การบำเพ็ญบารมีเพื่อเป็นแพทย์ประจำพระองค์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของหมอชีวกโกมารภัจจ์

หมอชีวกโกมารภัจจ์ เป็นหมอผู้ยิ่งใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยพุทธกาล เพราะท่านมีความรู้แตกฉานในเวชศาสตร์คือตำรารักษาโรค และมีความสามารถยอดเยี่ยมในเวชกรรมคือการรักษาโรค มีสติปัญญาฉลาดรอบรู้อย่างลึกซึ้งกว้างขวาง ใช้ความรู้ความสามารถที่มีเยียวยาบำบัดโรคนานาชนิดแก่ผู้ป่วยด้วยโรคนั้น ๆให้หายจากโรคด้วยวิธีที่แยบคาย และน่าอัศจรรย์คล้ายเป็น “หมอ เทวดา”
หมอชีวกโกมารภัจจ์สำเร็จวิชาแพทย์จากสำนักของอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในเมืองตักกสิลา ตั้งแต่อายุยังน้อย ได้รับความเจริญอย่างสูงสุดในอาชีพ คือ ในราชการได้รับหน้าที่เป็น “หมอหลวง” ประจำราชสำนักของพระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์แห่งแคว้นมคธ ในพระพุทธศาสนาได้รับหน้าที่เป็น “แพทย์ประจำพระองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า” และเป็นหมอรักษาโรคแก่พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นบุญลาภอันประเสริฐสุด ไม่มีผู้ใดในแผ่นดินที่จะโชคดี หรือมีวาสนาจะได้เป็นดังเช่นหมอชีวกโกมารภัจจ์ผู้นี้
ในหนังสือพระไตรปิฎก ได้กล่าวถึงประวัติการบำเพ็ญบารมีเพื่อเป็นแพทย์ประจำพระองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของหมอชีวกโกมารภัจจ์ไว้ดังนี้
"จากหนังสือประวัติหมอชีวกโกมารภัจจ์ และเรื่องที่เกี่ยวกับเจ้าชายอภัย คณะสงฆ์วัดจักรวรรดิราชาวาสพิมพ์แจกเป็นที่ระลึกในงานพระราชทานเพลิงศพเจ้าพระยาอภัยราชามหายุติธรรมธร พ.ศ. ๒๔๘๑"
“เหนือแสนกัปป์นับแต่ภัททกัปป์นีขึ้นไป เธอได้เห็นแพทย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในท่ามกลางบริษัท ๔ ซึ่งเป็นพุทธอุปัฏฐากของพระผู้มีพระภาคปทุมุตตรพุทธเจ้า จึงใคร่จะได้รับตำแหน่งนั้นบ้างจึงได้ถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข เป็นเวลา ๗ วัน แล้วถวายบังคม และทำความปรารถนา ขอเป็นอุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าในอนาคตกาลภายภาคเบื้องหน้า ดุจแพทย์คนโน้นที่เป็นอุปัฏฐากของพระปทุมุตตรพุทธเจ้า”
ด้วยการตั้งความปรารถนาเช่นนี้ ต่อเบื้องพระพักตร์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังจากถวายมหาทานและพุทธองค์ทรงอนุโมทนาจึงเท่ากับทรงประทานพรให้แล้ว เพราะฉะนั้นในชาติที่หมอชีวกโกมารภัจจ์เกิดมาพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน กุศลกรรมในอดีตจึงบันดาลให้คิดเห็นชอบในวิชาแพทย์ และมีช่องทางให้สัมฤทธิ์ผลตามความปรารถนาได้อย่างรวดเร็วจนน่าอัศจรรย์ ทั้ง ๆ ที่ชีวิตตอนแรกเกิดนั้นแสนจะต่ำต้อยยากเข็ญ ดังที่จะได้เล่าไว้เป็นลำดับ ๆ