คําว่า “เพื่อน”

คำว่า “หมู่คณะ” มีความหมาย
การได้มาศึกษาธรรมะควบคู่ไปกับการศึกษาสามัญและนักธรรมบาลีได้มาสร้างบารมีกับหมู่คณะ ได้มาอยู่กับเพื่อน ๆ สามเณร ทั้งหมดล้วนเป็นของจริง เป็นของแท้ ที่พระบรมศาสดาทรงได้เอาชนะพญามาร ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณ แล้วจึงทรงนำมาสั่งสอนสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นจากบ่วงแห่งมาร
ทว่าทางโลก “มีจริงไม่กี่อย่าง” เพราะชีวิตของคนทั่ว ๆ ไปจะยุ่งกับการทำมาหากิน การเล่าเรียน ยิ่งสมัยนี้เด็กส่วนมากจะติดเกมกัน ไม่ยอมอ่านหนังสือ พ่อแม่ก็ชอบเอาเงินเลี้ยงลูก ทำให้พอโตขึ้นเป็นวัยรุ่น เริ่มเหินห่างจากวัด มัวไปติดอบายมุข ติดเพื่อน ติดกามคุณ ใช้ชีวิตอย่างไม่มีแก่นสาร
คนเรามีเกิดก็ต้องมีตาย ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เพราะฉะนั้น เราควรทำความดีให้ถึงที่สุดจนสิ้นลมหายใจ เวลาเราลาโลกนี้ไป เราจะไปอย่างผู้ชนะที่แท้จริง
ถ้าเราไม่มีบุญคงไม่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ถือว่าเป็นความโชคดีที่เราได้มาพบพระพุทธศาสนา เพราะคำสอนในพระศาสนาเป็นของจริง มีความลึกซึ้ง เป็นธรรมะที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ใครได้มาสัมผัส จะสามารถนำไปใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างดี มีชีวิตที่มีความสุขและเป็นชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
ผมอยากให้ลองเข้ามาบวช แม้จะเป็นช่วงสั้น ๆ แต่เราจะได้รู้เรื่องบุญในตัวของเรา ได้มาศึกษาคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าศึกษาความจริง รู้ว่าควรจะปฏิบัติอย่างไรให้อยู่รอดในวัฏสงสารนี้ผมขอบอกว่า ทุกคนล้วนมีบุญเป็นที่พึ่ง ดังนั้น ต้องมาบวช
เมื่อประมาณช่วงประถมศึกษาปีที่ 2 ผมเพิ่งเข้าวัดอย่างเป็นตัวเป็นตน ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนชอบเล่นกีฬา ที่ชอบเล่นที่สุด คือ ฟุตบอล แต่เสียดายผมคบเพื่อนไม่ค่อยดี จึงถูกชักนำเข้าหาอบายมุขบ่อยครั้ง เลยทำให้พ่อแม่ร้อนใจอยู่เรื่อย ด้วยความรักและปรารถนาดีของท่าน ท่านจึงพาผมเข้าวัด
เริ่มแรกผมก็คิดสงสัย นึกว่าแม่จะพาไปเที่ยวเมื่อถึงจุดหมายผมก็เห็นคนใส่ชุดขาวที่ไหนสักแห่งเต็มไปหมด ผมเลยสงสัยตามประสาเด็ก แต่เมื่อโตขึ้นผมจึงเริ่มประทับใจในหลาย ๆ ด้าน
ที่แห่งนี้มีพระอาจารย์ มีอุบาสก อุบาสิกาที่ดูแล้วงดงามดั่งชาวสวรรค์ ทั้งเรื่องความเป็นระเบียบและความสะอาด ที่เหมาะสมจะเป็นที่อันศักดิ์สิทธิ์ ผมจึงมีโอกาสได้ถือศีล 5 ศีล 8 ใจที่เคยเอนเอียงไปตามกระแสโลก ก็เริ่มโน้มน้าวเข้าหาทางธรรมตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
หลังจากจบประถมศึกษา ผมตัดสินใจบวชทันที เมื่อบวชแล้วด้วยความที่ถูกหล่อหลอมด้วยศีลธรรม จึงมีความตั้งใจอันดีเป็นรากฐาน เวลาเข้ามาอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ความรักก็บังเกิดขึ้นในใจอยากที่จะบวช ประพฤติปฏิบัติตามคำสอนให้ถึงที่สุด
ที่สำคัญพระอาจารย์ท่านสอนดีมาก สอนให้เรามีความพร้อมเพรียง ให้เราเข้าใจเรื่องบุญ เรื่องความเป็นจริงของชีวิต แต่ถึงกระนั้นการจะประคับประคองตัวผมให้อยู่ในเพศสมณะมิใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าเกิดผมไม่ได้ถูกหล่อหลอมให้คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถทนได้นานแค่ไหน
การบวชเรียนต่างจากโรงเรียนประจำทั่วไปมาก พวกเราทำทุกอย่างพร้อมกัน ตื่นพร้อมกัน ตั้งแถวพร้อมกัน ฉันพร้อมกัน จำวัดพร้อมกัน ผมเชื่อว่า เพื่อนดีหายากมาก ยิ่งปัจจุบันนี้พวกเราต่างคนต่างมาโรงเรียน มาเรียนพร้อมบ้าง ไม่พร้อมบ้าง จากนั้นก็กลับบ้านของตนเอง สายสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ยั่งยืน
หากทุกคนได้มาสัมผัส แม้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม ล้วนได้ความรู้สึกดีและความประทับใจติดตัวไป การบวชนี่แหละจะช่วยให้เข้าใจธรรมะ ทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างชัดเจน ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ทุกคนหันเข้ามาศึกษาธรรมะของพระพุทธศาสนาเพราะผมได้พิสูจน์ด้วยตนเองแล้ว จึงขอยืนยันว่า พระธรรมเป็นของจริงและเป็นของลึกซึ้ง ต้องลองถึงจะรู้
พอใกล้จะออกพรรษา อากาศจะหนาวขึ้นมาเล็กน้อย ฝนที่เคยโปรยปรายแทบทุกวันก็เริ่มทิ้งช่วงห่าง ยามเช้าของทุกวัน บริเวณภูเขาจะมีหมอกหนาจัดปกบังจนมองไม่เห็นภูเขา บรรยากาศเต็มไปด้วยความสดชื่น ชุ่มฉ่ำ ทำให้สมองปลอดโปร่ง หลังจากผ่านฤดูนี้ไป พวกผมจะนึกถึงงานบุญกฐินเป็นอับดับแรกเพราะจัดขึ้นปีละครั้ง
คำว่า “กฐิน” แปลว่า “สะดึง” หมายถึง ไม้ที่ใช้สำหรับขึงผ้าให้ตึง มีทั้งรูปสี่เหลี่ยมและรูปวงกลม เมื่อขึงผ้าด้วยสะดึงแล้ว จะทำให้เย็บผ้าได้ง่ายขึ้น แต่ในอีกความหมายหนึ่งนั้น หมายเอาผ้าจีวรที่ถวายแด่พระสงฆ์ที่อยู่ประจำอารามจนครบพรรษา
คำว่า “ทอดกฐิน” จึงหมายถึง การน้อมนำผ้าจีวรมาวางทอดลงเพื่อถวายแด่ภิกษุสงฆ์ มิได้เจาะจงแก่ภิกษุรูปใด เทศกาลทอดกฐินจะเรียกอีกแบบ คือ ฤดูกาลเปลี่ยนผ้าใหม่ของพระภิกษุ
โดยในอดีตกาล ยุคต้นที่พระพุทธศาสนาเริ่มบังเกิดขึ้น ผ้าที่ภิกษุได้มาเป็นผ้าที่ไม่มีเจ้าของ หรือผ้าที่เขาทิ้งแล้ว เช่น ผ้าห่อศพในป่าช้า หรือผ้าที่เขาทิ้งไว้ตามกองหยากเยื่อ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะสามเณรเตรียมพุทธผ้าในยุคนั้นเป็นของมีค่า หาได้ยาก การที่ภิกษุแสวงหาผ้าที่ไม่มีผู้หวงแหนนำมาใช้นุ่งห่ม จึงแสดงถึงความสันโดษมักน้อยของนักบวชผู้มุ่งแสวงหาทางหลุดพ้น
พอนึกถึงงานกฐิน พวกผมก็จะรู้กันว่าต้องเตรียมตัวจัดงานแล้ว โดยปกติบุญกฐินจะมีคนมาร่วมงานเยอะกว่างานบุญทั่วไป เพราะจัดได้เพียงปีละครั้ง พวกผมจึงจำเป็นต้องตระเตรียมล่วงหน้าประมาณ 2 - 3 วัน
พระอาจารย์ท่านจะแบ่งสามเณรให้เตรียมงานกันตามชั้นปีบางชั้นก็จัดบู๊ทอาหาร บางชั้นก็ปักธงตามถนนทางเข้า เป็นธงชาติและธงธรรมจักร ส่วนพวกผมจะช่วยกันจัดเตรียมพิธีกรรม ด้านในพิธีกรรมมีความละเอียดลออ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพวกผมซึ่งเป็นพี่โต
งานครั้งนี้เรียกได้ว่า พวกผมถึงแม้ร่างกาย อังสะ สบงจะโชกด้วยเหงื่อจากการยกพรม ปูพรม จัดอาสนะ ยกโต๊ะมาวางในพื้นที่พิธีกรรม แต่สีหน้าของทุกรูปยังคงยิ้มแย้ม เหมือนไม่เหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย
ผมรู้สึกว่า ไม่ว่ารายละเอียดในงานจะมากแค่ไหน ก็ไม่ท้อเลยนี่อาจจะเป็นพลังสามัคคี ที่ก่อจากความรักใคร่กลมเกลียวกัน เมื่อทุกรูปไม่ท้อ ผมจึงไม่ท้อตาม เพื่อให้ญาติโยมที่มาร่วมงานได้รับความปลื้มปีติใจกลับไป
งานครั้งนี้พวกผมต่างช่วยกันอย่างเต็มที่ ทุกรูปล้วนมีความสุขและสนุกไปพร้อมกัน เวลาที่พวกเราทำอะไรพร้อมกัน จะรู้สึกเหมือนมีกำลังใจอย่างมากล้น ไม่ว่ารายละเอียดมากแค่ไหน ก็ไม่กลัว ผมเชื่อมั่นในพลังสามัคคีที่เกิดขึ้นจากความรักใคร่กลมเกลียว
ทั้งที่ก่อนจะจัดงานพื้นที่ในงานว่างเปล่า ที่จริงผมรู้สึกท้อแท้ตั้งแต่เริ่มแล้ว แต่เมื่อเห็นทุกรูปไม่ท้อ ผมจึงไม่ท้อตาม เราช่วยกันตั้งแต่จัดอาสนะ ปูพรม จัดเก้าอี้และอื่น ๆ จนงานในครั้งนี้ออกมาสุดฝีมือในทุกด้าน
เมื่อถึงวันงานผมก็เห็นสาธุชนนับพันมาร่วมพิธี มานั่งสมาธิ ก็รู้สึกปลื้มใจมาก ที่ความทุ่มเทของพวกผมไม่สูญเปล่า แม้ช่วงงานกฐินจะผ่านไปแล้ว ผมก็ยังคิดถึงมันอยู่ เพราะเป็นวันที่ผมทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจอย่างเต็มที่
สามเณรกิตติศักดิ์ ตกพันธ์