อัศจรรย์ใจ

วัยรุ่นรูปหนึ่ง
เช้าวันหนึ่ง ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ผมได้ยินเสียงเรียกจากคนกลุ่มหนึ่ง “พี่เณรโอสก้า สวัสดีครับ” พร้อมกับพนมมือไหว้อย่างนอบน้อมผมได้แต่รับไหว้อย่างงง ๆ พร้อมกล่าวออกไปว่า “สวัสดีครับน้อง” แล้วน้องก็เดินจากไป ผมได้แต่ยืนนิ่ง พอลองทบทวนตนเองว่า เรากว่าจะบวชและกว่าจะเป็นพี่เณรเขาได้ เราพบพานประสบการณ์ทั้งดีและร้าย ก็น่าจะนำเสนอน้อง ๆ เป็นอุทาหรณ์ในภายหลังได้
เมื่อวันศุกร์ที่ 8 กันยายน พุทธศักราช 2539 แม่ติ๊กได้คลอดเด็กน้อยออกมา 1 คน ซึ่งก็คือผมนั่นเอง ผมพ้นจากพันธนาการในท้องของแม่ ในขณะที่ผมอยู่ประเทศญี่ปุ่น จังหวัดโอกินาว่า แม่บอกผมเสมอว่า วันนั้นเป็นวันที่เจ็บปวดแต่มีความสุขที่สุด
เมื่อผมอายุเพิ่มขึ้นถึง 5 ขวบ ผมได้เริ่มศึกษาในประเทศนั้น ในขณะนั้นผมมักถูกแกล้งมากที่สุด ในหมู่เพื่อนพร้อมใจกันให้เหตุผลว่า “ผมน่ารัก” เลยน่าแกล้ง พอกลับจากโรงเรียน ผมมักจะฟ้องแม่เป็นประจำ แม่ได้แต่บอกว่า ไม่เป็นไรอดทนไว้
สภาพบ้านในตอนนั้นเป็นบ้าน 2 ชั้น เรียงรายไปเป็นทอด ๆมีเพียงรั้วไม้กั้น ผมมีความรู้สึกอบอุ่น เพราะสามารถคุยกับเพื่อนบ้านได้สะดวก และไม่จำเป็นต้องออกไปนอกบ้านให้เมื่อย
เมื่ออายุ 13 ปี แม่ได้ลาจากโลกนี้ไปอย่างสงบไม่หวนคืน นั่นเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผมคิดอยากบวชเรียนเพื่อแม่ แต่จนแล้วจนเล่าผมก็ยังไม่พร้อม จนวันที่ปิดภาคเรียน ผมตัดสินใจและพยายามที่จะไม่ห่วงกับสิ่งที่ตนมี ผมได้มาสถานที่ที่เรียกว่า “เขาแก้วเสด็จ”
นับจากวันนั้น ผมได้รู้จักการเป็นสามเณรเตรียมพุทธศาสตร์ได้รู้จักความหมายและเป้าหมายของชีวิต ความอดทนต่อการถูกบีบคั้น ส่วนมากแล้วผมจะต้องใช้ความอดทนต่อทุก ๆ สิ่ง ซึ่งที่นี่ทำให้ผมเปลี่ยนนิสัยได้อย่างมาก
หลังจากที่ผมอยู่กับความกดดันมา 2 ปี ก็ได้เข้าสู่ช่วงของการเป็นพี่เณร ทำให้เข้าใจความรู้สึกของน้อง ๆ ว่า มันยากลำบากแค่ไหน เป้าหมายประจำชีวิตของผม คือ ผมจะต้องมีความสุขทุก ๆ วันและเป็นตัวอย่างที่ดีของโลกในอนาคต
วัยรุ่นจำนวนหนึ่งไม่รู้ว่า ปัญหาเกิดจากนิสัยชอบคิดมาก ทั้งยังมีความเป็นตัวเองสูง ไม่ชอบเหมือนใคร จึงทำให้มีการกระทบกระทั่งกันง่าย ซึ่งจะรุนแรงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับนิสัยดั้งเดิมของแต่ละคน
บางครั้งพอเราเจอนั่นเจอนี่ ก็เก็บมาคิดเป็นเรื่องเป็นราว แต่ผมคิดว่าเราไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องเสีย ๆ มาเก็บไว้ กลับกันเราต้องมองให้เห็นเป็นความรู้ เป็นข้อเตือนใจ แล้วนำมาสอนตนเอง ทุกปัญหามีทางออก แต่จะต้องเข้าใจสิ่งนั้นมากที่สุดก่อน
เส้นทางที่มีความสุข คือ การบวช เราต้องคิดว่าบวชแล้วได้อะไร ถึงคนอื่นเขาจะคิดอย่างไร บอกอย่างไรก็อย่าเพิ่งเชื่อ ผมอยากบอกกับทุก ๆ คนที่ยังไม่ได้บวชให้ลองเข้ามาบวชดู
เราจะได้ความสบายใจที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เพราะอยู่ข้างนอก ก็เจอแต่ปัญหาต่าง ๆ เราเป็นวัยรุ่น ก็เจอทั้งความรุนแรงทะเลาะกับเพื่อน มีปัญหายาเสพติด พอได้มาอยู่ที่นี่ ก็ตัดปัญหาเหล่านั้นออกไปได้เลย เราจะมีความสุขทั้งกายและใจ มีพระพี่เลี้ยงคอยสนับสนุนด้านต่าง ๆ บวชนี้มีแต่บวกกับบวก
สามเณรโอสก้า บัวพันธ์