวสักกะและพระสหายจะเสด็จ ณ ที่ใด เทพบุตรนี้จะจำแลงกายเป็นช้างเอราวัณ มี ๓๓ เศียร เพื่อให้เทพมเหศักดิ์ ๓๓ พระองค์เสด็จประทับเหนือตระพองทั้ง ๓๓ นั้น ในเวลาปกติจะมีสภาพเป็นเทพบุตร



             ส่วนช่างไม้ผู้สร้างศาลาที่อาศัยของมหาชนให้แก่มัฆมานพ และสหายเมื่อสิ้นอายุแล้วก็ได้กำเนิดเป็นเทพบุตร มีชื่อว่าวิศวกรรมเทพบุตร เทพแห่งการช่างแห่งดาวดึงสพิภพ ด้วยนิสัยช่างติดไปแต่ชาติมนุษย์นั่นเอง

 

              ท้าวสักกะและพระสหายกับบรรดาเทพบริวารทั้งปวง ได้เสวยทิพยสุขด้วยทิพยสมบัติต่างๆ ณ ดาวดึงสพิภพนั้น ด้วยอำนาจบุญฤทธิ์ที่ได้สร้างสมมาแต่ชาติมนุษย์นั้นเอง ด้วยเหตุที่ได้เคยเห็นความเสื่อมของทิพยสมบัติ อันเกิดแต่ความประมาทของเหล่าอสูรเทพทั้งปวงแห่งดาวดึงสพิภพ จึงได้ระมัดระวังตนมิให้มัวเมาอยู่ในความประมาท เสวยสุขกันมาโดยสันติ และมีการเวียนว่ายตายเกิดมาจนบัดนี้3

 

 

1เดิมสวรรค์ชั้นนี้เป็นที่อยู่ของเทพเหล่าหนึ่ง ซึ่งเมื่อภายหลังหลงมัวเมาด้วยน้ำคันธบานหรือเหล้าหอมทิพย์ ซึ่งผิดวิสัยเทพยดา ทิพยสมบัติต่างๆ บนสวรรค์ชั้นนี้จึงเสื่อมทรามไป เมื่อมัฆวานได้อุบัติขึ้นเป็นเจ้าสวรรค์ จึงได้กำจัดพวกเหล่านี้เสีย เหวี่ยงลงไปในมหาสมุทร พวกนี้จึงไปเป็นอสูรในอสูรพิภพที่เกิดขึ้นด้วยแรงบุญในอดีตของตน  ทิพยวิมานซึ่งเป็นของคู่บุญของพวกนี้ก็จะสูญไป เกิดทิพยวิมานใหม่ ซึ่งกว้างขวางใหญ่โตงดงามกว่าเดิม ด้วยอำนาจบุญของเทพมเหศักดิ์และเทพบุตรอื่น ๆ ที่ขึ้นมาอุบัติในเทพยนครนี้

 

2เก็บความจากพระศรีวิสุทธิโสภณ, ภูมิวิลาสินี หน้า ๓๒๑

 

3จากคณะกรรมการแผนกตำรา มหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ , พระธัมมปทัฏฐกถาแปล ภาค ๒ หน้า ๑๕๕-๑๕๘

 

 

จากหนังสือ กำเนิดพระอินทร์  โดย ศิริกุล ศุภวัฒนะ

จัดพิมพ์: ฝ่ายวิชาการ วัดพระธรรมกาย  (มกราคม ๒๕๓๒)

 Total Execution Time: 0.017770882447561 Mins