
ผู้ทำบุญแต่กลับได้บาป
ต่อจากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงถึงเรื่องที่คนทั้งหลายทำบุญแต่กลับได้บาป ให้หมอชีวกทราบต่อไปอีกว่า
“ชีวกฯ ผู้ใดที่ฆ่าสัตว์เจาะจงเพื่อตถาคตหรือสาวกตถาคตโดยมุ่งเอาเนื้อของสัตว์ที่ฆ่านั้นมาปรุงเป็นอาหารแก่ตถาคต หรือ สาวกของตถาคต ด้วยปรารถนาบุญผู้นั้นกลับต้องประสบบาป อันมิใช่บุญเลยเป็นอันมากเพราะเหตุ ๕ ประการ คือ
๑. บาป เพราะการสั่งให้เขาไปนำสัตว์เช่นนี้เช่นนั้น ตามที่ตนต้องการมา
๒. บาป เพราะสัตว์ที่ถูกนำมานั้น ต้องลำบากโดยได้รับ
๓. บาป เพราะสั่งให้เขาฆ่าสัตว์เช่นนี้เช่นนั้นที่นำมาแล้ว
๔. บาป เพราะสัตว์นั้น ๆ เมื่อขณะถูกเขาฆ่าย่อมได้รับความเจ็บปวดทรมาน จนกว่าจะตายด้วยความทุกข์โทมนัสอย่างสาหัส
๕. บาป เพราะยังตถาคตและสาวกตถาคตให้สำคัญว่าเนื้อสัตว์อันได้ปรุงเป็นอาหารแล้ว ซึ่งไม่ใช่เนื้อสัตว์ที่สมควร เป็นเนื้อสัตว์ที่สมควร แก่ตถาคตและสาวกตถาคต
ชีวกฯ ผู้ใดฆ่าสัตว์เจาะจงเพื่อตถาคต หรือสาวกของตถาคต ด้วยปรารถนาบุญ ผู้นั้นกลับต้องประสบบาป อันมิใช่บุญเลยเป็นอันมาก เพราะเหตุ ๕ ประการด้วยกันฉะนี้”
หมอชีวกโกมารภัจจ์ ได้ฟังพระพุทธองค์อธิบายเป็นลำดับโดยตลอด จึงมีความเข้าใจชัดเจนหายสงสัยในเรื่องที่ตนมากราบทูลถาม ถึงกับได้กล่าวสรรเสริญปฏิปทาคือ ความประพฤติของพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นประมุข ในเรื่องการกำหนดพิจารณาและการฉันอาหารที่มีผู้ถวาย
เนื้อความโดยละเอียดที่หมอชีวกโกมารภัจจ์กราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีอีกมากกว่านี้ และที่ทรงอธิบายขยายความก็ยังมีอีกหลากหลาย อาตมาได้ตัดทอนมาเพียงบางส่วน เพื่อแก้ความสงสัยเบื้องต้น
ผู้ที่สนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมอาจค้นคว้าได้จากพระไตรปิฎก และบรรดาอรรถกถา ฎีกาที่พระอรรถถาจารย์ทั้งหลายได้รจนาไว้ ซึ่งล้วนมีอรรถรสและเนื้อหาที่น่าสนใจ
เผด็จ ทัตตชีโว