เพื่อครอบครัว

รอยร้าวแห่งเกียรติยศ
ช่วงเวลาที่ผ่านมา ล้วนถูกกลั่นเป็นประสบการณ์ชีวิต แต่จะมีค่าหรือไม่ขึ้นอยู่กับเราว่าจะนำไปใช้อย่างไร ความผิดพลาดจะเป็นดั่งอัญมณีสำหรับคนเราเสมอ ขอเพียงเราจดจำมันไว้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจต่อไป ผมจะขอเล่าเรื่องที่ดูเล็กน้อยของผม เพื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ใครหลาย ๆ คน
ก่อนที่ผมจะมาบวช พ่อแม่ของผมมีความเห็นไม่ลงรอยกันทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง แต่ครั้งนี้พ่อพาผมหนีแม่ไปอยู่ที่กรุงเทพฯพ่อพยายามเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้แม่หาผมเจอ แต่สุดท้ายแม่ก็ตามหาจนเจอ
แล้วภาพที่ผมไม่อยากเห็นก็ย้อนกลับมา คือ ภาพทะเลาะกันของพ่อแม่ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะหนักกว่าทุก ๆ ครั้ง จนในที่สุดเพื่อนของแม่ได้พาผมหนีขึ้นแท็กซี่ไปจากพ่อ ตอนนั้นผมคิดว่าตนเองคงเป็นต้นเหตุให้พ่อแม่ทะเลาะกัน ผมรู้สึกเศร้าใจ ประกอบกับความรู้สึกสับสนกับชีวิตตนเอง อยากจะให้ผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้ไปเร็ว ๆ และนี่เป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ผมตัดสินใจหนีออกมาพร้อมกับเพื่อนแม่คนนั้น
ตึกรามบ้านช่อง รถยนต์ ต้นไม้ ผู้คน สิ่งเหล่านี้กำลังสะท้อนบนแววตาใส ๆ ของผม ที่จมอยู่กับภาพรอยร้าวของครอบครัวที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน ด้านข้างมีเพื่อนแม่ที่พาผมหนีจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ผมนั่งนิ่งอยู่ พร้อมกับกำลังคิดว่าถ้าไม่มีพ่อแล้ว อนาคตผมจะเป็นอย่างไรต่อไป แล้วตอนนี้ผมจะไปไหนก็ยังไม่รู้ ผมจึงทำได้แต่เพียงมองสองข้างทางที่รถแท็กซี่สีเหลืองคันนี้เคลื่อนผ่านไปอย่างช้า ๆ ในสายตาของผม
ปลายทาง คือ วัดพระธรรมกาย เมื่อการเดินทางของผมถึงจุดหมาย ผมพบแม่อีกครั้ง การมาครั้งนี้ของแม่ไม่มีใครบอกล่วงหน้าแม่พาผมมาบวชโดยไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีการถาม มีเพียงคำตอบที่อยู่ในใจ ถึงในใจผมจะยังไม่พร้อมสักเท่าไร
จนเมื่อใกล้จะถึงวันบวช ผมกลับล้มป่วยลงโดยไม่ทราบสาเหตุก่อนวันบวช 4 วัน ผมเอาแต่นึกว่า ผมคงไม่ได้บวช แต่พอใกล้ ๆจะบวช จู่ ๆ ก็มีเพื่อนมาปลุกบอกให้ผมไปปลงผมเพื่อจะบวช ผมจึงลุกขึ้นมาตระเตรียมตัวให้พร้อมเข้าสู่พิธีบวช ผมไม่ได้อยู่ในช่วงที่เขาซักซ้อมพอถึงพิธีจึงเอาแต่มองเพื่อนข้าง ๆ ว่าเขาทำกันอย่างไร
เมื่อพิธีมอบบาตรและผ้าไตรมาถึง สายตาของผมเคลื่อนไปประจบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้ที่มีพระคุณมากที่สุดในชีวิต นั่นคือแม่ของผม ผมกลั้นน้ำตาไว้แล้ว แต่มันไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวทั้งความคิดถึงและความปลื้มที่ได้มาพบแม่ที่เป็นที่รัก มันกลายเป็นความรู้สึกที่เกินบรรยาย ความเจ็บปวดจากอาการป่วยที่เคยมีกลับมลายหายสูญไปจนหมด ผมบอกกับตนเองเบา ๆ ว่า “ผมพร้อมแล้ว”
ตั้งแต่เด็ก ผมไม่เคยพักอาศัยที่วัดมาก่อน เมื่อเข้ามาบวชช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผมแปลกใจ ไม่นึกว่าจะมีสังคมที่เต็มไปด้วยความมีระเบียบเรียบร้อย มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์พาให้สงบกายและใจผู้คนที่นี่สำรวม พื้นที่สะอาดน่าอยู่ ช่างทำให้รู้สึกพิเศษ สำหรับผมในตอนนั้น ผมว่า ถ้าใครไม่มาสัมผัสดู ก็คงจะต้องเสียดายแน่นอน
ปกติทุก ๆ วันอาทิตย์ต้นเดือน พวกผมจะพากันไปร่วมงานบุญบูชาข้าวพระ ในวันนั้นจะมีสาธุชนเรือนแสน กับพระภิกษุสามเณรนับหมื่น เป็นงานบุญที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้คนนั่งสมาธิเงียบสงบมาก
พิธีบูชาข้าวพระเป็นขนบธรรมเนียมที่สืบทอดกันมายาวนานแม้ว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงปรินิพพานแล้ว แต่ก็ยังมีมหาชนจำนวนมาก ที่มีกุศลศรัทธาอยากจะใส่บาตรพระพุทธองค์ จึงได้อัญเชิญพุทธปฏิมากรมาประดิษฐานไว้บนโต๊ะหมู่บูชา แล้วนำภัตตาหารอันประณีตและดอกไม้ธูปเทียนมาถวายบูชา ประดุจพระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ การบูชาข้าวพระน้อมถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือเป็นบุญใหญ่ที่มีอานิสงส์จะนับจะประมาณมิได้
แต่ต้นเดือนนี้ พวกผมมาก่อนวันงาน 1 วัน ตอนนั้นผมไม่ได้คิดอะไรมาก สงสัยจะแค่พักค้างที่วัดเฉย ๆ แต่เมื่อไปถึงพระอาจารย์เฉลยว่า เราจะมาแพ็กข้าว ผมฟังแล้วก็งง ๆ เห็นบอกว่าต้องตื่นเที่ยงคืนด้วย ผมซึ่งมาแพ็กข้าวเป็นครั้งแรก จึงไม่ค่อยรู้เรื่องเหมือนพวกรุ่นพี่ ผมจึงรีบจำวัดพร้อมกับความสงสัยที่ค้างคาอยู่
เมื่อถึงเที่ยงคืน เสียงปลุกของพระอาจารย์ราวกับเสียงระฆังดังขึ้น ก้องกังวานจนทำให้ผมตื่นขึ้นมาด้วยอาการง่วง ๆ ผมไม่เคยตื่นดึกแบบนี้มาก่อน กว่าผมจะประคับประคองร่างกายให้ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันได้ ก็ผ่านไปเกือบ 10 นาที
จากนั้นพวกเราจึงเดินทางไปที่หอฉันในเวลาตีหนึ่ง ระหว่างทางผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เราจะไปไหน เพราะเวลานี้มันมืดมาก พอผมเดินไปเรื่อย ๆ ก็สังเกตเห็นสถานที่เปิดไฟสว่างอยู่ ท่ามกลางความมืดผมจำได้ว่าที่แห่งนี้คือหอฉัน
เมื่อถึงหอฉัน พวกผมรวมตัวกันตรงกลางจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่มาอธิบายวิธีการ ผมรู้สึกว่าบรรยากาศมีความเงียบมาก ตลอดทางจนถึงที่นี่ไม่มีใครพูดอะไรเลย ทุกรูปคงกำลังง่วงอยู่จากการตื่นดึกผมเองก็เหมือนกัน เลยฟังบ้างไม่ฟังบ้าง
พอถึงเวลาที่จะต้องไปแพ็กข้าว ผมก็ฝืนตนเองลุกขึ้นเดินไปประจำที่เตรียมแพ็กอาหาร การแพ็กจะแบ่งหน้าที่อยู่ 2 อย่างหลัก ๆ คือ ชุดใส่อาหารและชุดแพ็กอาหาร เริ่มแรกจะมีคนตักข้าว ต่อมาก็ตักอาหาร อาหารส่วนใหญ่จะมี 2 ชนิด คือ ประเภทชิ้นกับประเภทผัด ๆ แกง ๆ สำหรับใส่ตามช่องกล่อง
จากนั้นจะมีคนใส่ช้อน ปิดกล่องแล้วแพ็กใส่ถุงใหญ่ ๆ 1 ถุงจุได้ราว 20 กล่อง งานนี้ต้องทำกันเป็นทีม จะขาดหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งไม่ได้ เพราะถ้างานเราช้า ก็จะไปถ่วงเพื่อนให้ช้าตาม
ผ่านไปได้สักพัก พอแต่ละรูปเริ่มหายจากอาการง่วง ก็เริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมา พวกผมเริ่มยิ้มทักทายกันไปมาในขณะที่มือทำไป จนผ่านไป 2 - 3 ชั่วโมง ภารกิจแพ็กข้าวก็สำเร็จเสร็จสิ้น
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ดึก เป็นครั้งแรกที่ได้มาสั่งสมบุญพิเศษแบบนี้ การที่ผมยังเด็กอยู่ พร้อมกับเพื่อนนับร้อยรูป ละทิ้งการเล่นสนุกตามภาษาเด็ก พากันแพ็กข้าวกันอย่างเต็มที่นั้น ผมนึกย้อนไปก็อดทิ้งไม่ได้ วัยมัธยมศึกษาที่พ่อแม่จำนวนมากกำลังหนักใจจะมีความขยันสามัคคีติดต่อกันเป็นชั่วโมงขนาดนี้ นี่อาจเป็นเพราะ
พวกผมถูกหล่อหลอมด้วยสภาพแวดล้อม และโดยคณะพระอาจารย์ พระพี่เลี้ยงที่สำคัญผมรู้สึกดีใจที่ได้มาบวชในพระพุทธศาสนาตั้งแต่ยังเล็ก จึงได้มาพบธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นสัจธรรมที่ดำรงมายาวนานกว่า 2,500 ปี
ขึ้นมาปี 2 ปี 3 ผมก็ได้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่เคยพบเคยเจอ ไม่ว่าจะเป็นการแพ็กข้าว เด็ดดอกดาวรวย เดินธุดงค์ ขึ้นเขาลงดอย เป็นต้น
ผมรู้สึกเริ่มสนุกมีความสุขเพิ่มมากขึ้น ยิ่งตอนที่อยู่ร่วมกับเพื่อน พอทุกรูปพร้อมหน้าพร้อมตา ทำให้ผมลืมเรื่องราวที่บ้านไปเลย ความเหงาหรือเดียวดายล้วนถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่น
พวกเราอยู่ด้วยกันมานานเลยรู้ใจกันแทบทุกเรื่อง แต่ก็มีช่วงที่จะจบมัธยมต้น ซึ่งตอนนั้นพวกเราต่างอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นจึงมีเพื่อนบางส่วนที่อยากออกไปสัมผัสกับโลกภายนอก ใจผมเองก็เอนเอียงไปด้วยเหมือนกัน จึงโทร. ไปปรึกษาโยมแม่ แต่แม่บอกว่า“ให้บวชไปก่อน” ผมเลยกลับมาทบทวนใหม่อีกรอบ เมื่อเห็นเพื่อนบวชต่อกันมาก อีกอย่างถ้าผมออกไปแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าจะออกไปอยู่ไหน อยู่กับใคร ผมจึงตัดสินใจบวชต่อไป
ตั้งแต่นั้น ผมเริ่มเข้าใจและซาบซึ้งคุณค่าของการบวชยิ่งขึ้นไปอีก การบวชให้ชีวิตใหม่กับผม ทำให้ผมได้สัมผัสบรรยากาศที่อบอุ่นจากเพื่อนพ้อง ผมอยากขอบคุณพระพุทธศาสนาที่ให้ร่มเงาแก่ผม
ผมรู้สึกปลอดกังวลมากจากพิษภัยของสังคมและจากเรื่องครอบครัวที่แตกร้าว ชีวิตแบบนี้ ต่อให้ผมหาจนหมดลมหายใจ ก็คงยากที่จะเจอ ถ้าไม่มีแม่รั้งไว้ ผมคงโดนกระแสสังคมกลืนกินไปแล้ว
เพราะฉะนั้น ผมขอยืนยันว่า การบวชคุ้มเกินคุ้ม ถ้าวันนี้ผมไม่ได้บวช ก็จะไม่รู้ความแตกต่างระหว่างทางโลกกับทางธรรม เพศสมณะนี้สอนให้ผมรู้จักตนเอง รู้จักความเป็นจริงของชีวิต ทำให้ผมรู้สึกว่า ชีวิตนี้มีคุณค่า และการจะดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้อง ต้องอาศัยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้าช่วย ที่สำคัญผมได้รู้ว่า การบวชสามารถทำให้เราทดแทนบุญคุณพ่อแม่ได้มากที่สุด
สามเณรมีเดช หาญเชิงชัย