ขยายความ "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" (สำหรับนักสร้างบารมี)

วันที่ 25 เมย. พ.ศ.2564

25-4-64-2-b.jpg

ขยายความ "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" (สำหรับนักสร้างบารมี)

๑. เกริ่นความ

            ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรว่าด้วยอะไร? ทรงแสดงเมื่อไร? ทีไหน? แก่ไคร?

            ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นพระสูตรว่าด้วยอานุภาพยิ่งใหญ่แห่งพระธรรมที่

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศ

            เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทรงมาบังเกิดขึ้นเพื่อปกครองโลกพระองค์ทรงมีจักรแก้วเป็นของ

คู่บุญ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปกครองโลกให้สงบร่มเย็น จักรแก้วนั้นมีอานุภาพ ๒ ประการคือ

           (๑) ใช้เป็น "ศัตราวุธ" พระเจ้าจักรพรรดิทรงสามารถใช้จักรแก้วลอยไปกลางอากาศ เพื่อ

ไปปราบศัตรูหมู่ปัจจามิตรผู้เป็นมิจฉาทิฎฐิ ไม่ว่าจะมากมายเพียงไหน ก็ราบพนาสูญหมด ใครๆ ไม่อาจ

ทัดทานได้

 

            (๒) ใช้เป็น "ยานพาหนะ" พระเจ้าจักรพรรดิทรงสามารถใช้จักรแก้วเป็นยานพาหนะ

นำกองทัพและมหาชนจำนวนมากเหาะลอยขึ้นไปกลางอากาศ ข้ามทะเล ข้ามมหาสมุทร ข้ามโลก

ข้ามจักรวาลไปได้ดังใจปรารถนา

             ธรรมจักรที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกาศก็มีอานุภาพในทำนองเดียวกัน ๒ ประการ

แต่ยิ่งใหญ่กว่ามากมายคือ

            (๑) เป็นประดุจศัตราวุธ คือ เมื่อผูใดปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนเเล้ว ธรรมนั้นย่อม

สามารถปราบกิเลสให้หมดไปจากจิตใจได้เด็ดขาด

            (๒) เป็นประดุจยานพาหนะ คือ สามารถนำผู้ปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนนั้นให้ข้าม

วัฏสงสารไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้

             ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นพระธรรมเทศนาบทแรกที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัลในวัน

เพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘ ภายหลังจากตรัสรู้ธรรมด้วยธรรมกาย บรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็น

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ๒ เดีอน

            พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

แขวงเมืองพาราณสี โดยมีผู้ฟังเป็นนักบวช ๕ ท่าน ซึ่งเรียกรวมๆ ว่าปัญจวัคคีย์ ท่านเหล่านี้ได้แก่

(๑) โกณฑัญญะ (๒) วัปปะ (๓) ภัททิยะ (๔) มหานามะ (๕) อัสสชิ

 

๒. ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรมีความสำคัญอย่างไร

            ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นพระสูตรที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นแม่บทคำสอนใน

พระพุทธศาสนาทั้งหมด ซึ่งเมื่อพระองค์ตรัสแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เทศนาพระธรรมบทอื่นๆ อีกเลยตลอด

พระชนม์ชีพก็ตาม ก็ถือว่าได้ทรงประกาศพระศาสนาอย่างสมบูรณ์แล้ว

             ในการบริหารประเทศ แต่ละรัฐบาลจะต้องมีแม่บทการปกครองที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญ

ฉันใด ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ก็คือแม่บทคำสอนในพระพุทธศาสนาฉันนั้น

 

             พระธรรมคำสั่งสอนทั้งหลาย ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเทศน์สอนหลังจากตรัส

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรนั้น ล้วนเป็นคำขยายความธัมจักกัปปวัตตนสูตรทั้งสิ้น ทั้งนี้เพื่อให้ชาวโลกทุกเพศ

ทุกวัย ทุกชั้นวรรณะสามารถเข้าใจได้ง่ายและทั่วถึงยิ่งขึ้น

             ในทางโลก กฎหมายทุกฉบับต้องไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นแม่บทการปกครองฉันใด

พระธรรมคำสอนที่พระพุทธองค์ทรงเทศน์ตลอด ๔๕ พรรษาต่อเนื่องมาจนดับขันธปรินิพพาน รวมทั้ง

คำสอนของพระอรหันต์ทั้งหลายที่ตามมาภายหลังด้วย ก็ล้วนไม่ขัดกับธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแม้แต่น้อย

ฉันนั้น

               เพราะฉะนั้น ถ้าผู้ใดมีบารมีแก่กล้า มีสติปัญญาเฉียบแหลม สามารถเข้าใจ รู้แจ้งแทง

ตลอดในพระธรรมคำสั่งสอนที่เรียกว่าธัมมจักกัปปวัตตนสูตรนี้เเล้ว ย่อมสามารถแทงตลอดในพระธรรม

คำสั่งสอนทั้งหมดที่มีอยู่ได้โดยอัตโนมัติ เข้าทำนองที่เรียกว่า แม้รู้เพียงหนึ่งก็สามารถรู้ทั่วถึงกันหมด

 

๓. เหตุที่ทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

                   ภายหลังจากตรัสรู้ธรรมในคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖  ณ ควงไม้พระศรีมหาโพธิ์

ริมแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลพุทธคยา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพิจารณาธรรมอย่างต่อเนื่อง ทบไปทวนมา

ด้วยความอิ่มเอิบเบิกบานพระทัยอย่างยิ่ง ซึ่งเรียกกันว่า "เสวยวิมุตติสุข"

                   ลำดับนั้น พระองค์ทรงย้อนระลึกถึงสาเหตุที่ทรงออกบรรพชาจนกระทั่งได้ตรัสรู้ธรรมก็

พบว่า เป็นเพราะพระปณิธานที่ตั้งไว้ตังแต่แรกว่า จะทำที่สุดเเห่งทุกข์ ข้ามพ้นวัฎสงสารไปให้ได้ นั่นเอง

และยังทรงระลึกได้อีกว่า ในครั้งนั้นพระองค์ยังได้ทรงตั้งปณิธานไว้ว่า ถ้าพระองค์ทรงข้ามพ้นจาก

วัฏสงสารได้เมื่อใด ก็จะนำมหาชนให้ข้ามพ้นจากกวัฏสงสารด้วย เมื่อนั้น

 

                  จากนั้นทรงดำริในพระทัยว่า บัดนื้ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องทรงนำมหาชนให้ข้ามพ้นจาก

วัฏสงสารตามพระปณิธาน แล้วทรงดำริต่อไปอีกว่าพระองค์สมควรจะแสดงธรรมโปรดใครก่อน เพราะทรง

ประจักษ์ดีว่า พระธรรมที่ทรงค้นพบนี้ลุ่มลึกนักยากแก่การเข้าถึง กว่าจะได้มาพระองค์เองยังต้องทรง

ปฏิบัติธรรมชนิดเอาชีวิตเป็นเดิมพันข้ามภพข้ามชาติมาก่อนนับไม่ถ้วน จะหาใครที่บารมีแก่กล้าพอที่จะ

บรรลุธรรมตามพระองค์ได้ในทันทีที่ทรงแสดงธรรมจบหนอ?

 

                 ก็ทรงเห็นว่า อาฬารดาบสและอุทกดาบส อดีตครูเก่าของพระองค์เมื่อครั้งยังทรงแสวงหา

ธรรมใหม่ๆ เป็นผู้ที่เหมาะสม เพราะได้ฝึกสมาธิและอบรมตนมามาก แต่ทรงทราบด้วยพระญาณ

(ญาณของธรรมกาย) ว่า อดีตครูผู้บรรลุอรูปฌานสมาบัติ ได้ถึงความฉิบหายใหญ่เสียแล้วทั้ง ๒ ท่าน คือ

                ๑. อาฬารดาบสกาลามโคตร ได้สิ้นชีวิตเมื่อ ๗ วันที่แล้ว ไปบังเกิดเป็นอรูปพรหมชั้น

อากิญจัญญายตนะ เพราะบรรลุอากิญจัญญายตนฌาน ซึ่งเป็นอรูปฌานที่ ๓

              ๒. อุทกดาบสรามบุตร สิ้นชีวิตแล้วเมื่อวานนี้ ไปบังเกิดเป็นอรูปพรหมชั้นเนวสัญญานาสัญญายตนะ

เพราะบรรลุเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน ซึ่งเป็นอรูปฌานที่ ๔

              จึงทรงรำลึกถึงนักบวชชื่อโกณฑัญญะ ซึ่งเป็นผู้อบรมกาย วาจา ใจ มาดีแล้ว มีสมาธิมั่นคง

มีสติปัญญาเฉียบแหลม ได้เคยปฏิบัติรับใช้พระองค์มาก่อน เพียงแต่ว่ายังหลงเข้าใจผิดคิดว่าการทรมาน

ตนเองให้แทบตายที่เรียกว่า "อัตตกิลมถานุโยค" นั้นจะเป็นเหตุให้บรรลุธรรมได้

                แล้วทรงเห็นด้วยญาณของธรรมกายว่า ขณะนี้ท่านโกณฑัญญะและหมู่คณะรวมกัน ๕ รูป

กำลังบำเพ็ญเพียร ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน พระองค์จึงเสด็จไปโปรด ในวันเพ็ญเดือน ๘ ด้วยการแสดง

ปฐมเทศนามีชื่อว่า "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" ดังมีข้อความต่อไปนี้

 

 

 

 Total Execution Time: 0.0062047680219014 Mins