หล่อหลอมกายหล่อหลอมใจ ฝึกทั้งชีวิต คือ ยอดคน

วันที่ 09 กย. พ.ศ.2568

หล่อหลอมกายหล่อหลอมใจ 

9-9-68_6b%288%29.png

ฝึกทั้งชีวิต คือ ยอดคน

                    ถ้าถามว่า วัยรุ่นให้ความสำคัญกับอะไรมากที่สุด หนึ่งในนั้นคงไม่พ้นเรื่องของเพื่อนเพื่อนถือว่ามีอิทธิพลมากในช่วงวัยรุ่น มีอำนาจชักนำมากกว่าพ่อแม่เสียอีกเราจึงมักจะเห็นวัยรุ่นอยู่กันเป็นกลุ่ม ๆตามสถานที่ต่าง ๆ

 

                    ทว่าพอกลับไปเยี่ยมบ้าน ความคิดเหล่านั้นก็หายไป เพราะเห็นเพื่อนที่เคยเล่นด้วยกันมา ตอนนี้พวกเขา มุ่งแต่เรื่องการทำมาหากินกันแล้ว ต้องหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องครอบครัวของตนเองต่างจากผมที่มีเวลาศึกษาธรรมะ ทำความเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตได้ฝึกฝนอบรมตนเอง ได้พบความสุขที่แท้จริง ไม่เสียเวลาไปกับการทํามาหากิน

 

                    ที่สำคัญได้เจอกับเพื่อนในทางธรรม ที่แตกต่างกับเพื่อนทางโลกอย่างมาก คงเป็นเพราะเพื่อนทางโลก ไม่ค่อยอยู่ด้วยกันกับเรานาน จึงเข้าใจกันยากในหลาย ๆ เรื่อง แต่เพื่อนในทางธรรม ตื่นเช้ามาก็เจอหน้ากันแล้ว จะไปไหนมาไหนก็ไปเป็นกลุ่ม

 

                    เราอยู่ด้วยกันอย่างนี้ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี และเป็นหลาย ๆ ปี เวลามีใครคนใดคนหนึ่งทำพลาด แม้เรื่องเล็กน้อย ๆ เพื่อนก็จะนั่งรุมล้อมกันเพื่อพูดคุยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และยังมีพระอาจารย์คอยอบรมเรื่องประโยชน์ของความสามัคคี และความพร้อมเพรียงของหมู่คณะอีกด้วย

 

                    เช้าวันหนึ่ง ประมาณปลายเดือนมีนาคมผมกำลังจัดเตรียมสบง อังสะ จีวร และของใช้อื่น ๆ ใส่ย่ามเพื่อจะออกเดินทางไปเป็นพี่เลี้ยงสามเณรภาคฤดูร้อนที่จังหวัดลพบุรี ตอนนั้นผมบวชได้ 4 ปีแล้วพระอาจารย์จึงมอบหมายหน้าที่นี้ให้

 

                    ก่อนถึงสถานที่อบรม ผมสังเกตเห็นทางเข้าสองข้างทางมีต้นไม้สูงใหญ่เรียงกันเป็นแถว แต่ถ้าดูดี ๆ แล้ว จะมีหญ้าขึ้นและมีขยะเป็นหย่อม ๆ แต่ไม่เยอะ เมื่อมาถึงก็ต้องแปลกใจ เพราะอาคารสถานที่ภายนอกสูง 15 เมตร ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนภายในมีห้องปรับอากาศสำหรับนั่งสมาธิ 1 ห้อง มีฝุ่นและขึ้นกเกลื่อนกลาดเต็มอยู่บนพื้น มาทราบทีหลังว่าที่นี่เป็นสถานที่ใหญ่ แต่มีคนน้อยจึงดูแลความสะอาดไม่ทั่วถึง

 

                    ในโครงการ พระอาจารย์ท่านมอบหมายให้สามเณรดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของอาคาร จัดเตรียมพื้นที่อบรมเพื่อรองรับน้องที่จะเข้ามาอบรม โดยเฉพาะห้องน้ำ เข้าไปครั้งแรกพื้นก็มีเชื้อราขันก็มีคราบตะไคร่น้ำ แสดงถึงความไม่ได้ใช้งานมานาน จึงต้องรีบจัดการให้ทันก่อนน้องจะมา รวมถึงเตรียมราวตากผ้าให้น้อง ๆ ด้วย

 

                    ถึงร่างกายจะอ่อนล้าจนเหงื่อไหลออกทุกซอกทุกมุม เนื่องจากรับบุญตั้งแต่เช้ายันเย็น คนช่วยก็น้อย แต่เมื่อนึกถึงประโยชน์ที่น้อง ๆ จะได้รับจากการบวช ผมจึงอยากพยายามให้ถึงที่สุด มันทำให้มีกำลังใจขึ้นมา

 

                    เชื่อว่า น้องทุกคนที่ได้มาอบรมมาบวชเป็นสามเณรภาคฤดูร้อน ณ ที่นี้ ล้วนได้รับคุณธรรมติดตัวไปไม่มากก็น้อย แตกต่างกันตามคุณธรรมที่จะรองรับได้ เพราะพอน้องเข้ามาอบรมก็จะได้ใช้สถานที่นี้ สำหรับบ่มเพาะความรู้ให้ได้นิสัยดี ๆ ติดตัวไป

 

                    สิ่งที่น้องได้เรียนรู้จากการมาฝึกฝนอบรมตนเอง จากการฟังเทศน์ฟังธรรม จะทำให้น้องรักบุญกลัวบาป แล้วจะไม่ทำให้พ่อแม่เดือดร้อนใจอย่างแน่นอน ผมรู้อย่างนี้แล้ว ก็มีความปลาบปลื้มปีติใจที่ได้ใช้ร่างกาย แรงใจ สร้างศาสนทายาทที่ดี ถือว่าเป็นการได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาอีกทางหนึ่ง

 

                    ผมคิดว่า การฝึกอาจเริ่มต้นตั้งแต่ทำตามผู้ใหญ่ก่อน เมื่อเข้ามาเรียนชั้นประถม จึงหัดเรียนรู้ภาษาจนสามารถอ่านออกเขียนได้ ที่บ้านยายของผมจะคอยสอนเรื่องงานบ้าน ทั้งซักผ้าและการทำความสะอาดบ้าน พอผมโตขึ้นท่านก็สอนให้ดูแลตนเองคุณยายจะสอนเรื่องพวกนี้ตั้งแต่จำความได้เรื่อยมา

 

                    จนกระทั่งผมจบประถมศึกษาตอนปลาย จู่ ๆ ก็มีคุณครูจากโรงเรียนมาหาพ่อแม่ผมถึงบ้าน เมื่อเห็นคุณครูก็ไม่รู้ว่าท่านมาทำอะไรที่บ้านจึงรู้สึกหวั่นใจ กลัวว่าตนไปทำอะไรผิดครูถึงมาหา แต่แล้วพอท่านกลับไป แม่ก็ชักชวนให้ผมไปบวชเป็นสามเณร ผมไม่คิดจะปฏิเสธ จึงยอมมาบวชตามคำชักชวนของแม่

 

                    การฝึกในเพศสมณะแตกต่างจากที่เคยเรียนตอนเป็นฆราวาสเป็นการฝึกที่เข้มข้น ในแบบที่ไม่หนักไม่เบาจนเกินไป ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้โดยเริ่มตั้งแต่การเดิน พระอาจารย์ท่านสอนให้ไม่เดินลากเท้าตั้งตัวให้ตรง เดินอย่างพร้อมเพรียง เวลาคนเดินจำนวนมาก ๆ ก็ให้เดินเป็นคู่ เพื่อให้ดูเป็นระเบียบ ดูสง่า สร้างความศรัทธาแก่ผู้พบเห็น

 

                    รองลงมาท่านจะเน้นเรื่องวินัยเป็นส่วนใหญ่ เพราะถ้าคนหมู่มากขาดระเบียบวินัยไปแล้ว ก็จะเกิดความวุ่นวายตามมา มาอยู่ที่นี่เราจำเป็นต้องพึ่งตนเองล้วน ๆ แต่ผมว่ามันก็ถือเป็นการฝึกที่ทำให้ผมแกร่งทั้งกายและใจ

 

                    ตอนเข้ามาใหม่ ๆ ไม่รู้เลยว่า พระอาจารย์จะเคี่ยวเข็ญอะไรนักหนา ทั้งการตั้งแถว ความตรงต่อเวลา และเรื่องอื่น ๆ ถ้าเป็นที่บ้านตอนนี้คงได้ปล่อยจิตปล่อยใจ อยากทำอะไรก็ทำไปแล้ว

 

                    ที่ผมอยู่ต่อจนถึงปัจจุบันได้ เพราะเห็นว่าทั้งหมดที่ท่านเคี่ยวเข็ญล้วนเป็นประโยชน์ เวลาที่เสียไปกับการฝึกมิได้สูญเปล่า ทุกวันนี้คำสอนคำเตือนของท่าน ก็ยังคอยย้ำเตือนผม ให้ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องตามแบบแผนโบราณกาล

 

                    ผมตระหนักแล้วว่า การฝึกของคนเรา แท้จริงแล้วเริ่มต้นตั้งแต่ตอนเป็นทารก โดยเริ่มเดิน เริ่มฟัง เริ่มเรียน เขียน และอ่านจากนั้นก็เรียนรู้การใช้ชีวิต การมีครอบครัว แม้ตอนตายก็ยังต้องฝึกปล่อยวางอดีต ทั้งชีวิตของเราเป็นการฝึกหมด แต่การฝึกให้เราเป็นยอดคน จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนย่างก้าวเข้าสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์เพราะมีคำกล่าวว่า ผ้ากาสาวพัสตร์เป็นผ้าผืนสุดท้ายของสรรพสัตว์ทั้งหลายก่อนที่จะเข้านิพพาน

 

สามเณรขจรเกียรติ อุไรรัตน์

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.00053993066151937 Mins