เพื่อครอบครัว

บวชตอบแทนคุณไม่เปลี่ยนแปลง
ก่อนที่ผมจะมาบวช คุณครูที่โรงเรียนได้แนะนำโครงการบวชสามเณรให้แม่กับผมรู้จัก จำได้ว่า ตอนนั้นแม่ขอร้องให้ผมบวชให้ท่าน ซึ่งในฐานะลูกคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษกว่าใคร ๆ ก็อยากจะทำตามคำขอร้องของแม่สักครั้ง อยากจะตอบแทนพระคุณท่านบ้าง จึงได้ตัดสินใจบวชเป็นสามเณร ตามคำขอของแม่
วันนี้ผมโชคดีที่ยังดำรงชีวิตในเพศสมณะอยู่ ช่างเป็นชีวิตที่มีความสุข ยิ่งผมบวชนาน ยิ่งรู้สึกว่า ชีวิตมีคุณค่า ต่างจากชีวิตที่ผ่านมาก่อนหน้าที่ผมจะบวช
ผมมีชีวิตที่ค่อนข้างยากจน พ่อแม่ทำงานเกี่ยวกับปลา หลังเลิกเรียนผมจะไปช่วยพ่อแม่หาปลา เก็บปลา เนื่องจากผมเป็นพี่คนโต เลยจำเป็นต้องดูแลน้องและทำงานบ้าน จนกระทั่งจบชั้นประถมศึกษา ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าจะเรียนต่อที่ไหน คุณครูจึงแนะนำให้ผมมาบวช ผมจึงตัดสินใจบวช
ตอนนั้นผมลาพ่อลาแม่ แล้วเดินทางออกจากบ้านเพียงลำพังครั้งแรก ขึ้นรถเมล์กับคนที่ไม่รู้จัก กว่าจะถึงวัดก็นาน พอคิดว่าจะขอบวชให้พ่อแม่สักครั้ง ความตั้งใจนี้กลายเป็นพลังผลักดันให้ผมก้าวเท้าออกจากบ้านอย่างอาจหาญ ระหว่างเดินทางผมเริ่มกังวลขึ้นมา เพราะไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะเจอกับอะไรบ้าง ตอนนั้นผมมีเพียงกระเป๋าใบเดียว ในหัวคิดอยู่แค่คำเดียวว่า “ลองดู”
จากวันนั้นมาถึงวันนี้ ก็ผ่านมา 5 ปีแล้ว ทุก ๆ ปีของสามเณรล้วนหล่อหลอมให้เป็นสมณะน้อยที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเท่าที่จำได้ ปีแรกถือเป็นปีที่ลำาบากหน่อย เพราะจำเป็นต้องหล่อหลอมกายและใจ ให้เข้ากับวิถีชีวิตและกฎระเบียบของสถานที่ ซึ่งพอผ่านมาได้ ผมก็รู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง ที่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
และแล้วในขณะที่ผมกำลังมีความสุขในเพศสมณะ ผมกลับได้ยินข่าวที่ทำให้ความสุขดับวูบลงในทันที นั่นคือข่าวว่า พ่อแม่ของสามเณรถูกโกงเงิน สภาพทางบ้านกำลังย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ ในฐานะลูกชายคนโต มันช่างเจ็บปวดที่ไม่สามารถทําอะไรให้พ่อแม่ได้เลย
แต่เมื่อผมมาบวชแล้ว ก็ต้องตั้งใจบวชเอาบุญให้ท่านจนถึงที่สุด จะขอก้าวออกไปอย่างอาจหาญ ด้วยความตั้งใจนี้ของผมประกอบกับมีเพื่อนคอยให้กำลังใจ ทำให้ทุกอย่างที่ดูยากเย็นผ่านพ้นไปได้
ในปีถัดมา พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้ดำริโครงการธุดงค์ธรรมชัย สถาปนาเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ พระมงคลเทพมุนี(สด จนฺทสโร) ปีแรกขึ้น เพื่อฟื้นฟูจิตใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม ขจัดปัดเป่าผองภัยและสร้างบุญให้แผ่นดิน
งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 - 25 มกราคม พ.ศ. 2555 โดยคณะธุดงค์ธรรมชัยกว่า 1,127 รูป เดินธุดงค์ สวดมนต์ เจริญจิตตภาวนา และอธิษฐานจิตแผ่เมตตา ในเขตพื้นที่ประสบอุทกภัย 6 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรีนครปฐม และกรุงเทพมหานคร รวมระยะทาง 427.8 กิโลเมตร
ได้รับการบันทึกลงกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด (Guinness World Record) ในประเภทสถิติชื่อว่า“การเดินทางด้วยเท้าบนกลีบดอกไม้ที่ยาวที่สุดในโลก”โดยให้ประชาชนออกมาต้อนรับพระธุดงค์ เป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเชิงรุก และผมเองก็ได้มีส่วนช่วยในการเด็ดกลีบดอกกุหลาบ เพื่อการสร้างสถิติครั้งนี้ด้วย
เมื่อเดือนแห่งการเด็ดดอกกุหลาบผ่านไป กิจวัตรประจำวันกลับมาเป็นเหมือนแต่ก่อน อย่างเช่นวันนี้ ผมเดินทางมาฉันเพลตามปกติ ระหว่างเดินก็นึกถึงความปลื้มที่ได้เด็ดดอกดาวรวย สิ่งนี้ยังอยู่ในใจ เหมือนเหตุการณ์นั้นเพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน จนกระทั่งฉันเสร็จเรื่องนี้ก็ยังคงเวียนอยู่ในใจ อาจเป็นเพราะมันเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ใคร ๆ ไม่สามารถทำได้ ถ้าผมไม่ได้มาบวช ณ โรงเรียนนี้ ก็คงไม่มีวันนี้ ก็คงไม่มีวันที่แสนปลื้ม
แปลกดีที่พอสามเณรนึกถึงเรื่องนี้ หลังฉันเพล พระอาจารย์น้อยที่เป็นพระพี่เลี้ยงสามเณร ประกาศท่ามกลางหอฉันว่า “หลวงพ่อท่านเมตตาให้โอกาสสามเณรได้เดินธุดงค์ธรรมชัย อัญเชิญรูปหล่อทองคำพระเดชพระคุณหลวงปู่ไปวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ให้น้องสามเณรเตรียมกายเตรียมใจให้พร้อม ที่จะได้รับบุญใหญ่กัน”
ที่จริงผมปรารถนามาตลอด ตั้งแต่เห็นพระธุดงค์เดินธุดงค์ในจอ ผมก็ปรารถนาอยากจะเดินธุดงค์แบบท่าน เมื่อพระอาจารย์ประกาศเสร็จ ผมรู้สึกดีใจมากที่จะได้สร้างประวัติศาสตร์ ซึ่งครั้งนี้ประกาศเสร็จผมได้เดินเอง แล้วมีคนมาเด็ดดอกกุหลาบให้
ก่อนถึงวันเดินธุดงค์จริง ก็มีการอบรมซักซ้อมเดิน โดยแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ตามลำดับความสูง ตอนนั้นผมโชคดีมาก ที่ได้อยู่กับพระอาจารย์รูปที่พวกผมเคารพรักมาก นั่นคือพระอาจารย์ศิริกรชัยท่านเป็นผู้ที่เข้าใจเณร ทั้งยังเคยเป็นสามเณรอยู่ที่โรงเรียนผมด้วย
ช่วงก่อนเดินธุดงค์ ผมกังวลหลาย ๆ เรื่อง และเรื่องที่ทำให้ผมกังวลมากที่สุด คือ เรื่องพายุใหญ่ที่ถล่มพื้นที่อบรม ทั้งเต็นท์ทั้งสิ่งของกระจัดกระจายไปทั่ว แต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
เมื่อถึงวันเดินธุดงค์จริง ผมมองดูความตั้งใจของญาติโยมที่มาโปรยกลีบดอกกุหลาบด้วยปลื้มปีติใจ ความทุ่มเทและความปรารถนาของผมสำเร็จแล้ว การบวชครั้งนี้ไม่เสียเปล่า แต่ได้สร้างความศรัทธาให้แก่โยมที่มาโปรยดอกกุหลาบ ซึ่งทุกย่างก้าวจะเป็น ย่างแก้วที่คอยเชิดชูพระพุทธศาสนา
ก่อนจะถึงจุดหมาย ผมหยุดตรงจุดล้างเท้าโดยจะมีสาธุชนล้างเท้าให้ ระหว่างนั้นมีคนพูดกับสามเณรว่า “เณร” ผมจึงหันไปมอง ก็พบโยมท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้ให้ทั้งหมดแก่ผม เขาเป็นคุณครูที่โรงเรียนเก่าของผม
เขาให้ชีวิตพรหมจรรย์อันสูงส่งแก่ผม และเป็นคนชักชวนให้ผมเข้ามาสู่ร่มผ้ากาสาวพัสตร์ วันนี้ผมได้สร้างความปลื้มใจให้แก่โยมคุณครู และแก่สาธุชนที่มารับเป็นจำนวนมาก เสียงที่สาธุชนทุกท่านเปล่งออกมา เหมือนมันก้องกังวานไปทั่วร่างกาย ความอ่อนล้าเหน็ดเหนื่อยมลายหายสูญไปหมด ในใจของผมตอนนี้มีแต่ความปลื้มปีติอย่างสุดซึ้ง
ภาพในวันนั้น ถึงจะผ่านมา 5 ปีแล้ว ก็ยังตราตรึงใจ ย้ำเตือนให้รู้สึกปลื้มทุกครั้งที่นึกถึง มันคือภาพแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต
ผมอยากจะขอบคุณโยมแม่ในวันนั้น ที่ทำให้ผมได้มาเป็นส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนา และได้มารู้จักกับเพื่อนที่แสนดี
ผมตั้งใจจะบวชเป็นพระให้โยมพ่อโยมแม่ให้ท่านมีบุญมาก ๆถึงแม้ว่าพ่อแม่จะไม่ได้ดีเลิศ ไม่มีแม้กระทั่งเวลาที่จะมาเยี่ยมผมที่วัด หรือมาทำกิจกรรมต่าง ๆ และไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แต่ผมก็รู้สึกซาบซึ้งใจที่ท่านอุตส่าห์เลี้ยงเรามา
การบวชครั้งนี้ ได้ช่วยลดความกังวลลงมากไม่ให้ท่านต้องหนักใจเพราะผม อย่างน้อยท่านก็แน่ใจได้เลยว่า ผมอยู่ที่นี่ดีที่สุดแล้ว ในฐานะของลูกชายอยากจะบอกว่า “บวชนี้เพื่อแม่ครับ”
ทว่าเส้นทางการบวชของผม ก็ไม่ได้เป็นที่น่ายินดีของท่านเสมอไป เพราะหลังจากนั้น 3 ปี พ่อแม่จากที่เคยสนับสนุนให้บวชกลับพยายามให้ผมลาสิกขา เมื่อเจอหน้ากันทุกครั้ง ท่านก็จะถามแต่เรื่องนี้ ท่านมักจะบอกว่า ให้ไปช่วยดูแลน้อง ให้ออกไปทำงานก่อนแล้วค่อยมาบวชก็ได้ ยิ่งช่วงที่ผมกลับไปเยี่ยมท่านที่บ้าน ท่านถึงกับซื้อชุดฆราวาสจากโรงเกลือมาให้ แต่ผมก็ยังเลือกที่จะบวชต่อไป
การบวชเป็นการตอบแทนคุณท่านที่ดีที่สุด เพราะพอผมอยู่ในพระพุทธศาสนาแล้ว มีโอกาสได้ฝึกฝนอบรมตนเอง ทำตามที่พระอาจารย์อบรมสั่งสอนอยู่เป็นประจำ ได้สั่งสมบุญสร้างบารมี บุญจากการบวชนี่แหละ ที่จะช่วยปิดประตูอบายให้พ่อแม่ อย่างน้อยก็ทำให้ท่านมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
ดังนั้น ผมจึงบวชต่อไปเรื่อย ๆ รอวันที่ท่านกลับมาศรัทธาในพระพุทธศาสนาอีกครั้ง แล้วจะนำสิ่งที่ได้จากการบวชนี้ ขจัดความมืดมนในใจของพ่อแม่ แล้วจะดำรงพระพุทธศาสนาให้อยู่คู่โลกตราบนานเท่านาน
สามเณรอำพล แนวสุข