เพื่อครอบครัว

ไม่เดียวดายใจ
เมื่อตอนประถมศึกษา ค่ำคืนนี้เสมือนทุกค่ำคืนที่ผ่านมา ที่ต้องทนอาศัยอยู่ในบ้านกับพี่สาวเพียงสองคน ไม่รู้ว่านานเท่าไรแล้ว เพราะมันเป็นอย่างนี้ก่อนที่ผมจะเป็นนักเรียนประถมศึกษาเสียอีก
พ่อแม่ออกไปทำงานในเมือง จะมาเยี่ยมเพียงปีละ 2 - 3 ครั้งบางปีก็ไม่มาเลย โชคดีที่ผมมีเพื่อนทั้งชายหญิงถึง 12 คน ที่เป็นเหมือนญาติผู้เป็นที่รัก เมื่ออยู่กับเพื่อนเราก็มีความสุขแบบหนึ่ง อยู่บ้านก็อีกแบบหนึ่ง
เมื่อความมืดมิดล่วงเลยลับขอบฟ้า ไม่นานเริ่มปรากฏแสงทองอร่ามทางทิศตะวันออก เป็นสัญญาณแห่งวันใหม่ที่พัดพาอดีตให้
เลือนหายไปตามกาลเวลา ผมลืมตาขึ้นมามองไปยังแสงตะวันอีกครั้ง ครั้งนี้ก็เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา ผมจำเป็นต้องรีบไปโรงเรียนให้ทัน และพี่สาวก็ต้องรีบขึ้นรถตั้งแต่ 7 โมงเช้า เลยไม่ได้รับประทานอาหารเช้า ส่วนผมปั่นจักรยานไปโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านเพียง 2 กิโลเมตร ชีวิตของผมดำเนินไปอย่างนี้จนจบประถมศึกษา
ผมนึกถึงความรู้สึกตอนเคยบวชช่วงประถมศึกษาปีที่ 5 ได้ดี ตอนนั้นผมแทบไม่อยากจากเพศสมณะนี้ไปเลย ผมจึงสัญญากับตนเองว่า จะกลับมาบวชเมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษา และบัดนี้ความตั้งใจเดิมก็ยังคงอยู่ แล้วก็เริ่มผลิบานขึ้น
ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจบวชอีกครั้ง ซึ่งเป็นการบวชระยะยาวนานเป็นปี ๆ จากนั้นแม่ได้พาผมไปหาหลวงน้า แล้วเดินทางไปวัดในวันที่ 22 เมษายน ตั้งแต่นั้นมา วันคืนแห่งความเงียบเหงาก็ได้เปลี่ยนไป เพราะผมได้พบเจอกับยอดครูบาอาจารย์ ที่เปลี่ยนชีวิตของผมแล้ว
พระเดชพระคุณหลวงพ่อทั้งสองท่านเป็นดั่งดวงอาทิตย์เพราะมีท่านจึงทำให้ผมเห็นความจริงของชีวิต รู้จักบาปบุญคุณโทษพอผมมาบวชเป็นสามเณรเลยตั้งใจว่า จะขอบวชติดตามท่านทั้งสองต่อไปเรื่อย ๆ เพราะผมได้รู้แล้วว่า เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ดีที่สุดสําหรับตนเอง
ความภูมิใจบนเส้นทางนี้ของผม ก็คือการเดินธุดงค์ธรรมชัยอัญเชิญรูปเหมือนทองคำ ตอนนั้นแม้จะเหนื่อยแค่ไหน แต่ผมก็ทำโครงการที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้นี้สำเร็จ มันเป็นความปลาบปลื้มปีติที่ยากจะลืม
หลังจากนั้นประมาณราว ๆ 2 - 3 สัปดาห์ ผมได้ยินว่า จะมีการมอบพระของขวัญสำหรับตรึกระลึกบุญจากหลวงพ่อ แก่ผู้ร่วมเดินธุดงค์ทุกรูป ผมรู้สึกปลื้มใจยิ่งกว่าเดิม เพราะนี่เป็นเหมือนรางวัลแห่งความสำเร็จครั้งแรกที่เกิดประโยชน์มากที่สุด ทั้งแก่ตนเองและแก่ประเทศชาติ ผมอยากให้ถึงวันนั้นเร็ว ๆ
เมื่อถึงวันนั้น ผมก็เห็นพระเณรจำนวนนับพัน มารวมตัวกันในห้องอเนกประสงค์เต็มไปหมด สีหน้าของแต่ละรูปล้วนมีสง่าราศีนี่เป็นการรวมตัวหลังเดินธุดงค์เสร็จครั้งแรก เมื่อพระเดชพระคุณหลวงพ่อมาถึงศูนย์กลางพิธี ใจก็เริ่มเบิกบานขึ้นมา ท่านนำสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย นำนั่งสมาธิก่อนที่จะมอบพระของขวัญจากท่านโดยตรง
พอตั้งแถวเพื่อรับพระของขวัญ ผมมองดูแต่ละรูปรับพระของขวัญจากท่าน รูปแล้วรูปเล่า จนกระทั่งใกล้จะถึงผมเรื่อย ๆ ใจตอนนั้นมันโปร่งโล่ง ไม่คิดเรื่องอะไรเลยตัวเบามากเหมือนตัวจะลอยขึ้น ทั้งชีวิตของผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ผมรู้สึกประทับใจและดีใจมาก
หลังจากวันนั้น ผมก็เก็บพระของขวัญไว้ติดตัวตลอด เป็นเวลามากกว่า 4 ปี ทุกครั้งที่ผมหยิบขึ้นมาดู ก็นึกถึงช่วงเวลานั้น ที่ได้เดินธุดงค์อัญเชิญรูปเหมือนทองคำ ช่างเป็นความภาคภูมิใจและปลาบปลื้มปีติจนถึงทุกวันนี้
เมื่อบวชแล้ว ผมก็พยายามทำตามคำสอนของพระอาจารย์พระพี่เลี้ยง คิดแต่เพียงว่าอะไรที่เราทำได้ก็ทำ อย่างไหนที่ทำไม่ได้ก็ต้องค่อย ๆ ปรับไป
ผมก็เป็นอีกรูปหนึ่ง ที่ไม่ชอบทำตามกฎระเบียบเท่าใดนัก แต่เมื่อท่านบอกว่าผิด ก็คือผิด ต้องยอมรับแล้วปฏิบัติตาม บางรูปที่บวชมาพร้อมกัน แต่เมื่อทำผิด พระอาจารย์ก็เตือนตามปกติของท่านแต่กลับยอมรับไม่ได้ ถึงขั้นว่าร้ายและเถียงกับพระอาจารย์ สุดท้ายตนเองนี่แหละที่อยู่ไม่รอดก็มี
ผมจะคุ้นเคยกับการพึ่งพาตนเองมาตั้งแต่เด็ก ดังนั้น ช่วงแรกของการบวช ผมจึงไม่กล้าคุยกับใคร ได้แต่อยู่คนเดียว แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป สามเณรก็เริ่มเข้าหาเพื่อนมากขึ้น เริ่มคุ้นเคยกับเพื่อนจาก 2 - 3 รูป เป็นทุกรูป
ที่สำคัญ ผมมีความคิดที่เปลี่ยนแปลงไป คิดเพื่อส่วนรวมมากขึ้น เสียสละมากขึ้น ตอนนี้ผมไม่ใช่นพดลคนเดิม ที่เอาแต่เก็บเงียบไม่ยุ่งกับใคร แต่กลับมีเพื่อน มีความคิดความอ่าน มีความชอบเป็นของตนเอง ชีวิตสมณะนี่แหละ เหมาะกับชีวิตผมมากที่สุด เป็นชีวิตที่เรียบง่ายจนไม่อยากจะจากเพศนี้ไปเลย อยากจะบวชให้ได้ตลอดชีวิต
สามเณรนพดล ชมภูศรี