
ประเดิมเริ่มแรก
เรื่องราวของพุทธเจดีย์เชื่อกันว่า มีมาตั้งแต่สมัยพระบรมศาสดายังดำรงพระชนม์อยู่ มีหลักฐานอ้างว่าพุทธเจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นองค์แรกน่าจะเป็น “ชเวดากอง" ประเทศพม่า ในวาระที่พระพุทธองค์ทรงมอบพระเกศาธาตุจำนวน ๘ องค์ (เส้น) ให้แก่พ่อค้าสองพี่น้องนามว่าตปุสสะและภัลลิกะส่วนรูปทรงของ '‘ชเวดากอง” จะเป็นอย่างไรนั้น ยังไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัด แต่มีหลักฐานเท่าที่พบ คือ เมื่อคราวปฏิสังขรณ์ “ชเวดากอง" ได้มีผู้บันทึกไว้ว่าองค์เจดีย์มีลักษณะคล้ายทรงโอควํ่า หรือเป็นรูปทรงโดมค่อนไปทางสูงซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับพระปฐมเจดีย์ (พุทธเจดีย์ที่เชื่อกันว่าสร้างเป็นองค์แรกในประเทศไทย และมีรูปร่างตั้งเดิมเป็นทรงโอควํ่าเช่นเดียวกัน) บางคนเชื่อว่า
“ชเวดากอง’’ มีลักษณะเป็นทรงโอควํ่าเช่นนั้นจริง ๆ บางคนก็พากันคิดว่า เพราะกาลเวลาทำให้ส่วนยอดที่เคยมีอยู่หักล้มไป (คาามเชื่อหลังนี้มาจากคาามคุ้นดาของคนรุ่นหลัง ๆที่พบเห็นแต่เจดีย์ที่มียอดแหลมเท่านั้น)
หากย้อนไปดูพุทธเจดีย์โบราณในพม่าหรือลาว จะพบว่าเจดีย์เหล่านั้นล้วนมีรูปทรงค่อนมาทางทรงโอควํ่าดังเช่นเจดีย์แม่ละมูในพม่า และเจดีย์หมากโมในลาว เป็นดันต่างกันแต่เพียงพุทธเจดีย์บางองค์มีรูปทรงที่แป้นมาก คือออกไปทางกว้างมากกว่าส่วนสูง หรือพุทธเจดีย์บางองค์มีรูปทรงที่แป้นน้อย คือมีส่วนสูงมากกว่าลักหน่อย แต่ก็ยังพูดได้ว่าเป็นทรงโอควํ่า กระนั้นก็ยังไม่สามารถให้คำดอบได้แน่ชัดว่าทรงดั้งเดิมของเจดีย์จริงๆนั้นเป็นอย่างไร
ทรงดั้งเดิมขององค์เจดีย์
ก่อนอื่นต้องทําความเข้าใจกันก่อนว่า "พุทธเจดีย์” ในสมัยต่อมานั้นเป็นสถาปัตยกรรมที่ถอดเอาความเป็นนามธรรมที่แฝงไว้ มาทำให้เรามองเห็นได้ เข้าใจได้ โดยอิงจากรูปทรงของพุทธเจดีย์ในสมัยต้น ๆ มาเป็นแบบ
โดยเฉพาะวันเวลาที่พระพุทธองค์ยังดำรงพระชนม์ชีพอยู่นั้นการสร้างพุทธเจดีย์แบบดั้งเดิมน่าจะมีแนวโน้มไปในรูปทรงที่เป็นรูปธรรมมากกว่านามธรรมเพราะพระสัทธรรม(นามธรรม) ที่พระพุทธองค์ทรงสอนสมัยที่ยังทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่นั้น ยังเป็นเรื่องที่เข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายของคนในยุคนั้น
รูปธรรมหรือรูปทรงของพุทธเจดีย์มาจากไหน?
รูปทรงของพุทธเจดีย์ดั้งเดิมน่าจะมาจากพุทธเจดีย์มหาจุฬามณีที่อยู่ ณ ยอดเขาพระสุเมรุ ยอดสูงสุดของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นพุทธเจดีย์ที่ทำหน้าที่เก็บรักษาพระเกศาธาตุและพระขรรค์ของพระพุทธองค์ในวาระที่ยังทรงเป็นเจ้าชาย สิทธัตถะ ขณะตัดสินพระทัยออกบวช และได้ใช้พระขรรค์ที่พกติดตัวมา ตัดมุ่นพระเกศาออก ซึ่งในวาระนั้นท้าวสักกะเทวราช จอมเทวะแห่งดาวดึงส์ได้ลงมาอัญเชิญไปเก็บรักษาไว้ที่พระมหาจุฬามณีเจดีย์
จึงเป็นไปได้ว่า พุทธเจดีย์ในสมัยยุคต้นนั้น เกิดขึ้นในวาระที่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ซึ่งน่าจะมีลักษณะรูปทรงที่โน้มเอียงไปคล้ายกับพระมหาจุฬามณีเจดีย์ ส่วนการสร้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งพระสัทธรรมนั้นยังไม่เป็นที่ต้องการของชนยุคนั้น เพราะพระพุทธองค์ยังทรงดำรงพระชนม์อยู่ คนทั่วไปยังมีโอกาสได้ฟังพระสัทธรรมด้วยตนเองยังมีโอกาสแสดงความเคารพกราบไหว้พระองค์ และยัง ซักถามปัญหาธรรมะจากพระองค์ได้
ฉะนั้นจากหลักฐานที่ปรากฏจึงยืนยันได้ว่าการสร้างพระพุทธเจดีย์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลที่พระพุทธองค์ยังดำรงพระชนม์อยู่ ส่วนเรื่องของรูปร่างหรือรูปทรงเจดีย์นั้นยังไม่ปรากฏเด่นชัด แม้เมื่อครั้งกษัตริย์มัลละได้นำพระพุทธสรีรังคารที่เหลือจากการแจกจ่ายแก่ท้าวพระยา มหากษัตริย์ทั้งปวงมาใส่ผอบแล้วสร้างพระเจดีย์ครอบไว้ ณ ทางสามแพร่งนั้น ก็ไม่ปรากฏเด่นชัดว่าเจดีย์นั้นมีรูปทรงอย่างไร
แต่สิ่งที่เด่นชัด คือ พุทธศาสนิกชนนิยมให้มีการสร้างพุทธเจดีย์เรื่อยมา ตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน เพราะเจดีย์ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงประวัติพระสัทธรรม และร่องรอยความเป็นมาของพระพุทธศาสนาที่เจริญรุ่งเรืองมานานกว่าสองพันห้าร้อยปี