ผู้ทำบุญแต่กลับได้บาป

วันที่ 29 สค. พ.ศ.2568

3-9-68_8b%287%29.png

ผู้ทำบุญแต่กลับได้บาป

 

                       ต่อจากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงถึงเรื่องที่คนทั้งหลายทำบุญแต่กลับได้บาป ให้หมอชีวกทราบต่อไปอีกว่า

 

                       “ชีวกฯ ผู้ใดที่ฆ่าสัตว์เจาะจงเพื่อตถาคตหรือสาวกตถาคตโดยมุ่งเอาเนื้อของสัตว์ที่ฆ่านั้นมาปรุงเป็นอาหารแก่ตถาคต หรือ สาวกของตถาคต ด้วยปรารถนาบุญผู้นั้นกลับต้องประสบบาป อันมิใช่บุญเลยเป็นอันมากเพราะเหตุ ๕ ประการ คือ

 

                       ๑. บาป เพราะการสั่งให้เขาไปนำสัตว์เช่นนี้เช่นนั้น ตามที่ตนต้องการมา

 

                       ๒. บาป เพราะสัตว์ที่ถูกนำมานั้น ต้องลำบากโดยได้รับ

 

                       ๓. บาป เพราะสั่งให้เขาฆ่าสัตว์เช่นนี้เช่นนั้นที่นำมาแล้ว

 

                       ๔. บาป เพราะสัตว์นั้น ๆ เมื่อขณะถูกเขาฆ่าย่อมได้รับความเจ็บปวดทรมาน จนกว่าจะตายด้วยความทุกข์โทมนัสอย่างสาหัส

 

                       ๕. บาป เพราะยังตถาคตและสาวกตถาคตให้สำคัญว่าเนื้อสัตว์อันได้ปรุงเป็นอาหารแล้ว ซึ่งไม่ใช่เนื้อสัตว์ที่สมควร เป็นเนื้อสัตว์ที่สมควร แก่ตถาคตและสาวกตถาคต

 

                       ชีวกฯ ผู้ใดฆ่าสัตว์เจาะจงเพื่อตถาคต หรือสาวกของตถาคต ด้วยปรารถนาบุญ ผู้นั้นกลับต้องประสบบาป อันมิใช่บุญเลยเป็นอันมาก เพราะเหตุ ๕ ประการด้วยกันฉะนี้”

 

                       หมอชีวกโกมารภัจจ์ ได้ฟังพระพุทธองค์อธิบายเป็นลำดับโดยตลอด จึงมีความเข้าใจชัดเจนหายสงสัยในเรื่องที่ตนมากราบทูลถาม ถึงกับได้กล่าวสรรเสริญปฏิปทาคือ ความประพฤติของพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นประมุข ในเรื่องการกำหนดพิจารณาและการฉันอาหารที่มีผู้ถวาย

 

                       เนื้อความโดยละเอียดที่หมอชีวกโกมารภัจจ์กราบทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีอีกมากกว่านี้ และที่ทรงอธิบายขยายความก็ยังมีอีกหลากหลาย อาตมาได้ตัดทอนมาเพียงบางส่วน เพื่อแก้ความสงสัยเบื้องต้น

 

                       ผู้ที่สนใจอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมอาจค้นคว้าได้จากพระไตรปิฎก และบรรดาอรรถกถา ฎีกาที่พระอรรถถาจารย์ทั้งหลายได้รจนาไว้ ซึ่งล้วนมีอรรถรสและเนื้อหาที่น่าสนใจ

 

เผด็จ ทัตตชีโว

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00025978485743205 Mins