โชติกเศรษฐี

วันที่ 31 กค. พ.ศ.2568

31_7_68_41b%281%29.jpg

 

โชติกเศรษฐี

 

                    ท่านโชติกเศรษฐี เดิมท่านก็เป็นบุคคลธรรมดานี่เอง แต่ท่านมีปัญญาและมีบุญได้พบพระอริยเจ้า สมัยนั้นท่านเกิดเป็นชาวสวนชาวไร่ชาวนา หาเช้ากินค่ำกันไปด้วยความเหนื่อยยาก แต่ท่านได้มีบุญลาภได้พบกับพระปัจเจกพุทธเจ้าที่เพิ่งออกจากนิโรธสมบัติมาใหม่ๆ ท่านมีโอกาสได้ถวายน้ำอ้อยในยามที่พระปัจเจกพุทธเจ้าท่านหิว ผู้ให้กับผู้รับมีความปรารถนาตรงกัน กระแสธารแห่งบุญจากพระปัจเจกพุทธเจ้าก็แล่นจากศูนย์กลางกายของพระองค์ท่านสู่ผู้มีบุญนั้น ท่านละจากโลกนั้นไปท่องเที่ยวอยู่ ๒ ภูมิ คือในมนุษยโลกกับเทวโลก ไปเป็นชาวสวรรค์ เมื่อจุติมาสร้างบารมี ท่านได้มาเป็นมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่มีทรัพย์สมบัติมาก มีรัตนชาติ มีดวงปัญญาที่ใช้ทรัพย์เป็น เป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญ

 

                    ท่านมีบุญลาภพบพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์หนึ่ง ได้ฟังคำสอนจากพระองค์ท่าน เกิดกุศลศรัทธาอยากสร้างพระคันธกุฎี พระคันธกุฎีก็คือกุฏิพระ หรือกุฏิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทำด้วยไม้หอมส่งกลิ่นหอมอยู่ตลอดเวลา แล้วท่านก็ยังประดับประดาด้วยรัตนชาติ ได้สร้างสระน้ำใหญ่ ได้ปลูกต้นไม้ขึ้นในทิศทั้งสี่ พูดง่ายๆ ก็คือสร้างวัดนั่นเองถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น แต่มีพิเศษก็คือท่านได้ถวายรัตนชาติด้วย ท่านมีรัตนชาติมากมาย หากใครมาฟังธรรม ท่านก็แจกจ่ายรัตนชาตินั้นให้ด้วยความปลื้มอกปลื้มใจชื่นอกชื่นใจ

 

                    มีอยู่ครั้งหนึ่ง ท่านนำดวงแก้วดวงหนึ่ง เป็นดวงแก้วดวงใหญ่เท่าแตงโมทีเดียว สุกใสสว่าง ไปตั้งอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า มีความประสงค์ให้กิตติศัพท์นี้ร่ำลือไปทั่วเมือง เพื่อให้ชาวเมืองบางคนที่มีจริตอัธยาศัยนี้ ถ้ามีเครื่องดึงดูดประเภทของหยาบๆ ดวงแก้วใหญ่ๆ แบบนี้ จะได้มาดูกัน แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ชาวเมืองก็มาดูกันแต่เดิมก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาฟังธรรม แต่จะมาดูดวงแก้ว แก้วมณีอะไรช่างใหญ่โตเท่าแตงโมหายาก แล้วเป็นแก้วมณีที่สวยงามมาก เมื่อปลามาได้งูก็มาได้ คนดีมาได้ คนร้ายก็มี ในที่สุดดวงแก้วดวงนั้นก็ถูกขโมยไป ท่านเลยมาขอพรพิเศษจากพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ก็ให้พรว่า

 

                    “ท่านเศรษฐีอย่าเสียใจไปเลย สมบัตินอกกายมันก็อย่างนี้ โดนขโมยบ้าง น้ำท่วมไฟไหม้บ้าง ทำใจให้เป็นปกติเถิด แต่ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่ท่านเศรษฐีได้สร้างคันธกุฎีก็ดี ขุดสระน้ำก็ดี ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงาก็ดีแจกจ่ายรัตนชาติแก่ผู้มาฟังธรรมก็ดี หรือเอาดวงแก้วมาเป็นจุดสนใจให้คนเขามาฟังธรรมก็ดี บุญนี้จะทำให้ไปเกิดเป็นมหาเศรษฐีในภพชาติต่อไป ครั้นถึงสมัยพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์หนึ่งนามว่า พระสมณโคดมพุทธเจ้า ท่านจะไปเกิดเป็นมหาเศรษฐีที่ยิ่งใหญ่ ด้วยอานุภาพที่สร้างพระคันธกุฎี จะทำให้มีปราสาทแก้ว ๗ ชั้น มีกำแพง ๗ ชั้น ต้นไม้ในทิศทั้ง ๔ จะเป็นต้นกัลปพฤกษ์ จะมีขุมทรัพย์ที่ตักไม่พร่องเกิดขึ้นในทิศทั้ง ๔ จะอุดมไปด้วยรัตนชาติอยู่ในปราสาทนั้น โดยไม่ต้องจุดประทีปโคมไฟเลย ท่านจะเป็นที่รักที่เคารพนับถือของคนทั้งเมือง สมบัติของท่านนั้นแม้แต่ด้ายเส้นหนึ่ง เข็มเล่มหนึ่ง ก็ไม่มีใครจะขโมยไปได้ จี้ปล้นไปได้ หรือบังคับไปได้ และในที่สุดเมื่อได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ก็บรรลุมรรคผลนิพพานมีดวงแก้วมณีที่ยังความสว่างไสวให้บังเกิดขึ้น

 

                    เศรษฐีได้ฟังก็ดีใจ เมื่อละจากโลกก็ไปบังเกิดเป็นชาวสวรรค์ มีบริวารมาก มีวิมานที่ใหญ่โตทีเดียว เมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ ในสมัยพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราพระองค์นี้ เวลาเกิดก็มีแสงสว่างเกิดขึ้นทั้งเมืองเลย พระเจ้าพิมพิสารทรงตกพระทัยว่าแสงอะไรเกิดขึ้นทั้งเมือง แต่ด้วยดวงปัญญาของพระองค์ ทรงทราบว่าแสงสว่างอย่างนี้นี่ต้องเป็นผู้มีบุญมาบังเกิดขึ้น

 

                    ในที่สุดก็ทรงทราบว่ามีกุมารคนหนึ่งมาเกิดขึ้น ด้วยแสงสว่างที่เกิดขึ้นทั้งเมืองจึงได้ชื่อว่า “โชติกะ” และเมื่อถึงคราวบุญบันดาลบังเกิดขึ้นมา สมบัติดังกล่าวก็บังเกิดขึ้น มีปราสาทแก้ว อุดมไปด้วยรัตนชาติ มีขุมทรัพย์เกิดขึ้นในทิศทั้ง ๔ ตักแล้วไม่พร่อง มีต้นกัลปพฤกษ์ ๔ มุม ใครปรารถนาอะไรก็ได้ทั้งหมด สมบัติของท่านนั้น ไม่มีใครที่จะแย่งจะชิงไปได้ ท่านมีดวงแก้ววิเศษดวงหนึ่งอยู่ในปราสาท ที่ยังความสว่างไสวให้บังเกิดขึ้นทั้งปราสาทนั้น โดยไม่ต้องอาศัยประทีปเลย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้กลิ่นเหม็นเลย เพราะว่าได้ถวายคันธกุฎี กุฏิที่ทำด้วยของหอม ได้เห็นแต่สิ่งที่สวยงาม ได้ยินแต่เสียงที่ไพเราะ ได้ลิ้มรสอาหารที่ประณีต

 

                    โดยเฉพาะภรรยาของท่าน ที่มาจากอุตตรกุรุทวีป เป็นภรรยาที่สวยงามมาก ที่เขาเรียกว่านางแก้ว นางแก้วนี้มีบุญวิเศษ นางได้นำหม้อข้าววิเศษและนำหิน ๓ ก้อนติดตัวมาด้วย ข้าวของอุตตรกุรุทวีปนั้นแจกจ่ายเท่าไหร่ก็ไม่หมดสิ้น รับประทานนิดเดียวก็อิ่มได้ เพราะฉะนั้น ท่านจึงได้เห็นแต่สิ่งที่สวยงาม ได้ยินแต่เสียงที่ไพเราะ ได้ดมแต่ของหอมๆของเหม็นไม่ได้กลิ่นเลย ได้ลิ้มรสแต่อาหารดีๆ ได้สัมผัสสิ่งที่นุ่มนวล โดยเฉพาะภรรยาคือนางแก้วนั้น เวลาหน้าร้อนกายเย็น เวลาหน้าหนาวกายก็อุ่น มีถ้อยคำอันไพเราะ รูปร่างก็สวยงาม แถมยังมีรัศมีกายออกไปด้วย

 

                    พูดง่ายๆ ว่าสิ่งที่ท่านได้เห็น ได้ยิน ได้ดมกลิ่น ลิ้มรส สัมผัสถูกต้อง นึกคิดอะไรต่างๆ ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่ประณีตที่สุด ไม่เคยมีใครได้รับอย่างนี้มาก่อน แล้วสมบัติของท่านก็เป็นที่เลื่องลือไป จนกระทั่งพระราชามหากษัตริย์ต้องเสด็จมาดู พระเจ้าอชาตศัตรูเห็นแล้วเกิดอยากได้เข้าพระทัยว่าด้วยอำนาจของพระราชานั้น อะไรๆ ก็อยู่ในกำมือ แต่สิ่งนี้จะนำมาใช้กับผู้มีบุญไม่ได้เลย

 

                    พระองค์ทรงยกกองทัพมา เพื่อที่จะยึดปราสาทของท่านโชติกเศรษฐี ซึ่งในขณะนั้นท่านโชติกะอยู่วัดกำลังฟังธรรมอยู่ พอยกทัพมาแล้วเมื่อมาถึงปราสาทที่ทำด้วยแก้วก็ปรากฏภาพสะท้อนกลับ ดูประหนึ่งว่ามีกองทัพมากมายกว่านั้นคอยป้องกันปราสาทอยู่ พระเจ้าอชาตศัตรูตกพระทัยไม่กล้าที่จะไปยึดเอา ในที่สุดก็ตรัสถามหาว่า ท่านโชติกเศรษฐีอยู่ที่ไหน เมื่อทรงทราบว่ากำลังฟังธรรมอยู่ที่วัดก็เสด็จตามไป แล้วก็เล่าความเป็นจริงให้ฟังว่า ตั้งใจจะไปยึดเอาสมบัติของท่านโชติกเศรษฐี ท่านเศรษฐีก็บอกว่าอย่าว่าแต่ปราสาทเลย แม้แต่แหวนในนิ้วมือของท่านพระเจ้าอชาตศัตรูหรือใครๆ ในโลกก็ไม่อาจที่จะดึงหลุดจากนิ้วมือได้

 

                    พระเจ้าอชาตศัตรูทรงฟังแล้วก็ไม่เชื่อ เพราะพระองค์เป็นผู้ที่มีกำลังมาก แค่ประทับนั่งยองๆ ยังกระโดดไปได้สูงถึง ๔๐ ศอก ถ้ายืนแล้วกระโดดก็สูง ๘๐ ศอก ๔ ศอกก็เป็น ๑ วา วาหนึ่งก็มี ๒ เมตร คูณเอาเลยว่าสูงขึ้นไปขนาดไหน พูดง่ายๆ นั่งยองๆ กระโดดไปถึงยอดโบสถ์แต่พระองค์ก็ทรงดึงแหวนออกจากนิ้วโชติกเศรษฐีไม่ได้เลยสักอย่างนั้นท่านอนุวงหนึ่ง เพียรพยายามอยู่อย่างนั้นจนเหงื่อออกทีเดียว

 

                    ในที่สุด โชติกเศรษฐีจึงแสดงอานุภาพแห่งบุญให้ปรากฏขอให้แหวนที่อยู่ในนิ้วมือเลื่อนไปถวายพระเจ้าอชาตศัตรู แหวนนั้นประดุจมีชีวิต ได้เคลื่อนออกไปจากนิ้วของโชติกเศรษฐีอย่างง่ายดายญาตว่าแล้วก็ตกลงในพระหัตถ์ของพระเจ้าอชาตศัตรู ในที่สุดท่านเกิดความสลดใจว่า สมบัติที่มีอยู่ในโลกอย่างนี้ เมื่อมีอยู่ก็มีคนอยากได้มีอยู่ก็มีคนอยากดูถ้าไม่ให้ดูก็น้อยใจโกรธ ถ้าให้ดูแล้วก็อยากได้ ถ้าไม่ให้ก็โกรธอีก ขุ่นมัวอีกในที่สุดท่านก็เลยออกบวช แล้วได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในพระพุทธศาสนา

 

                    เพราะฉะนั้น เรื่องของบุญจึงเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ผู้ที่มีบุญมากในกาลก่อนทำบุญในสิ่งที่ใครๆ ทำได้ยาก มีใจเต็มเปี่ยมไม่เสียดายทรัพย์ ทำถูกเนื้อนาบุญ ทำกับผู้บริสุทธิ์ เวลาบุญนั้นส่งผล เราฟังแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่า ผู้มีบุญมากไม่ต้องทำมาหากินอะไรเลย แค่ตรึกระลึกนึกถึงบุญเท่านั้น สมบัตินั้นไหลมาทีเดียว เหมือนเศรษฐีในกาลก่อนแค่อาบน้ำชำระกายให้สบายใจ ไปยืนอยู่ในกลางแจ้ง นึกถึงบุญที่ตัวทำสมบัตินั้นบังเกิดขึ้นมาทีเดียว พระเจ้าจักรพรรดิผู้ปกครองโลก ถึงคราวที่บุญบันดาลมหาสมบัติจะบังเกิดขึ้นเอง ท่านอาบน้ำอาบท่าให้สบายอกสบายใจ สมาทานศีล ๘ ในขณะที่ท่านสมาทานศีล ๘ นึกถึงบุญอยู่นั้นรัตนะ ๗ มีจักรแก้ว ขุนพลแก้ว ขุนคลังแก้ว นางแก้ว ช้างแก้ว ม้าแก้วดวงแก้วกายสิทธิ์ บังเกิดขึ้นมา นำสมบัติต่างๆ มาเต็มไปหมดเลย

 

                    ท่านโชติกเศรษฐี และท่านเมณฑกเศรษฐีก็เช่นเดียวกัน เมื่อบุญส่งผลนั้น ไม่ต้องทำมาหากินเลย ถึงขีดถึงคราว ผังสำเร็จที่สั่งสมบุญมาอย่างเต็มเปี่ยมล้นปรี่แล้ว ก็ดลบันดาลดึงดูดทรัพย์ให้เกิดขึ้นมาเลย ไม่ต้องทํามาหากิน

 

                    ถ้ามีบุญน้อยลงมาหน่อยก็ต้องทำมาหากิน แต่ทำแล้วสะดวกสบายมีคนช่วยเหลือ คิดอะไรก็ทะลุปรุโปร่ง มีพวกพ้องบริวารที่ดี มีจังหวะชีวิตที่ดีๆ มีสมบัติมากบังเกิดขึ้น มีคนช่วยเหลือหมดเลย

 

                    ถ้าบุญน้อยกว่านั้นอีก ต้องทำมาหากินเอง แม้มีคนช่วยเหลือแต่ก็มีอุปสรรคเป็นครั้งเป็นคราว แต่งานนั้นก็สำเร็จเป็นมหาเศรษฐีรวมสมบัติได้

 

                    บุญน้อยกว่านั้นลงไปอีก ทำมาหากินด้วยตัวเอง ไม่มีคนช่วยแต่

ก็สําเร็จได้

 

                    ถ้าน้อยกว่านั้นลงไปอีก ต้องทำมาหากินด้วยตัวเอง แต่กว่าจะสำเร็จนั้นหืดขึ้นคอเลย มีอุปสรรคเกิดขึ้นมาก ต้องหน้านิ่วคิ้วขมวด กลางคืนเป็นควัน กลางวันเป็นไฟ อาบเหงื่อต่างน้ำแต่ก็ได้สมบัติมา

 

                    ถ้าบุญน้อยกว่านั้นอีก ทำมาหากินเกือบตายทีเดียว แต่สมบัติได้ไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วย

 

                    ถ้าน้อยกว่านั้นลงไปอีก ทำเกือบตาย สมบัติก็ไม่ค่อยจะได้

 

                    ถ้าน้อยกว่านั้นลงไปอีก ทำไม่ได้ นอกจากขอเขากิน ต้องเป็นขอทานอย่างนั้น แต่ก็ยังได้กิน ยังมีคนเมตตาให้มา

 

                    ถ้าบุญน้อยกว่านั้นอีก นอกจากขอทานเขาไม่ให้แล้ว ไปที่ไหนยังอด ไปร่วมกับคนขอทาน ที่เขาเคยขอได้ พอไปร่วมขอกับเขา ก็พลอยพาเขาอดเสียอีก

 

                    เห็นไหมว่าบุญนี่มันลดหลั่นลงมาตามลำดับ เหมือนมหาเศรษฐีสมัยก่อน ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปกับพระอานนท์ ทรงชี้ให้ดูลูกขอทานคนหนึ่ง บอกว่านี่คือเศรษฐีเก่า ชาติในอดีตไม่ทำบุญด้วยตัวเองขี้เหนียวตระหนี่แถมยังห้ามคนอื่นทำบุญเสียอีก ผู้ให้เท่านั้นจึงจะได้รับผู้ไม่ให้นอกจากไม่ได้รับแล้วยังอด แต่ไม่ให้แล้วยังหวงห้ามไม่ให้คนอื่นให้อีก นอกจากอดแล้วไปอยู่ที่ไหนอุบาทว์ก็ลง พลอยทำให้คนอื่นเขาอดไปด้วย พระอานนท์กราบทูลถามว่าแล้วจะเชื่อได้อย่างไร พระองค์ก็ทรงบอกว่า เดี๋ยวพอลูกขอทานคนนี้ไปในตระกูลเก่าที่ตัวเคยเป็นมหาเศรษฐีเดี๋ยวนี้ลูกชายยังอยู่เลย ลูกครองสมบัติพอไปถึงขอทานคนนี้ก็จำลูกชายในอดีตได้ แต่ลูกน่ะจำตัวไม่ได้เพราะมาเกิดกันคนละชาติแล้วจำกันไม่ได้ไม่ให้เข้าบ้านด้วยซ้ำไป จนกระทั่งต้องไปชี้สมบัติว่าอยู่ตรงนั้นตรงนี้ จึงเชื่อว่าเคยเป็นเศรษฐีเก่าและเป็นพ่อของตัว

 

                    สมบัตินี่เป็นของกลาง มันมีอยู่แล้วในโลก ถ้ามีบุญก็รวมสมบัติได้ ถ้าหมดบุญสมบัตินั้นก็กระจาย สมบัติของท่านโชติกเศรษฐี และเมณฑกเศรฐี หรือนายบุญเศรษฐี เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่ในโลกนี้แหละ แต่ผู้ที่มีบุญเท่าท่านนั้นยังไม่มี ถ้ามีเมื่อไหร่บุญก็ดูดเข้ามา ท่อธารแห่งบุญอยู่ในศูนย์กลางกาย ถ้าใจบริสุทธิ์ก็จะสว่างมาก ยิ่งสว่างมากเท่าไหร่ก็มีแรงดึงดูดมาก ขยายได้กว้างมาก บุญดูดเอามาทีเดียว นี่เป็นเรื่องที่มีมาแล้วในอดีต เพราะฉะนั้นที่เรามาสั่งสมบุญกันในปัจจุบันนี้ หลวงพ่ออยากให้ทุกคนเป็นแบบท่านโชติกเศรษฐี และท่านเมณฑกเศรษฐี หรือมีมากกว่านั้นได้ยิ่งดี แต่ว่ารวยแล้วจะต้องให้ใจบุญเหมือนท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีและมหาอุบาสิกาวิสาขา เอาสมบัตินั้นมาช่วยกันขยายพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไปยังชาวโลก ให้โลกเกิดสันติสุข อย่างนี้ทรัพย์นั้นจึงจะมีประโยชน์ เพราะฉะนั้นสมบัติของผู้มีบุญตอนนี้ยังอยู่ มีอยู่เต็มไปหมดเลยไม่ได้สูญหายไปไหน ไม่ได้กระเด็นไปอยู่ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวพฤหัสหรือดาวราหู ไม่ได้กระจายไปที่นั่นเลย อยู่ในโลกนี่แหละ ถ้าหากเรามีบุญแล้วเดี๋ยวสิ่งเหล่านั้นจะมาบังเกิดขึ้น เกิดขึ้นกับตัวของเรา

 

                    ลูกทุกคนเป็นผู้มีบุญ ที่ทำบุญด้วยตัวเอง และชักชวนผู้อื่นมาทำบุญ ให้เขาได้สร้างมหาธรรมกายเจดีย์ ได้สร้างมหาวิหารพระมงคลเทพมุนี ได้สร้างสภาธรรมกายสากล ดังนั้นบุญนี้จะส่งผลติดตามตัวไปทุกภพทุกชาติ กระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม สมบัติของท่านโชติกเศรษฐีอยู่ในกำมือของลูกทุกๆ คนแล้ว

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00064913034439087 Mins