
กราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรื่องการเสวยเนื้อสัตว์
โดยเหตุที่พระบรมศาสดาทรงคุ้นเคย และโปรดปรานหมอชีวกฯ ดังนั้น จึงได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์อยู่บ่อย ๆ และเมื่อเข้าเฝ้าหากหมอชีวกฯ มีความสงสัยเรื่องใด ก็ได้กราบทูลถามเรื่องที่ตนสงสัยนั้นต่อพระพุทธองค์เสมอ
กราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเรื่องการเสวยเนื้อสัตว์
โดยเหตุที่พระบรมศาสดาทรงคุ้นเคย และโปรดปรานหมอชีวกฯ ดังนั้น จึงได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์อยู่บ่อย ๆ และเมื่อเข้าเฝ้าหากหมอชีวกฯ มีความสงสัยเรื่องใด ก็ได้กราบทูลถามเรื่องที่ตนสงสัยนั้นต่อพระพุทธองค์เสมอ
บางเรื่องที่หมอชีวกฯ มีความสงสัย แล้วกราบทูลถาม ก็เป็นเรื่องที่ผู้คนทั้งหลายแต่ในครั้งอดีต และแม้ในปัจจุบันก็ยังต่างสงสัยและได้ถกเถียงไม่เป็นที่ตกลงกัน ดังเช่นเรื่อง “ชาวพุทธและภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย จะควรบริโภคและฉันอาหารที่ประกอบหรือปรุงด้วยเนื้อสัตว์หรือไม่” เป็นต้น
เรื่องนี้ปรากฏใน ชีวกสูตร ความว่า สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ที่ชีวกัมพวัน หมอชีวกได้เข้าเฝ้าพระองค์ถึงที่ประทับ กราบถวายบังคม แล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง เมื่อมีโอกาสอันควรได้กราบทูลถามพระพุทธองค์ว่า
“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังคนทั้งหลายพูดกันว่า พวกเขาฆ่าสัตว์เพื่อเจาะจงเอาเนื้อสัตว์ที่ฆ่าแล้วนั้น ปรุงเป็นอาหารถวายแด่พระองค์ แม้พระองค์ก็ทรงทราบเรื่องนั้น และยังเสวยอาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์อันพวกเขาทำถวายเจาะจงพระองค์อาศัยพระองค์พวกเขาจึงฆ่าสัตว์ ดังนี้
ข้าพระพุทธเจ้าได้ฟังถ้อยคำที่คนทั้งหลายพูดกันเช่นนั้นก็มีความสงสัย จึงขอประทานกราบทูลถามว่าถ้อยคำที่เขาพูดกันตามที่ข้าพเจ้ากราบทูลแล้วนั้นเป็นจริงหรือไม่ หรือเขากล่าวพระองค์ด้วยถ้อยคำที่ไม่เป็นจริงพระพุทธเจ้าข้า”
โดยตลอด พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ชีวกฯ ชนเหล่านั้นพูดกันไม่ตรง และเชื่อว่ากล่าวตู่ตถาคต ด้วยถ้อยคำที่ไม่เป็นจริง
ชีวกฯ ตถาคตกล่าวถึงเรื่องเนื้อสัตว์ที่ไม่ควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ คือ เนื้อที่ตนเห็น เนื้อที่ตนได้ยิน และเนื้อที่ตนเนื้อที่ไม่บริสุทธิ์ด้วยเหตุ ๓ ประการนี้เป็นเนื้อที่ตถาคตและสาวกของตถาคตไม่ควรฉัน
ชีวกฯ ตถาคตกล่าวถึงเรื่องเนื้อสัตว์ที่ควรบริโภคด้วยเหตุ ๓ ประการ อีกเช่นกัน คือ เนื้อที่ตนไม่ได้เห็น เนื้อที่ตนไม่ได้ยินและเนื้อที่ตนไม่ได้รังเกียจ เนื้อที่บริสุทธิ์ด้วยเหตุ ๓ ประการนี้เป็นเนื้อที่ตถาคต และสาวกของตถาคต ควรฉัน”