คําว่า“เพื่อน”

เพื่อนที่นี่...ให้มากยิ่งกว่าความสนุก
ความจริงแล้ว แต่ก่อนผมเป็นคนที่ชอบเที่ยวเล่นสนุกกับเพื่อน ๆ ทุก ๆ วันเราจะนัดกันหลังเลิกเรียน เพื่อไปเฮฮากันตามภาษาวัยรุ่นเวลาจะกินจะซื้ออะไรก็ช่วย ๆ กันออกเงิน พวกเราลองทำสิ่งต่าง ๆ ผิดบ้าง ถูกบ้าง ตอนนั้นผมคิดว่า ชีวิตผมไม่ได้ขาดอะไรเลย เพื่อนก็มี เงินก็มี เป็นชีวิตที่สนุกสนานแบบสุด ๆ
วันหนึ่งผมเดินกับรุ่นพี่ ที่เป็นแฟนของเพื่อนผู้หญิงในห้องเรียนเดียวกัน เพื่อจะไปกินข้าวกันตามปกติ จู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มใส่ชุดนอกเครื่องแบบวิ่งมาประจันหน้า หยิบมีดออกมาแทงเข้าไปที่
ซี่โครงด้านซ้ายของรุ่นพี่ ผมตกใจจนตัวสั่นเล็กน้อย เล่ารุ่นพี่ทรุดลงไป ชายคนนั้นทิ้งคำพูดไว้ว่า มึงมาเจอกได้หลังโรงเรียน... แล้ววิ่งหนีไป ผมเอามือประคับประคองรุ่นพี่ไว้ ผมมองตาค้างทำอะไรไม่ถูก เหงื่อไหลบนใบหน้า หัวใจเต้นรัว สัมผัสได้ถึงความตายที่กำลังจะมาเยือน
เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมได้รู้ว่า ชีวิตของเราที่ผ่านมาเสี่ยงต่อความตายมาตลอด จนแทบไม่รู้เลยว่า ความตายอยู่แค่เอื้อม จึงตัดสินใจเข้ามาบวชเรียนเป็นสามเณร ที่โรงเรียนเตรียมพุทธศาสตร์ศูนย์การศึกษาเขาแก้วเสด็จ
ตอนนี้ผมได้ให้ชีวิตกับพระพุทธศาสนาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นต้องทำให้การบวชครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะต่อไปภายภาคหน้าเราจะตายเมื่อไรก็ไม่รู้ ผมจึงเลือกที่จะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด บวชแล้วต้องเต็มที่กับการฝึกตน ศึกษาธรรมะ
พระพุทธศาสนาสอนให้ผมรู้จักว่า “ความตายไม่มีนิมิตหมาย”เพื่อจะทำช่วงเวลาแห่งการได้บวชเป็นสามเณรในครั้งนี้ ผ่านไปอย่างมีคุณค่าทุก ๆ วัน
ตอนนี้ผมอยากไปหาเพื่อนเก่าที่เคยสนุกด้วยกัน แล้วแนะนำหนทางที่ถูกที่ควรให้ อยากจะให้พวกเขามาบวช มารู้เรื่องราวชีวิตหลังความตาย สำหรับผม ถึงแม้เราจะอยู่เพศภาวะที่ต่างกัน คือ ฆราวาสกับนักบวช แต่คำว่า “เพื่อน” ไม่ได้เปลี่ยนไปตาม ยังคงผูกพันและเต็มไปด้วยความปรารถนาดีต่อกันเรื่อยมา
เวลาอยู่กับเพื่อนเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุด มิใช่จากความเฮฮาอย่างเดียว แต่สนุกจากความอบอุ่น บ่อยครั้งที่พวกเราเดินผ่านกันไปธรรมดา แต่จะมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าทุกครั้ง เพียงมองหน้ากัน ต่างก็เข้าใจกัน
กิจกรรมที่ได้แสดงความสามารถมากที่สุด คือ กิจกรรมวันแม่ ซึ่งตัวผมได้รับหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับบูทอาหาร ตอนนั้นพระอาจารย์แจ้งว่า ต้องจัด 50 กว่าบู๊ท ซึ่งจำนวนขนาดนี้เยอะกว่าทุกปีที่ผ่านมา ในใจผมรู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย เพราะผมก็ยังไม่เคยทำ ไม่รู้ว่าจะจัดโต๊ะอย่างไรให้เพียงพอ แต่แล้วก็มีเพื่อนมาช่วยแนะนำเรื่องการจัดโต๊ะให้ ทำให้ผมคลายกังวลไปมาก
หลังจากนั้นงานก็เดินหน้าต่อไปอย่างง่าย ๆ อีกทั้งยังสนุกด้วยผมยังจำเรื่องราวในวันนั้นได้ดี มันคืองานแรกที่ผมได้ทำร่วมกับเพื่อนและสนุกที่สุด
ถ้าเป็นวันปกติ ก็จะเป็นช่วงหลังเลิกเรียน ที่ได้รับบุญประจำวันร่วมกัน จะเป็นช่วงที่ประทับใจที่สุดในรอบวัน พวกเราจะจับกลุ่มกันไปทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายกับพระอาจารย์ แบ่งกันดูแลพื้นที่ส่วนต่าง ๆ
เวลาเดินไปเป็นกลุ่ม ๆ มันทำให้รู้สึกเหมือนมีพลัง พวกเราเพียงมองหน้ากันก็รู้ซึ้งถึงจิตใจกัน เวลานี้ใครมีอะไรในใจ ก็จะเล่าสู่กันฟัง ดีบ้าง สนุกบ้าง ที่จริงแค่ได้พูดคุยกัน ก็ทำให้รู้สึกอบอุ่นในแบบของเพื่อน สำหรับผมแล้วสิ่งนี้หาได้ยากมาก ถ้าผมไม่ได้บวชผมก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เจอเพื่อนอย่างนี้ได้ที่ไหน
วันเสาร์และวันอาทิตย์ช่วงบ่าย ส่วนใหญ่พวกผมจะรับบุญพัฒนาพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่เก็บขยะ กวาดใบไม้ บางครั้งก็ปลูกต้นไม้ ถอนหญ้ารอบ ๆ บริเวณโรงเรียน เพื่อให้พื้นที่พักอาศัยมีความน่าอยู่ ถือว่าเป็นกิจกรรมให้พวกผมผ่อนคลายไปในตัว จะได้ไม่เคร่งเครียดเรื่องกิจวัตรมากเกินไป
กิจวัตรของสามเณร ถ้าเป็นวันปกติจะเต็มไปด้วยตารางหนาแน่น ตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง จนถึง 4 ทุ่ม ผมมีเวลาว่างไม่ถึง 2 - 3 ชั่วโมงเท่านั้น ต่างจากตอนที่ผมอยู่บ้านหลังเลิกเรียนก็จะว่างตลอดเลย ไม่มีการทำวัตรสวดมนต์เหมือนตอนนี้ แต่ผมเชื่อว่า ตอนนี้ผมได้อะไรมากกว่า ที่ได้แน่ ๆ คือ ความตรงต่อเวลา การรู้จักวางแผนชีวิต และใช้เวลาให้คุ้มค่า
ทุกครั้งที่มีกิจกรรมพัฒนาพื้นที่จะมีบุญจัดเตรียมปานะ ซึ่งผมก็มีโอกาสได้ทำในส่วนนี้ เริ่มแรกผมใช้เวลานานหน่อยเพราะยังไม่เคยทำมาก่อน ทั้งเตรียมหม้อใส่น้ำ แล้วก็ชงปานะแบบง่าย ๆ ถ้ามีเฮลบลูบอย ก็ใส่ไปให้มีความเข้มข้นระดับพอดี ถ้าพิเศษหน่อยจะเป็นน้ำผลไม้ ซึ่งมีไม่บ่อยนัก
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จสิ้น ก็จะประกาศนิมนต์ทุกรูปมาฉันปานะ งานพัฒนาพื้นที่บางอย่างต้องอยู่กลางแดดเป็นเวลานานจึงเหนื่อยง่าย ผมมองเพื่อนที่กำลังเดินมา สีหน้าแต่ละรูปดูเหน็ดเหนื่อยมาต่อแถว ตักปานะ แล้วพากันนั่งในที่ร่ม ๆ บางครั้งก็จะนั่งเรียงกันบางครั้งก็นั่งกันเป็นกลุ่ม ๆ แต่ละรูปจะฉันกันอย่างเงียบ ๆ ที่เป็นอย่างนี้เพราะพระอาจารย์ท่านจะสอนพวกผมว่าเวลาจะฉันอะไร ก็ให้นั่งฉันเท่านั้น ห้ามคุยไปฉันไป เพราะดูแล้วไม่สำรวม ไม่เหมาะกับสมณะสารูป
พอ 5 นาทีผ่านไป เพื่อน ๆ ก็หายเหนื่อย สีหน้าดูสดชื่นขึ้นมา ผมเห็นแล้วก็รู้สึกปลื้มใจ ที่ปานะของผมได้มีส่วนเพิ่มกำลังให้กับเพื่อน ๆ ได้ทำงานอย่างเต็มที่อีกครั้ง และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมชอบหน้าที่นี้
ปัจจุบันผมได้รับความไว้วางใจจากพระอาจารย์ให้ดูแลคลังปานะ ซึ่งเป็นเหมือนผู้คุมกองเสบียงของกองทัพเลยก็ว่าได้ ผมรู้สึกซาบซึ้งใจมาก จึงตอบแทนด้วยการทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์
ซึ่งในงานสำคัญต่าง ๆ ผมก็มีโอกาสได้ช่วยงานพระอาจารย์ด้านนี้ สำหรับผมแล้ว มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับ ถึงแม้จะรู้สึกเหนื่อยบ้าง ท้อแท้บ้าง แต่ผมก็มีกำลังใจทุกครั้งที่เห็นเพื่อน ๆ น้อง ๆ ฉันปานะอย่างมีความสุข
ตอนนี้ผมเป็นแผนกสวัสดิการอย่างเต็มตัว ที่คอยอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ แก่คณะสามเณร การมาบวชครั้งนี้ ทำให้ผมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย กลายเป็นคนใจกว้าง ที่สำคัญผมยังเป็นที่รักของทุก ๆ รูปอีกด้วย
ผมอยากฝากไปถึงทุกคนว่า ไม่ว่าจะได้รับมอบหมายสิ่งใดมาขอให้เราทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด อย่าให้ใครมาว่าเราได้ สำหรับผมหน้าที่ของหมู่คณะถือว่าสำคัญที่สุด จะลำบากยากเย็นแค่ไหน ก็ต้องทำให้สำเร็จ ที่ผมคิดได้อย่างนี้ ก็เพราะเพื่อนที่นี่ทำให้ผมรู้สึกว่าเพื่อนเป็นเหมือนเสื้อผ้าที่ติดกายเราตลอด ให้ทั้งความอบอุ่นและกันความหนาว
สามเณรภวัต บุญคำ