การฝึก-คุณ-โทษ การมี-ไม่มีสติ ทำความดีสากล 5

วันที่ 05 สค. พ.ศ.2568

การฝึก-คุณ-โทษ การมี-ไม่มีสติ ทำความดีสากล 5

 

5 ห้องชีวิต

สถานที่ฝึกทําความดีสากลอย่างมีสติ

เนรมิตนิสัยมิตรแท้รักตนเป็น

 

ความหมาย 5 ห้องชีวิตเนรมิตนิสัยมิตรแท้รักตนเป็น

 

                             5 ห้องชีวิต ได้แก่ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องอาหาร ห้องแต่งตัว ห้องทำงาน เป็นพื้นที่ทำความดีสากล ทั้งที่บ้าน-ที่ทำงาน ไม่ว่าอยู่อาศัยหรือทำงานตรงไหน ให้ทำความสะอาด จัดระเบียบที่ตรงนั้น ร่วมกับการทำงานนั้น ๆ ขณะทำก็มีสติกำกับและช่างสังเกต ย่อมเกิดนิสัยใฝ่บุญ ใฝ่ดี เป็นมิตรแท้ผู้รักตนเป็นได้เหมือนเนรมิต

 

พื้นที่ กิจวัตร สร้างนิสัย
ห้องนอน กำจัดกิเลส 3 สวดมนต์ภาวนา ทบทวนบุญ รักบุญ อายบาป
ห้องน้ำ บรรเทาอาพาธ 6 ทำความสะอาด จัดระเบียบ พิจารณาสังขาร
ห้องครัว หมั่นฝึกไว้ อีก 4-5 คำจะอิ่มให้หยุด รู้ประมาณ
ห้องแต่งตัว ยิ่งแต่ง ยิ่งเปลือง เก็บไว้ทำบุญ ยิ่งได้ ตัดใจ ใฝ่บุญ
ห้องทํางาน เพียรเสมอ สังเกต มีสติ งานมีคุณภาพ ใฝ่สําเร็จ ใฝ่ดี

5-8-68_82b%284%29.png

 

คุณค่าและคุณสมบัติ

ห้องนอน

1. ความหมาย ห้องสำหรับพัฒนานิสัยใฝ่ธรรม กำจัดมาร
2. หน้าที่หลัก 3. ประโยชน์ใช้สอย 4. ความรู้ที่ต้องมี

5. การงานที่ต้องฝึก

จนเป็นนิสัย

2.1 ปลูกฝังสัมมาทิฏฐิ

ความเห็นชอบ 10 เข้าใจถูกว่า

1. ทานมีผลจริง

2. การสงเคราะห์มีผลจริง

3. การบูชามีผลจริง

4. กรรมดีกรรมชั่วมีผลจริง

5. โลกนี้มีที่มาจริง

6. โลกหน้ามีที่ไปจริง

7. มารดามีพระคุณจริง

8. บิดามีพระคุณจริง

9. โอปปาติกะมีจริง

10. สมณะหมดกิเลสมีจริง

2.2 ปลูกฝังสัมมาสมาธิ

ความตั้งใจมั่นชอบ ได้แก่ มีใจ

ตั้งมั่นในศูนย์กลางกายเป็นนิจ

3.1 ทางใจ

• กราบ/ไหว้พระ

• สวดมนต์ นั่งสมาธิ

- สมาทานรักษาศีล

• ทบทวนบุญ-บาป

-วางแผนทําบุญ/ทํางาน

• ตักเตือน/อบรมสั่งสอน

• เล่าธรรมะก่อนนอน

ให้รู้ ผิด-ถูก ชั่ว-ดี

บาป-บุญ คุณ โทษ

ประโยชน์ไม่ใช่ประโยชน์

เหมาะสม ไม่เหมาะสม

สุข-ทุกข์

ฉลาด-งมงาย

นรก-สวรรค์-นิพพาน

3.2 ทางกาย

• พักผ่อน

• หลับนอน

 

1. สิ่งแวดล้อม 5

2.ลักษณะห้องนอน 

3. การตกแต่ง

4. อุปกรณ์ที่ต้องมี

5. วิธีการใช้

6. การดูแลรักษา

• ห้ามนำ TV สัตว์เลี้ยง

อาหาร เครื่องดื่มเข้า

ห้องนอน

• ห้ามประดับภาพ

ไม่สมควร

• ห้ามลงโทษก่อนนอน

• ห้ามนอนดึก ตื่นสาย

7. ให้นอน-ตื่นตามเวลา

1. จัด พับ เก็บ ให้เป็นระเบียบ

2. รักษาความสะอาด

3. ซ่อมแซมอุปกรณ์

4. การตรงต่อเวลา

5. มารยาทการอยู่ร่วมกัน

6. การแสดงความเคารพ

6. ผลจากการใช้อย่างถูกวิธี ศรัทธามั่นคง ในพระพุทธเจ้า พระรัตนตรัย
7. ชื่อที่แท้จริง ห้องมหาสิริมงคล

 

 

คุณค่าและคุณสมบัติ ห้องน้ำ
1. ความหมาย ห้องสําหรับพัฒนานิสัยพิจารณาสังขาร
2. หน้าที่หลัก 3. ประโยชน์ใช้สอย 4. ความรู้ที่ต้องมี

5. การงานที่ต้องฝึก

จนเป็นนิสัย

ปลูกฝังสัมมาสังกัปปะ

ความดำริชอบ ได้แก่

1. ไม่ติดหมกมุ่นในกาม

2. ไม่คิดอาฆาตเคียดแค้น

3. ไม่คิดเบียดเบียนรังแกใคร

3.1 ทางใจ

พิจารณากายเป็นนิจ

1. ความสกปรก

ไม่งามของร่างกาย

2. ความเป็นรังของโรค

3. ความเสื่อมโทรม

4. อายุที่เหลือน้อยลง ๆ

3.2 ทางกาย

1. พิถีพิถันดูแลสุขภาพ

2. ดูแลรักษาความสะอาดร่างกายเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม

3. ขับถ่ายของเสีย

 

1. สิ่งแวดล้อม 5

2.ลักษณะห้องน้ำ 

3. การตกแต่ง

4. อุปกรณ์ที่ต้องมี

5. การดูแลรักษา

6. วิธีการใช้

7. การดูแลรักษาสุขภาพ

8. อาบนํ้าตามเวลา

1. การดูแลรักษา : จัดตารางบุญเพื่อ

• ป้องกันความมักง่าย

• ลดมานะทิฏฐิ

• ลดการดูถูก

2. การใช้น้ำอย่างประหยัด

3. การหา จัด เก็บ สํารองอุปกรณ์

4. การใช้งาน (ระมัดระวังเด็กคนชรา)

5. มารยาท ความเคารพ ความเกรงใจผู้อยู่ร่วม

6. ผลจากการใช้อย่างถูกวิธี ดูแลสุขภาพเป็น มีโรคน้อย
7. ชื่อที่แท้จริง ห้องมหาพิจารณา

 

คุณค่าและคุณสมบัติ ห้องอาหาร
1. ความหมาย ห้องสำหรับพัฒนานิสัยรู้ประมาณการบริโภค การพูด และการใช้ทรัพย์
2. หน้าที่หลัก 3. ประโยชน์ใช้สอย 4. ความรู้ที่ต้องมี

5. การงานที่ต้องฝึก

จนเป็นนิสัย

2.1 ปลูกฝังสัมมาวาจา

การพูดชอบ ได้แก่

การไม่พูดเท็จ

ไม่พูดส่อเสียด

ไม่พูดด่าหยาบ

ไม่พูดเพ้อเจ้อ

พูดแต่สิ่งดีงาม

2.2 ปลูกฝังสัมมากัมมันตะ

การกระท้าชอบ ได้แก่

ไม่ฆ่า ไม่ลักทรัพย์

ไม่ประพฤติผิดในกาม

ทําแต่สิ่งดีงาม

3.1 ทางใจ

1.รู้ประมาณในอาหาร

2. รู้ประมาณในการใช้ทรัพย์

3. รู้ประมาณในวาจา

• ให้คำปรึกษา

• ระบายความในใจ

• ติ เตือน ให้กำลังใจ

3.2 ทางกาย

1. ประกอบอาหาร

2. รับประทานอาหาร

3. เก็บอาหาร

4. ต้อนรับแขก

 

1. สิ่งแวดล้อม 5

2. ห้องอาหาร

3. ลักษณะห้องครัว

4. อุปกรณ์เครื่องใช้

5. วัตถุดิบ เครื่องปรุง

6. วิธีปรุงอาหาร

7. ถนอมอาหารเป็น

ต้องรับประทานอาหารพร้อมหน้ากันทั้งครอบครัวตามเวลา

1. การร่วมด้วยช่วยกันทำงานและการอยู่ร่วมกัน

2. การใช้คําพูดที่เหมาะสม

3. ความรู้ประมาณในการผลิตอาหาร

4. ความรู้ประมาณในการรับประทานอาหาร

5. มารยาทในการรับประทาน

อาหารและการอยู่ร่วมกัน

6. การรักษาความสะอาด

7. การจัดระเบียบสิ่งของเครื่องใช้

8. การตรงต่อเวลา

6. ผลจากการใช้อย่างถูกวิธี ไม่มีมารยา แต่เปิดเผย ซื่อตรง
7. ชื่อที่แท้จริง ห้องมหาประมาณ

 

คุณค่าและคุณสมบัติ ห้องแต่งตัว
1. ความหมาย ห้องสำหรับพัฒนานิสัยไม่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ใฝ่เพิ่มบุญ
2. หน้าที่หลัก 3. ประโยชน์ใช้สอย 4. ความรู้ที่ต้องมี

5. การงานที่ต้องฝึก

จนเป็นนิสัย

ปลูกฝังสัมมาสติ

ความระลึกชอบ ได้แก่

ฝึกให้มีสติระมัดระวัง

ไม่ประมาทเผอเรอ

มีความตื่นตัวตลอดเวลา

ไม่ปล่อยใจให้หนีเที่ยว

3.1 ทางใจ

1.ตัดใจไม่ลุ่มหลงในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข 

2.ตัดใจไม่มัวเมาในความหนุ่มสาว ความไม่มีโรคความมีอายุ

3. ตัดใจไม่ฟุ้งเฟ้อ

4. ติดใจสร้างบุญกุศลเป็นประจํา

3.2 ทางกาย

- แต่งตัว

- ปรับปรุงบุคลิกภาพ

1. สิ่งแวดล้อม 5

2.การแต่งตัวให้เหมาะสมกับกาลเทศะ

3. ใช้เครื่องแต่งตัวเพื่อ

• ป้องกันภัยจากหนาว-ร้อน

สัตว์ร้าย-มีพิษ เหลือบ

ยุง ฯลฯ

• ปกปิดกันอาย

ห้ามสอนการแต่งหน้าให้เด็กก่อนวัยอันควร

1. การเลือก ชื่อ ใช้ จัดเก็บรักษา

2. การใช้-เก็บเงิน

3. การแบ่งเงินเพื่อทำบุญ

4. การแบ่งเวลาไปสร้างบุญที่วัด

6. ผลจากการใช้อย่างถูกวิธี มีความเพียรในการสร้างกุศล
7. ชื่อที่แท้จริง ห้องมหาสติ

 

คุณค่าและคุณสมบัติ ห้องทํางาน
1. ความหมาย ห้องสำหรับพัฒนานิสัย ใฝ่ความสำเร็จ ใฝ่ความดี
2. หน้าที่หลัก 3. ประโยชน์ใช้สอย 4. ความรู้ที่ต้องมี

5. การงานทีต้องฝึก

จนเป็นนิสัย

ปลูกฝังสัมมาอาชีวะ

ความเลี้ยงชีพชอบ

เว้นจากการแสวงหา

รายได้ในทาง

ผิดศีลธรรม

ผิดกฏหมาย

ผิดจารีตประเพณี

3.1 ทางใจ

1. ใช้สติปัญญาประกอบอาชีพ

2. เพิ่มพูนบุญกุศลเป็นนิจ

3. แสวงหาความรู้ทั้งทางโลกทางธรรมเป็นนิจ

3.2 ทางกาย

ประกอบเฉพาะ

สัมมาอาชีพด้วย

วิริยะอุตสาหะ

1. สิ่งแวดล้อม 5

2. อาชีพ-ประเภทของ งานที่ทำ

3. ทําเลที่ประกอบอาชีพ

4. ลักษณะห้องทํางาน

5. การตกแต่ง

6. อุปกรณ์เครื่องใช้

7. การดูแลรักษา

8. ลักษณะคนดี-คนพาล-คนเหมาะกับงาน

 

1. การทํางานเป็นทีม

2. การใช้คำพูดที่เหมาะสม

3. การแสดงความเคารพ

4. มารยาทระหว่าง ลูกน้อง-ผู้บังคับบัญชา

5. การมีวินัย

• ความสะอาด

• ความเป็นระเบียบ

• ความสุภาพ

• การตรงต่อเวลา

6. การใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับงาน

7. การจัดเก็บอุปกรณ์

6. ผลจากการใช้อย่างถูกวิธี ความมีทรัพย์มากและความไม่มีเวรภัยใด ๆ
7. ชื่อที่แท้จริง ห้องมหาสมบัติ

 

 

5 ห้องชีวิต พื้นที่เนรมิตนิสัย“ดี-ชั่ว” “รักตน-ไม่รักตน

 

ผู้มักง่าย ทำให้ตนและสิ่งแวดล้อม 5สกปรก ไร้ระเบียบย่อมขาดสติสัมปชัญญะเป็นนิจชื่อว่า ไม่รักตน

 

ผู้สำรวม ทำให้ตนและสิ่งแวดล้อม 5สะอาด เป็นระเบียบย่อมมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ชื่อว่า รักตนเป็น

5-8-68_83b%284%29.png

 

กิจวัตรความดีสากลในห้องมหาสิริมงคล : ห้องนอน

กิจวัตร ปฏิบัติความดีสากล 5 นิสัย ที่ได้
สะอาด ระเบียบ สุภาพ ตรงเวลา สมาธิ

• สวดมนต์

ไหว้พระ

ทบทวนบุญ

นั่งสมาธิ

แผ่เมตตา

• ชำระกายให้ สะอาด

• ทิ้งพระสะอาด

• ตั้งใจปฏิบัติเพื่อ

ให้ใจผ่องใส

• วัตถุ สิ่งของ

วางเป็นหมวดหมู่

เป็นแถว

เป็นแนว

• กิริยาอาการ

นุ่มนวล

• ทําเป็น

เวลา

สม่ำเสมอ

• ตรีกระลึก

พุทธคุณ

ธรรมคุณ

สังฆคุณ

• ใจหยุด

ภายในตน

ใฝ่ธรรม

กําจัด

มาร

• นอนหลับใน

อู่ทะเลบุญ

• เครื่องนอนสะอาด

• ห้องนอนสะอาด

• ร่างกายสะอาด

• อากาศสะอาด

• หลับเพื่อเอาแรง

มาทําความ

•วัตถุ สิ่งของ

อุปกรณ์ในห้อง

จัดวาง พับ เก็บ

เป็นหมวดหมู่

เป็นแถว

เป็นแนว

• ท่านอนถูกวิธี

• กิริยาอาการ

นุ่มนวล

• กิน นอน ตื่น

อาบน้ำ

ตามเวลา

•ตื่นในสมาธิ

• หลับในสมาชิ

ตามเวลา

 

กิจวัตรความดีสากลในห้องมหาพิจารณา : ห้องน้ำ

กิจวัตร ปฏิบัติความดีสากล 5 นิสัย ที่ได้
สะอาด ระเบียบ สุภาพ ตรงเวลา สมาธิ

• อาบน้ำ

• ล้างหน้า

• แปรงฟัน

• สระผม

• ขับถ่าย

• ร่างกายสะอาด

ทุกซอกทุกมุม

• อุปกรณ์สะอาด

• เจตนาสะอาด

ชำาระความ

สกปรก

เพื่อรักษากายนี้

ไว้สร้างความดี

• วางอุปกรณ์เป็น

หมวดหมู่

เป็นแถว-แนว

• ทํากิจวัตรถูกวิธี

ตรงตาม

แบบแผน

สุขอนามัย

• หยิบ-จับ-ใช้-

วางอุปกรณ์

นุ่มนวล

คล่องแคล่ว

• อาบน้ำ ล้างหน้า

แปรงฟัน สระผม

ขับถ่าย ตามเวลา

• ทํากิจวัตรด้วย

ใจที่ผ่องใส

• พิจารณา

- ความโสโครก

- ความเป็น

ร้งของโรค

- ความ

เสื่อมโทรม

ของร่างกาย

รักการ

พิจารณา

สังขาร

 

กิจวัตรความดีสากลในห้องมหาประมาณ : ห้องครัว

กิจวัตร ปฏิบัติความดีสากล 5 นิสัย ที่ได้
สะอาด ระเบียบ สุภาพ ตรงเวลา สมาธิ
• ประกอบ-ปรุงอาหาร

• วัตถุดิบสะอาด

• อุปกรณ์สะอาด

• มีเจตนาสะอาด:

ตั้งใจทําให้ผู้กิน

แข็งแรงมีแรง

ทําความดี

• วางอุปกรณ์เป็น

หมวดหมู่ เป็น

แถว-แนว

• ประกอบ-ปรุง

ถูกวิธี ตาม

แบบแผน

โภชนาการ

• หยิบ จับ

ท่าทาง กิริยา

นุ่มนวล

คล่องแคล่ว

• ทําตามเวลา

สม่ำเสมอ

• ทําด้วยใจที่

ผ่องใส อารมณ์

ไม่ขุ่นมัว

• มีสติ

รู้ประมาณ

ในการพูด

 

 

 

 

 

รู้ประมาณ

ในการใช้

ทรัพย์

มีรายได้

เหลือ

• รับประทานอาหาร

• อุปกรณ์สะอาด

• โต๊ะ เก้าอี้ พื้นทีสะอาด

• มีเจตนาสะอาด-

ทานอาหารเพื่อ

ความแข็งแรงมี

แรงทำความดี

• อุปกรณ์จัดวางถูกวิธี

• ทานอาหารถูกวิธี

• กิริยา อาการ

ไม่มูมมาม

• มีมารยาทใน

การรับประทาน

อาหาร

• ทานอาหาร

ตามเวลา

• ใจผ่องใส

ไม่ขุ่นมัวขณะ

ทานอาหาร

 

กิจวัตรความดีสากลในห้องมหาสติ : ห้องแต่งตัว

กิจวัตร ปฏิบัติความดีสากล 5 นิสัย ที่ได้
สะอาด ระเบียบ สุภาพ ตรงเวลา สมาธิ

• ประมาณการ

เลือกซื้อ

• มีเจตนา

สะอาด คือ มี

สติในการเลือก

ชื้อ ตระหนักรู้

วัตถุประสงค์ที่แท้จริง

• เลือกซื้อ

อย่างถูกหลัก

วิชา

• ใช้ถ้อยคํา

นุ่มนวลกับ

ผู้ขาย

• ซื้อในเวลา

ที่เหมาะสม

• มีสติ

ไม่ฟุ้งเฟ้อ

เห่อเหิม

ใฝ่เพิ่มบุญ

• ใช้-เก็บ-รักษา

เครื่องนุ่งห่ม

เครื่องประดับ

• อุปกรณ์สะอาด

• เครื่องนุ่งห่ม-

ประดับ สะอาด

ไม่มีมลทิน

• มีเจตนาสะอาด-

ฝึกความสันโดษ

• จัด วาง พับ เก็บ

เป็นหมวดหมู่

เป็นแถว

เป็นแนว

• กิริยาอาการ

ในการซัก

ตาก พับ เก็บ

คล่องแคล่ว

นุ่มนวล

• ทําเป็นประจํา

ทุกวัน

• ทําด้วย

ใจผ่องใส

• มีสติ

สอนตนเองได้

ต้องแก่ เจ็บ

ตาย

 

กิจวัตรความดีสากลในห้องมหาสมบัติ : ห้องทำงาน

กิจวัตร ปฏิบัติความดีสากล 5 นิสัย ที่ได้
สะอาด ระเบียบ สุภาพ ตรงเวลา สมาธิ

• จัด เก็บ

อุปกรณ์

เอกสาร

• อุปกรณ์สะอาด

• มีเจตนาสะอาด

: ปลอดโปร่ง

โล่งใจ

• จัดวางเป็น

หมวดหมู่

เป็นแถว

เป็นแนว

หาง่าย

• กิริยาอาการ

คล่องแคล่ว

นุ่มนวล

• ทําเป็นประจํา

• ทําด้วย

ใจผ่องใสใจ

อยู่ในตัว

อารมณ์ดี

นิสัยใฝ่

ความ

สําเร็จ

ใฝ่ความดี

• ทํางานตาม

หน้าที่

• อุปกรณ์ของใช้

สะอาด

• มีเจตนาสะอาด

: ท้าตรงตาม

วัตถุประสงค์

ของงาน

• จัดวาง

เป็นหมวดหมู่

เป็นแถว เป็น

แนว หาง่าย

หยิบง่าย

•ทํางานถูกตาม

ระเบียบวิธี

ปฏิบัติ

• ทํางานด้วย

กิริยาอาการ

ที่คล่องแคล่ว

นุ่มนวล

• ทําเป็นประจํา

• ทําด้วย

ใจผ่องใส

ทําให้ถูกดี

พอดี อารมณ์ดี

 

 

การฝึกสติสัมปชัญญะ

ผ่านความดีสากล 5

 

อาสีวิโสปมสูตร พุทธพจน์เกี่ยวกับเวลา 4

 

                    ภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนอสรพิษ 4 จำพวก ซึ่งมีเดชมาก มีพิษกล้า ถ้าบุรุษอยากมีชีวิตอยู่ ไม่อยากตาย รักสุข เกลียดทุกข์ เดินมา คนทั้งหลายพึงบอกเขาอย่างนี้ว่า พ่อมหาจำเริญ

 

                    อสรพิษ 4 จําพวกนี้ ซึ่งมีเดชมาก มีพิษกล้า

                    ท่าน 

                        1. พึงปลุกให้ลุกตามเวลา

                        2. ให้อาบน้ำตามเวลา

                        3. ให้กินอาหารตามเวลา

                        4. ให้เข้าที่อยู่ตามเวลา

 

                    เวลาใดอสรพิษซึ่งมีเดชมาก มีพิษกล้า 4 จำพวกนี้ ตัวใดตัวหนึ่งก็ตามโกรธ

                    เวลานั้นท่านก็จะถึงความตาย หรือถึงทุกข์ปางตาย

                    พ่อมหาจำเริญ กิจใดที่ท่านควรทำ ท่านจงทำกิจนั้นเถิด

 

                    อาสีวิโสปมสูตร ส.สฬา. (ไทย.มจร) 18/238/236-239

 

เวลา 4

                    อาพาธ 6 บังคับให้ทุกคนต้องเป็นคนตรงต่อเวลา เพราะเมื่อถึงเวลา 4 คือ

 

                    1 เวลาตื่น

                    2 เวลาอาบน้ำ

                    3 เวลากินอาหาร

                    4 เวลาเข้านอน

 

                    หากไม่รีบปฏิบัติให้ตรงตามเวลาจนกระทั่งเป็นนิสัย วันใดธาตุดิน-น้ำ-ไฟ-ลมที่ประกอบขึ้นเป็นกายและเลือดเนื้อทนไม่ได้ มีอาการกำเริบหรือพิการ พิษของมันจะร้ายแรงยิ่งกว่าพิษงู แม้เราไม่ถึงตาย ก็ทุกข์ปางตาย และเมื่อถึงเจ็บป่วยล้มตายกันแล้ว ก็มักจะโทษแพทย์ พยาบาล เภสัชกร ว่าทำงานบกพร่อง แต่ไม่โทษตัวเองว่าดูเบาอาพาธ 6

 

องค์ประกอบการฝึกทำความดีสากลให้เป็นนิสัย

 

                    1. ต้นแบบสถานที่เหมาะสม

                    2. ต้นแบบบริหารปัจจัย 4 เหมาะสม

                    3. ต้นแบบบุคลากรเหมาะสม

                    4. ต้นแบบการฝึกเหมาะสม

                         • ฝึกจากการทำงานในชีวิตประจำวัน

                          • มีปิยวาจาในการสื่อสาร

                          • มีปฏิสัมพันธ์ สร้างสัมพันธภาพ สงบ อบอุ่น

                          • ใส่ใจให้เวลาในการฝึกฝนจนสำเร็จ

                          • มีส่วนร่วมแบ่งปันความรู้ What Why How

 

การปฏิบัติความดีสากลอย่างมีสติสัมปชัญญะด้วย 5 รู้

 

ได้กัลยาณมิตรเป็นต้นแบบ

การงานชีวิต 4

                    1. งานสุขภาพ : ร่างกายสะอาดสิ่งของ-เครื่องใช้ส่วนตัวสะอาดระเบียบ

 

                    2. งานมิตรภาพ : ที่อยู่อาศัยสิ่งของเครื่องใช้ส่วนรวมสะอาดระเบียบ นุ่งห่ม กิริยาคำพูด สุภาพ

 

                    3. งานอาชีพ : ทำงานอาชีพสุจริต ทำตรงหน้าที่ ทำตรงเวลา ทำจริง ทำดีจริง

 

                    4. งานกลั่นใจให้ผ่องใส :ฟังเทศน์ สวดมนต์ ฝึกสติ เจริญสมาธิ

                                                           

                    1. รู้ใจ ว่าอยู่นอก-ในกายรีบน้อมนำใจมาไว้ในกายกลางกาย

 

                    2. รู้ตัว ระลึกรู้ตัวสถานะตนหน้าที่การงาน เวลาชีวิต 4ทําการงานชีวิต 4 อะไรเป็นไม่เป็นประโยชน์เหมาะสมไม่เหมาะสมปลอดภัย-ไม่ปลอดภัยมักง่ายอันตราย

 

                    3. รู้สึก นึกนิมิตใส ๆ นึกถึงคำสอน ผู้รู้จริง/ครูดี กฎระเบียบนึกถึงความรู้ ความสามารถนึกสังเกตสิ่งแวดล้อม 5 นึกถึงอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในงาน

 

                    4. รู้สังเกตปฏิบัติ

                        • ทําด้วยใจที่มีสติ

                        • ทําอย่างสบาย ๆ ตามขั้นตอน

                        • ทําไปสังเกตไปปรับปรุงไป

                        • ทำทันเวลา

 

                    5. รู้ปลื้ม

                        • ทําเสร็จ เก็บงาน เก็บอุปกรณ์

                        • พิจารณาผลงาน

                            - ทำถูกให้ปลื้มทําให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป

                            - ทําผิดพลาด ต้องไม่ทําอีก

 

ทำงานชีวิต 4 อย่างมีสติสัมปชัญญะ เพื่อเป็นมิตรแท้ต่อตนและชนทั้งโลก

 

มีสติ ทําความดีสากล ผ่านงานชีวิต 4

 

                    1. ทําความดีสากลเพื่องานสุขภาพ

                         1.1 แก้ความหนาว-ร้อน ให้ไออุ่นกาย 37°C

                                • มีสตินุ่งห่มเสื้อผ้าให้ไออุ่นกายปรกติ 

                                • มีสติทําความสะอาด จัดระเบียบเสื้อผ้า

                                • มีสติทำความสะอาด จัดระเบียบที่อยู่อาศัยให้อากาศถ่ายเท

                                • มีสตินอน ตื่น-อาบน้ำ ถูกวิธีและตามเวลา

                                • มีสติยืน เดิน นั่ง ถูกวิธี ฯลฯ

                          1.2 แก้ความหิว-กระหาย

                                • มีสติประกอบ ปรุงอาหารเป็น

                                • มีสติเลือกทานอาหารมีคุณค่า รู้ประมาณทานอาหาร-ทานตามเวลา

                                • มีสติทําความสะอาด จัดระเบียบภาชนะ สถานที่ที่ใช้ทานอาหาร ฯลฯ

                          1.3 แก้ความปวดอุจจาระ ปัสสาวะ

                                • มีสติขับถ่าย

                                • มีสติใช้ห้องสุขาเป็น

                                • มีสติท่าความสะอาด จัดระเบียบห้องสุขา ฯลฯ

 

                   2. ทำความดีสากลเพื่องานมิตรภาพ

                         2.1 มีสติพูดความจริง สุภาพ ทักเป็น ลาเป็น ขอโทษเป็น ขอบคุณเป็น ให้พรเป็น

                         2.2 มีสติแต่งกาย ท่าทางสุภาพ

                         2.3 มีสติทําความสะอาด จัดระเบียบ สิ่งของเครื่องใช้ส่วนรวม ฯลฯ

 

                   3. ทำความดีสากลเพื่องานอาชีพ

                         3.1 มีสติตั้งใจศึกษาเล่าเรียน

                         3.2 มีสติทําอาชีพสุจริต เว้นอบายมุข

                         3.3 มีสติเก็บทรัพย์เป็น

                         3.4 มีสติใช้ทรัพย์สร้างบุญ สร้างเครือข่ายคนดี ฯลฯ

 

                   4. ทำความดีสากลเพื่องานกลั่นใจใส

                         4.1 สวดมนต์ เจริญสติ สมาธิ แผ่เมตตาทุกวัน

                         4.2 บวชพระ-สามเณร บวชอุบาสิกา (ศีล 8) ฯลฯ

 

ตัวอย่าง ความดีสากล มีสตินุ่งห่มเสื้อผ้า

 

                   1. รู้ใจ

                   ใจคิดดี ตรงวัตถุประสงค์นุ่งห่มไม่แข่งใคร ไม่หมกมุ่นแฟชั่น

                   รู้ตำแหน่งใจ รู้ใจอยู่กลางกาย

                   2. รู้ตัว

                   รู้ถูก รู้สถานะตน เพศ อายุ ฐานะ หน้าที่รู้สถานการณ์ เวลา สถานที่ บุคคล

                   คิดถูก จึงนุ่งห่มเหมาะสมตน-กาลเทศะ คิดหมั่นเก็บใจไว้ในกายตลอดการนุ่งห่ม

                   3. รู้นัก

                   นึกถูก นึกนิมิตใสไว้กลางกาย นึกคำสอนผู้รู้ การนุ่งห่มที่ถูกเป็นอย่างไร

                   4. รู้สังเกตปฏิบัติ

                   ปฏิบัติตามคำสอนผู้รู้

                   ใจอยู่กลางกาย สังเกตเครื่องนุ่งห่มว่าใช่ของเราหรือไม่แต่งสุภาพ ปกปิดกันอายรักษาไออุ่นที่37 องศาเซลเซียส ป้องกันแมลงไต่ตอมทำความสะอาด จัดระเบียบ สิ่งของ สถานที่

                   5. รู้ปลื้ม

                   พิจารณาการกระทำของตน

                   ทำถูกตั้งแต่ 1 ถึง 4 ให้ปลื้มทำผิดข้อใดข้อหนึ่ง รีบหยุดทำให้ถูกทันที

 

ขั้นตอนการฝึกสติด้วยตนเองเบื้องต้น

 

สติสัมปชัญญะเป็นเหตุให้ตัวเราประพฤติดีมีสุข

                   1. รู้ใจ: น้อมใจมาอยู่ในตัวหรือกลางตัวเราแล้ว 

                   2. รู้ตัว: รู้ตัวว่าขณะนี้เรากำลังจะทำกิจใด อันเป็นผลจากรู้ใจ ตามรักษาใจไว้ในตัว

                   3. รู้สึก: นึกวิธีปฏิบัติในกิจที่กำลังจะทำอย่างถูกต้อง อันเป็นผลจากรู้ใจ และรู้ตัว

                   4. รู้สังเกตปฏิบัติ: สังเกตและปฏิบัติกิจได้อย่างถูกต้องดีงาม อันเป็นผลจากรู้ใจ รู้ตัวและรู้นึก

                   5. รู้ปลื้ม: ตามระลึกถึงการกระทำของเราว่าถูกต้องดีงาม อันเป็นผลจากรู้ใจ รู้ตัว รู้นึก และรู้สังเกตปฏิบัติ

                        5.1 ถ้ายังถูกไม่ครบให้ปรับปรุงแก้ไขต่อไป

                        5.2 ถ้าถูกครบ ดีงาม ความรู้สึกยินดีจะผุดขึ้นจากภายใน เป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อใจมีสติสัมปชัญญะ

 

                   รู้ใจ น้อมใจมาอยู่ในตัวหรือกลางตัวเรา

5-8-68_84b%284%29.png

                   รู้ตัว

                        1. ใจอยู่ในตัวที่กลางกายแล้ว

                        2. เก็บใจไว้ในกายอย่างต่อเนื่อง

                        3. รู้ตัวว่ากำลังจะทำกิจใด

5-8-68_85b%284%29.png

รู้ตัวต่อเนื่องจากการรู้ใจ

 

                   รู้นึก

                        1. ใจอยู่ในตัวที่กลางกาย

                        2. เก็บใจไว้ในกายอย่างต่อเนื่อง

                        3. รู้ตัวกำลังทำกิจใด

                        4. นึกวิธีปฏิบัติในกิจที่กำลังจะทำอย่างถูกต้อง

 5-8-68_86b%284%29.png

รู้สึกต่อเนื่องจากรู้ใจ-รู้ตัว

 

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                        1. ใจอยู่ในตัวที่กลางกายตลอดเวลา

                        2. เก็บใจไว้ในกายอย่างต่อเนื่องรู้ตัวกำลังทำกิจใด

                        3. นึกวิธีปฏิบัติในกิจที่กำลังจะทำอย่างถูกต้อง

                        4. สังเกตและปฎิบัติกิจได้อย่างถูกต้องดีงาม

5-8-68_86b%284%29.png

รู้สังเกตปฏิบัติต่อเนื่องจากรู้ใจ-รู้ตัว-รู้สึก

 

 

                   รู้ปลื้ม

                        1. ใจอยู่ในตัวที่กลางกาย

                        2. เก็บใจไว้ในกายอย่างต่อเนื่อง รู้ตัวกำลังทำกิจใด

                        3. นึกวิธีปฏิบัติในกิจที่กำลังจะทำอย่างถูกต้อง

                        4. รู้สังเกตปฏิบัติกิจได้อย่างถูกต้องดีงาม

                        5. ตามระลึกถึงการกระทำของเราว่าถูกต้องดีงาม

                             5.1 ถ้ายังไม่ถูกครบให้ปรับปรุงแก้ไขต่อไป

                             5.2 ถ้าถูกครบ ดีงาม จะมีความรู้สึกยินดีผุดขึ้นจากภายใน เป็นปฏิกิริยาธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อใจมีสติสัมปชัญญะ

5-8-68_87b%284%29.png

รู้ปลื้มต่อเนื่องจากการรู้ใจ รู้ตัว-รู้สึก-รู้สังเกตปฏิบัติ

 

การฝึกสติสัมปชัญญะประจำวัน

 

                   1. เวลาตื่นนอน

                        1.1 ขณะตื่นนอน 1.2 หลังตื่นนอน

 

                   2. เวลาอาบน้ำ

                        2.1 ขณะขับถ่าย 2.2 หลังขับถ่าย 2.3 ก่อนอาบน้ำ 2.4 ขณะอาบน้ำ 2.5 หลังอาบน้ำ

 

                   3. เวลากินข้าว

                        3.1 ก่อนรับประทานอาหาร 3.2 ขณะรับประทานอาหาร 3.3 หลังรับประทานอาหาร

 

                   4. ขณะทํางาน

 

                   5. เวลาเข้านอน

                        5.1 ก่อนนอน 5.2 ขณะนอน

 

 

                   1. เวลาตื่นนอน

                   1.1 ขณะตื่นนอน

 

                   รู้ใจ

                   ก่อนลืมตาขึ้นมา ทำใจนิ่งๆ ว่างๆที่กลางกายเรา สัก 1 นาทีทำใจให้สดชื่นแจ่มใส

 

                   รู้ตัว

                   รู้ตัวว่ากำลังตื่นนอน

5-8-68_88b%284%29.png

 

                   1.2 หลังตื่นนอน

 

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                   - รู้ว่าใจเรา ก็ยังอยู่ในตัวเราแล้วเก็บที่นอนของเรา

                   - เก็บที่นอน ก็เก็บใจไปพร้อมกันเก็บไป ใจจรดกลางกายไป

 

                   รู้ปลื้ม

5-8-68_89b%284%29.png

 

                   2. เวลาอาบน้ำ

                   2.1 ขณะขับถ่าย


 

                   รู้ใจ

                   ใจอยู่ที่ไหน ?

                   ไกล-ใกล้-กลางกาย ?

 

                   รู้ตัว

                   น้อมนําใจเข้ามาไว้ในตัว

                   รู้ตัวขณะอี-ฉี่

 

                   รู้นึก

5-8-68_90b%284%29.png

 

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                   อี-ฉี่ไป ใจจรดกลางกายไป

                   สังเกตสี ลักษณะ อี-ฉี่ของเราว่าปกติดีไหม ?

 

                   2.2 หลังขับถ่าย

 

                   รู้ใจ

                   ใจอยู่ที่ไหน ?

                   ไกล-ใกล้-กลางกาย ?

 

                   รู้ตัว

                   เก็บใจ ไว้ในตัวรู้ตัวว่า ขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว

 

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                   ชำระล้างอวัยวะขับถ่าย

                   ทําความสะอาดบริเวณพื้นที่ขับถ่ายล้างไป ใจจรดกลางกายไป

 

                   รู้ปลื้ม

                   ห้องสุขาสะอาดและแห้งคนที่เข้าถัดมา รู้สึกว่าเขาใช้เป็นคนแรก

 

                   รู้ปลื้ม

5-8-68_91b%284%29.png

                   2.3 ก่อนอาบน้ำ

 

                   รู้ใจ

                   รู้ว่าใจเรา อยู่ที่ไหน ?

                   ไกลตัว ใกล้ตัว กลางตัว

5-8-68_92b%284%29.png

                   รู้ตัว

                   เก็บใจ ไว้ในตัว

                   รู้ตัวว่า กำลังไปอาบน้ำ

 

                   รู้นึก

                   ไม่หมักหมมกายให้เน่าเหม็นร่างกายเป็นรังของเชื้อโรคเพราะมีเซลล์ตายทุกวินาที

 

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                   เตรียมอุปกรณ์อาบน้ำ

                   เตรียมไป ใจจรดกลางกายไป

 

                   2.4 ขณะอาบน้ำ

                   รู้ใจ

                   ในขณะอาบนํ้า

                   ใจเราอยู่ที่ไหน ?

                   ไกล-ใกล้-กลางกาย

 

                   รู้ตัว

                   ถ้าใจอยู่ในตัว

                   ก็รู้ว่า อยู่ในตัว

                   รู้ตัวว่า กำลังอาบน้ำ

 

                   รู้นึก

5-8-68_93b%284%29.png

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                   อาบกาย ชำระใจไปพร้อมๆกันอาบไป ใจก็จรดกลางกายไป

                   อาบน้ำเพื่อชำระล้างกายให้สะอาดทุกซอกทุกส่วน

 

รู้ปลื้ม อาบน้ำ อาบใจ ไปนิพพาน

 

                   2.5 หลังอาบน้ำ

5-8-68_94b%284%29.png

                   3. เวลากินข้าว

                   3.1 ก่อนรับประทานอาหาร

                   

                   รู้ใจ

                   ใจอยู่ที่ไหน ?

                   ไกล-ใกล้-กลางกาย ?

 

                   รู้ตัว

                   นําใจกลับเข้ามา ไว้ในตัว รู้ว่าตอนนี้ เป็นเวลามื้ออาหาร มื้อนี้

 

                   กินที่ไหน

                   กินกับใคร

                   จะได้เตรียมตัว

                   ปฏิบัติตนได้ถูก

5-8-68_95b%284%29.png

                   รู้นึก

                   กินแล้ว

                   ได้สุขภาพดี

                   กินอย่างไร ?

 

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                   ล้างมือให้สะอาด

                   ล้างไป ใจก็จรดกลางกายไป

 

                   3.2 ขณะรับประทานอาหาร

 

                   รู้ใจ

                   ใจอยู่ที่ไหน ?

                   ไกล-ใกล้-กลางกาย ?

 

                   รู้ตัว

                   เก็บใจ ไว้ในตัว

                   รู้ว่าขณะนี้

                   กำลังรับประทาน

5-8-68_96b%284%29.png

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                   อีก 4-5 คำจะอิ่ม

                   ต้องหยุดเสีย

                   แล้วดื่มน้ำตามสัก 1 แก้ว

                   

                   กินไป ใจจรดกลางกายไป

                   ไม่อ้าปากกว้าง

                   ไม่เคี้ยวคำโต

                   ตะล่อมข้าวเข้ากลางจาน

                   ตักวางเรียบร้อย

 

                   รู้นึก

                   น้อมข้าวทุกคํา

                   เป็นดวงธรรมภายใน

 

                   3.3 หลังรับประทานอาหาร

                   

                   รู้ตัว

                   อิ่มพอดี

 

                   รู้นึก

                   สัมมาอะระหังใจยังอยู่ในกายกินเสร็จแล้วต้องทําอย่างไรถึงจะถูก ?

5-8-68_97b%284%29.png

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                   รักษาความสะอาดทำตามกฎระเบียบห้องอาหารนั้น

 

                   รู้ปลื้ม

                   อิ่มกาย อิ่มใจทานข้าวก็ยังได้บุญ

 

                   4. ขณะทํางาน

 

                   รู้ใจ

                   รู้ว่าใจอยู่ที่ไหน ?

                   ไกล-ใกล้-กลางกาย ?

 

                   รู้นึก

                   ทํางานอย่างไร

                   ให้สําเร็จ ?

5-8-68_98b%284%29.png

                   รู้ตัว

                   รู้ตัวว่าขณะนี้

                   กำลังทำงานอะไรอยู่

 

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                   ทํางานไป ใจจรดกลางกายไปด้วย

                   ทํางานทั้งภายนอก ภายในไปพร้อมกัน

 

รู้ปลื้ม งานหยาบสุดเฉียบ งานละเอียดสุดฉิว

 

                   4. เวลาเข้านอน

                   4.1 ก่อนนอน

 

                   รู้ใจ

                   ถามตัวเราว่า ใจอยู่ที่ไหน ?

                   ไกล-ใกล้-กลางกาย ?

 

                   รู้ตัว

                   นําใจกลับมา

                   ไว้ที่กลางกาย

                   ทํากายให้สบาย

                   ทำใจให้สงบ

 

                   รู้นึก

                   นึกทบทวนบุญ ที่ได้สั่งสมมา

                   นึกสวดมนต์ เจริญสมาธิ

                   แผ่เมตตา ให้โลกใบนี้

5-8-68_99b%284%29.png

                   รู้สังเกตปฏิบัติ

                   วางใจเบา ๆ สบาย ๆ

                   นิ่ง ๆ นุ่ม ๆ นาน ๆ

 

                   รู้ปลื้ม

                   กาย-ใจ โปร่ง โล่ง

                   เบา สบาย มีความสุขอยู่ใน

                   กลางตัวเรา

 

                   4.2 ขณะนอน

 

                   รู้ใจ รู้ตัว รู้ปลื้ม

                   หลับไป ใจก็จรดกลางกายไป

                   หลับในอู่แห่งทะเลบุญ

5-8-68_100b%284%29.png

รู้ใจว่าอยู่ที่ใด

รู้ตัวก้าลังทําสิ่งใด

รู้นีกวิธีทํา

รู้สังเกตปฏิบัติถูกต้อง

รู้ปลื้มในสิ่งที่ทำ

 

โทษของการปฏิบัติความดีสากล

อย่างขาดสติ

 

โทษของความสกปรก

                   ความสกปรก คือ ความเลอะเทอะเปรอะเปื้อน เศร้าหมอง มีมลทิน ไม่บริสุทธิ์ไม่ว่าด้านร่างกายหรือจิตใจ

 

                   ความสกปรกภายนอก คือ ความสกปรกกาย ปัจจัย 4 วัตถุสิ่งของ เครื่องใช้ และสิ่งแวดล้อม ที่เกิดจากการเผลอสติ ปล่อยปละละเลย ไม่ทำความสะอาดเป็นประจำทั้งที่รู้ว่ากายตนเองขับสิ่งสกปรกออกมาไม่หยุด ตั้งแต่น้ำลาย น้ำมูก เหงื่อ ขี้ไคล อุจจาระปัสสาวะ แม้อากาศเสีย สิ่งสกปรกจากกาย นอกจากบีบคั้นกายให้กระสับกระส่ายแล้วยังเชื้อเชิญสัตว์เล็กแมลงน้อยให้เข้ามา ไม่ว่าแมลงหวี่ มด แมลงวัน แมลงสาบ แม้กระทั่ง หนู สุนัข เพราะเป็นอาหารชั้นเลิศของพวกมัน

 

                   โทษของคนชอบสกปรก

 

                   1. เสียอารมณ์ ถึงกับฆ่าสัตว์ในบริเวณบ้านตนได้ง่าย ๆ

                   2. เสียทรัพย์ ทรัพย์มักเก่าง่าย ชำรุดง่าย หายง่าย

                   3. เสียสุขภาพ เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย

                   4. เสียนิสัยอีกมากชนิดได้ง่าย

5-8-68_101b%284%29.png

                   ผู้ขาดสติทิ้งบ้าน-ของใช้ให้สกปรก มักอ้างว่าสัตว์แมลงรบกวนตนแล้วสาละวนฆ่าสัตว์นั้นฉันใด คนพาลใจสกปรก แม้ตนเองทำผิด ทำชั่วนอกจากไม่คิดแก้ไขตัวเอง กลับหลงโทษว่าผู้อื่นทำ โลกจึงบอบช้ำ เพราะความสกปรกใจของผู้ขาดสติอย่างหนักฉันนั้น

 

                   ผู้ขาดสติทิ้งบ้าน-ของใช้

                   ให้สกปรก มักอ้างว่า

                   สัตว์แมลงรบกวนตน


5-8-68_102b%284%29.png

                   ไม่คิดแก้ไขตัวเอง

                   กลับหลงโทษว่าผู้อื่นทำ

                   จึงไร้เมตตา ฆ่าสัตว์

 

โทษของความไม่เป็นระเบียบ

                   ความไม่เป็นระเบียบ คือ การกระทำทางกาย วาจา ใจ อย่างไม่ถูกทิศ ไม่ถูกทางไม่ถูกสถานที่ ไม่ถูกลำดับ ไม่ถูกแบบแผน ที่กำหนดไว้เป็นแนวปฏิบัติ เนื่องจากเผลอสติแม้สิ่งที่ได้ทำความสะอาดแล้วอย่างดี ก็กลับสกปรกอีก

 

                   เช่น

                        • เลิกเล่นของเล่นแล้วไม่เก็บไว้ที่เดิม

                        • ตื่นแล้วไม่เก็บที่นอน

                        • ล้างทำความสะอาดถ้วย จาน ชาม ช้อนแล้ว ไม่ซ้อน ไม่เรียง ไม่เก็บให้เป็น หมวดหมู่ตามขนาดเล็ก-ใหญ่ ใช้ก่อน-หลัง ใช้ถี่บ่อย-นาน ๆ ใช้

                        • การไม่จัดวาง ไม่เก็บรองเท้า-โต๊ะ-เก้าอี้เข้าที่เข้าทางหลังใช้งาน

                        • การไม่ตาก ไม่เก็บ ไม่รีด ไม่พับ ไม่แขวนเสื้อผ้าที่ซักแล้ว

                        • การไม่ติด ไม่หวีผม ไม่โกนหนวดเคราให้เป็นระเบียบ

5-8-68_103b%284%29.png

การไม่จัดระเบียบสิ่งของเครื่องใช้ เป็นกรรมชั่วเบื้องต้น เพราะทำให้เสียวินัยเสียบุคลิก เสียนิสัย เสียทรัพย์ มีโทษมาก คือ

 

                   1. ทำให้ทรัพย์ สิ่งของสกปรก-เก่า-ชำรุด-เสื่อมค่า ได้ง่าย

                   2. ทำให้สิ่งของเครื่องใช้หยิบ ไม่ง่าย หายไม่รู้ ดูไม่งาม

                   3. ทำให้ไม่รู้ประมาณ-ผลาญทรัพย์ตนเองโดยไม่รู้ตัว

                   4. ทำให้เกิดการเอาเปรียบ คดโกง ลักขโมยได้ง่าย

                   5. ทำให้หมดความไว้วางใจตน ไม่เชื่อมั่นในตน ไม่เห็นคุณค่าของตน

 

หมดความคิดพัฒนาตนให้พ้นทุกข์

5-8-68_105b%284%29.png

 

โทษของความไม่สุภาพ

                   ความไม่สุภาพ คือ ความขาดสติมาก ถึงกับไม่สามารถควบคุมตนเองต่อหน้าผู้อื่นทำให้แสดงกิริยา ท่าทาง คำพูด แม้การนุ่งห่ม ไม่เป็นระเบียบ ไม่เหมาะสม จึงแสดงอาการแข็งกระด้างหยาบคาย ใจแคบ น่ารังเกียจ ขณะกระทบอารมณ์ต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่เรื่องนั้นๆ เป็นเรื่องปกติธรรมดา เช่น

 

                   - ไม่สุภาพเพราะมักมาก การออกปากขอของเขาร่ำไป แย่งชิงการใช้ของกลางฉกฉวยเอาของแจกมากเกินส่วน แกล้งนิ่งนอนใจให้เขาออกทรัพย์แทน ฯลฯ

 

                   - ไม่สุภาพเพราะมักโกรธ การพูดประชด พูดคำหยาบ พูดกระโชกโฮกฮากเดินลงส้น กระทืบเท้า ปิดประตูใส่หน้า ทำท่ากระฟัดกระเฟียด ขว้างปาทุบสิ่งของ แกล้งโชว์อวัยวะเพศ ฯลฯ

 

                   - ไม่สุภาพเพราะมักหลง การยืน-เดิน-นั่ง-นอนไม่สำรวม การแต่งกายรัดรูป-ชะเวิกชะวาก-ผิดกาลเทศะ การพูดจายั่วยวนชวนให้คิดฟุ้งซ่านแม้เรื่องเพศ ฯลฯ

 

                   ความไม่สุภาพจัดเป็นกรรมชั่วเบื้องต้น เพราะแสดงถึงความล้มเหลวในการจัดระเบียบความคิด แยกผิด-ถูก ดี-เลวในเรื่องคำพูด ความประพฤติ กิริยามารยาทไม่ออกจึงมีโทษมาก คือ

 

                   1. ทำให้ตนเองเสียความน่ารัก น่าเชื่อถือ

                   2. ทำให้กระทบกระทั่งได้ง่าย

                   3. ทําให้แตกความสามัคคี

                   4. ทำให้เสียทรัพย์ เสียโอกาส เสียนิสัย

                   5. ทำให้เสียศีล ถึงกับประพฤติผิดในกามได้ง่าย

 

                   การขาดสติต่อเนื่อง ถึงกับแสดงความไม่สุภาพบ่อย ๆ ทำให้ใจยิ่งหยาบ ยิ่งแคบ ยิ่งสกปรก และยิ่งเพาะบ่มนิสัยเสียต่าง ๆ เช่น

5-8-68_106b%284%29.png

                   ผู้ไม่สุภาพ นอกจากไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเอง จะส่งผลต่อการบริหารเวลาชีวิตของตน อาจกลายเป็นคนไม่ตรงต่อเวลาอีกด้วย

 

โทษของการไม่ตรงต่อเวลา

                   การไม่ตรงต่อเวลา คือ ความล้มเหลวในการบริหารเวลาชีวิต 4 เพื่อบรรเทาแก้ไขปัญหาชีวิต 4 ของตนเอง ซึ่งใครจะประพฤติปฏิบัติแทนก็ไม่ได้ ได้แก่

 

                   1. การบรรเทาปัญหาสุขภาพ

                   2. การแก้ปัญหาสังคม 

                   3. การแก้ปัญหาอาชีพ

                   4. การแก้ปัญหาจิตใจ

5-8-68_107b%284%29.png

ความล้มเหลวในการบริหารเวลา

                   1. ความไม่เข้าใจปัญหาชีวิต 4 และวิธีการแก้ไขปัญหานั้น ๆ อย่างเหมาะสม

                   2. การจัดลำดับความสำคัญ ความเร่งด่วน และการใช้เวลาในการปฏิบัติแต่ละภารกิจยังไม่เหมาะสม

                   3. การขาดสติสัมปชัญญะ ขณะปฏิบัติภารกิจนั้น ๆ 

 

                   ความบกพร่องในการบริหารงาน บริหารเวลา เพื่อการกำจัดปัญหาชีวิต 4 แต่ละประการ ล้วนเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ใหญ่นานาชนิดแก่ชาวโลกตลอดมา เช่น

 

                   - การไม่ตรงเวลาในเรื่องการกิน นอน ตื่น ขับถ่าย อาบน้ำ แปรงฟัน ฯลฯ เป็นการเพิ่มปัญหาสุขภาพ

 

                   - การผิดนัดกับสมาชิก การไม่ให้การศึกษาบุตรในวัยเรียน การไม่ดูแลพ่อแม่ผู้ชราการส่งเสียงดังยามค่ำคืน ฯลฯ เป็นการเพิ่มปัญหาให้สังคม

 

                   - การทํางานไม่เสร็จตามกําหนด การส่งสินค้า การชำระเงินล่าช้า การไปทํางานสายการเลิกงานก่อนเวลา ฯลฯ เป็นการเพิ่มปัญหาอาชีพ

 

                   - การถือฤกษ์ยาม การไม่สวดมนต์-ไหว้พระ-เจริญสมาธิ-แผ่เมตตาก่อนนอน การไม่สมาทานศีลก่อนออกจากบ้าน ไม่รักษาอุโบสถศีลในวันพระ ฯลฯ เป็นการเพิ่มปัญหาจิตใจ

 

                   การขาดสติไม่ปฏิบัติภารกิจเพื่อป้องกันกำจัดปัญหาประจำชีวิต 4 ให้ครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ ตรงตามเวลา จัดเป็นกรรมชั่วเบื้องต้น เพราะเป็นเหตุให้ขาดความมีสัจจะและความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเองและส่วนรวม สำคัญที่สุดคือ เป็นเหตุให้พูดเท็จและนิสัยเสียต่าง ๆ เช่น

5-8-68_108b%284%29.png

โทษของการไม่เจริญสมาธิ

                   การไม่เจริญสมาธิ คือ การไม่ฝึกใจให้ตั้งมั่นภายในตัวสมแก่เพศ วัย ภาวะปล่อยใจให้หนีเที่ยวออกนอกกาย ไปคิดชอบ ชัง หลงใหล หวั่นไหวต่อรูป-เสียง-กลิ่น-รส-สัมผัส-ธรรมารมณ์ ที่มากระทบ จัดเป็นผลร้ายอย่างยิ่ง เพราะ

 

                   1. ทำให้ขาดสติ คิดฟุ้งซ่านไร้ทิศทาง ไม่สามารถรวมกำลังกาย กำลังใจ และกำลังความรู้ที่แม้มีมากมาใช้งานได้ จึงไม่ต่างกับวัวควายแรงดีที่ยังไม่ได้ฝึก

 

                   2. ทำให้ขาดสติ ไม่มีเหตุผล ไม่สามารถคิดเจาะลึกสืบเหตุหาผล ทำให้คิด-พูด-ทำเหินห่างจากความดี แม้โตเป็นผู้ใหญ่ก็คิดเอาแต่ใจเช่นเด็ก การไม่ควบคุมใจให้เป็นสมาธิจึงจัดเป็นกรรมชั่วเบื้องต้น

 

 

พฤติกรรมแสดงความเป็นผู้ไม่มีสมาธิหรือสมาธิสั้น

 

                   - ยามป่วยไข้ วิ่งไปพึ่งหมอผี ไม่ไปพึ่งแพทย์

                   - ยามเป็นทุกข์ใจ วิ่งไปพึ่งคนทรง หมอดู ไม่ไปพึ่งพระ

                   - ยามจน วิ่งไปแทงหวย เข้าบ่อน ไม่พัฒนาฝีมือ

                   - ยามรวย บินไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่ไปทำบุญไว้เป็นที่พึ่ง

                   - ยามเป็นสุข วิ่งไปเข้าบาร์ คาราโอเกะ ไม่ฟังธรรม

                   - ก่อนนอนไม่สวดมนต์ ไม่ทำสมาธิให้ใจตั้งมั่น ขาดสติ ไม่นึกถึงพระคุณพ่อแม่ ครูอาจารย์ บรรพบุรุษผู้เหนื่อยยากสร้างประเทศ คุณพระรัตนตรัย คิดถึงแต่แหล่งเที่ยว-ร้อง-เล่น-เต้น-รำ-โชว์อบายมุข ฯลฯ ให้ใจฟุ้งซ่าน

 

สภาพเคว้งคว้างของผู้ไม่มีสมาธิ

 

                   ยามทุกข์ย่อมว้าเหว่ เพราะขาดที่พึ่ง ไม่เห็นโทษตนเอง

                   ยามสุขย่อมหลงระเริง เพราะขาดที่ระลึก ลืมผู้มีพระคุณ

                   ยามว่างย่อมเลื่อนลอย เพราะขาดเป้าหมายชีวิต

5-8-68_109b%284%29.png

 

การไม่ทำความดีสากล ต้นเหตุทำลายศีล 5

5-8-68_110b%284%29.pngผู้ขาดสติ ไม่ปฏิบัติความดีสากล ย่อมเป็นมิตรเทียม

5-8-68_111b%284%29.png

ลักษณะมิตรเทียม 4 ประเภท

                   1. นิสัยมิตรปอกลอก

                        1.1 คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว

                        1.2 เสียให้น้อยคิดเอาให้มาก

                        1.3 ตนมีภัยจึงช่วยทำกิจเพื่อน

                        1.4 คบเพราะเห็นประโยชน์

 

                   2. นิสัยมิตรดีแต่พูด

                        2.1 อ้างเรื่องที่แล้วมาปราศรัย

                        2.2 อ้างเรื่องยังไม่เกิดมาปราศรัย

                        2.3 สงเคราะห์ด้วยสิ่งไร้ประโยชน์

                        2.4 ขอความช่วยเหลือก็ปฏิเสธ

     

                   3. นิสัยมิตรหัวประจบ

                        3.1 จะทำชั่วก็คล้อยตาม

                        3.2 จะทําดีก็คล้อยตาม

                        3.3 ต่อหน้าก็สรรเสริญ

                        3.4 ลับหลังก็นินทา

 

                   4. นิสัยมิตรชวนฉิบหาย

                        4.1 ชักชวนดื่มน้ำเมา

                        4.2 ชักชวนเที่ยวกลางคืน

                        4.3 ชักชวนให้จมกับสิ่งไร้สาระ

                        4.4 ชักชวนให้เล่นการพนัน

5-8-68_112b%284%29.png

โทษการให้ผู้อื่นทำความสะอาดแทนตน

5-8-68_113b%284%29.png

บุคคล

ผู้ไม่รักษาความสะอาด

ไร้ระเบียบ

ไม่สุภาพ

ไม่ตรงเวลา

ไม่ปฏิบัติธรรม

ย่อมเป็นมิตรเทียมต่อตนเอง

ย่อมเบียดเบียนตนเอง

 

คุณของการปฏิบัติความดีสากล อย่างมีสติ

 

อานุภาพมีสติทำความดีสากล 5

 

                   ตนเองปฏิบัติ สะอาด ระเบียบสุภาพ ตรงเวลา เจริญสมาธิ

                   1. แยกผิด-ชอบ ชั่ว-ดี ได้ด้วยตนเอง

                   2.สิ่งของรอบข้างสะอาด เป็นระเบียบ

                   3. ทำให้บุคคลรอบข้างสะอาด เป็นระเบียบสุภาพ ตรงเวลามีสมาธิมั่นตามมาโดยง่าย

                   4.ธรรมชาติแวดล้อมสะอาด

 

มีสติทำความดีสากล 5 กับผลทางใจ

5-8-68_114b%284%29.png

ผู้มีสติปฏิบัติความดีสากล ย่อมเป็นมิตรแท้ต่อตนเอง

5-8-68_115b%284%29.png

คุณ การมีสติปฏิบัติความดีสากลด้วยตนเอง

5-8-68_116b%284%29.png

มิตรแท้ 4 ผลความดีสากล

 

                   1. นิสัยมิตรมีอุปการะ

                        1.1 เพื่อนประมาทรักษาเพื่อนได้ 

                        1.2 เพื่อนประมาทรักษาทรัพย์ให้

                        1.3 เป็นที่พึ่งได้ ยามเพื่อนมีภัย

                        1.4 ออกทรัพย์ให้เกินกว่าเพื่อนขอ

 

                   2. นิสัยมิตรร่วมทุกข์ร่วมสุข

                        2.1 บอกความลับตนแก่เพื่อน

                        2.2 ปิดความลับของเพื่อน

                        2.3 เพื่อนมีภัยไม่ละทิ้ง

                        2.4 แม้ชีวิตก็สละให้เพื่อนได้

 

                   3. นิสัยมิตรแนะประโยชน์

                        3.1 ห้ามเพื่อนมิให้ทำความชั่ว

                        3.2 แนะเพื่อนให้ตั้งอยู่ในความดี

                        3.3 ให้เพื่อนฟังสิ่งไม่เคยฟังเคยรู้

                        3.4 บอกทางสุข ทางสวรรค์ให้

 

                   4. นิสัยมิตรมีความรักใคร่

                        4.1 เพื่อนทุกข์ก็ทุกข์ด้วย

                        4.2 เพื่อนสุขก็ยินดีด้วย

                        4.3 ช่วยแก้แทนเมื่อเพื่อนถูกติ

                        4.4 รับรองผู้สรรเสริญเพื่อน

 

มีสติทำความดีสากล ต้นทางศีล 5

5-8-68_117b%284%29.png

ความดีสากลส่งเสริมการรักษาศีล 5

                   มีสติทำความดีสากล ย่อมส่งเสริมผู้ที่ปฏิบัติด้วยความรอบคอบ สม่ำเสมอกระทั่งเป็นนิสัย ให้ปราศจากเวรภัยทั้ง 5 คือ สามารถรักษาศีล 5 ได้เป็นนิจโดยส่งเสริมให้

 

                   1. มีจิตเมตตา กรุณา รังเกียจการฆ่าสัตว์

                   2. รักการประกอบสัมมาอาชีวะ รังเกียจการลักทรัพย์

                   3. มีความสำรวมในกามความก้าวร้าวรุนแรงรังเกียจการประพฤติล่วงละเมิดทางเพศ และ

                   4. มีความซื่อสัตย์ รังเกียจการพูดเท็จ

                   5. มีสติสัมปชัญญะ รังเกียจการดื่มสุราเมรัย และการเสพสิ่งเสพติด

 

มีสติทำความดีสากล 5 ต้นทางกุศลกรรมบถ 10

 

                   ความสะอาดกาย

                   บุคคลเว้นขาดจาก 1. การฆ่าสัตว์ 2. การลักฉ้อโกง 3. การประพฤติผิดในกาม

 

                   ความสะอาดวาจา

                   บุคคลเว้นขาดจาก 1. การพูดเท็จ 2. การพูดส่อเสียด 3. การพูดคำหยาบ 4. การพูดเพ้อเจ้อ

 

                   ความสะอาดใจ

                   บุคคล

                   1. ไม่เป็นผู้โลภมาก อยากได้ของเขา อนภิชฌา

                   2. ไม่เป็นผู้มีจิตพยาบาท ปองร้ายเขา อพยาบาท

                   3. เป็นสัมมาทิฏฐิ เห็นชอบตามคลองธรรม

 

เบญจศีล-เบญจธรรม

ศีลธรรมระดับต้น

ผู้ปฏิบัติชื่อว่า กำลังทำกุศลกรรมระดับต้น ย่อมทำให้มีกุศลจิตระดับต้น

 

                   เบญจศีล กุศลกรรมระดับต้น

                   1. ไม่ฆ่าสัตว์

                   2. ไม่ลักทรัพย์

                   3. ไม่ประพฤติผิดในกาม

                   4. ไม่พูดเท็จ

                   5. ไม่ดื่มน้ำเมา

 

                   เมื่อน้ำไม่ขุ่นมัว ใสบริสุทธิ์บุคคลย่อมแลเห็นหอยกาบ หอยโข่งกรวด ทรายและฝูงปลาฉันใด

 

                   เบญจธรรม ผลการปฏิบัติเบญจศีลทำให้เกิดกุศลจิตระดับต้น

                   1. มีเมตตากรุณา

                   2. มีสัมมาอาชีวะ

                   3. มีความสำรวมในกาม

                   4. มีความซื่อสัตย์

                   5. มีสติสัมปชัญญะ

 

                   เมื่อจิตไม่ขุ่นมัวบุคคลก็ย่อมเห็นประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นฉันนั้น

 

คุณการทำความสะอาดร่างกาย วัตถุสิ่งของ เครื่องใช้เป็นด้วยตนเอง

5-8-68_118b%284%29.png

ผลการมีสติทําความดีสากลเป็นประจำ

 

                   1 มีศรัทธา ผิด-ถูก ชั่ว-ดี บุญ-บาป แยกออก

                   2 มีโรคน้อย รักษาสุขภาพเป็น

                   3 ไม่ขี้โม้ ไม่มีมารยา ทํางานบ้านเป็น บริการเพื่อนบ้านได้

                   4 ปรารภความเพียร ขยันค้นคว้า ขยันงานอาชีพ

                   5 มีปัญญา กล้าสู้อุปสรรค กล้าหักดิบแก้ไข

 

5-8-68_119b%284%29.png

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.011578166484833 Mins