หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๓๖) การเลี้ยงดูบุตร

วันที่ 15 กย. พ.ศ.2559

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๓๖)
การเลี้ยงดูบุตร

 

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๓๖) การเลี้ยงดูบุตร , วัดพระธรรมกาย , หลวงพ่อสอนอะไร , หลวงพ่อธัมมชโย , พระเทพญาณมหามุนี , คำสอน , ศาสนาพุทธ , อาสภกันโต ภิกขุ , หลวงพ่อทัตตะชีโว , คุณยายอาจารย์ , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , พระมงคลเทพมุนี , นั่งสมาธิ

     พอขึ้นหัวเรื่องมาอย่างนี้ หลายท่านอาจจะงงว่า อาตมาจะมาอีท่าไหน ก็ไม่ต้องสงสัย เพราะครั้งแรกที่หลวงพี่สุรพลซึ่งเป็นหัวหน้าแผนกสามเณรในขณะนั้น สั่งให้อาตมาไปเข้ารับการอบรมเรื่องการเลี้ยงดูบุตรที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาตมาก็งง ๆ หลวงพี่ท่านก็กำชับว่า “ หลวงพ่อทัตตะให้ไปอบรม ” 

     เมื่อมีโอกาสก็กราบเรียนถามหลวงพ่อทัตตชีโวว่า “ หลวงพ่อครับ ทำไมต้องไปอบรมการเลี้ยงดูบุตรด้วยครับ ” 

     “ สามเณรก็เหมือนน้อง เหมือนลูกของพวกท่าน ก็ไปหาความรู้หน่อย ว่าจะมาเลี้ยงลูกยังไง ” หลวงพ่อตอบแค่นั้นแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ

 

 

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๓๖) การเลี้ยงดูบุตร , วัดพระธรรมกาย , หลวงพ่อสอนอะไร , หลวงพ่อธัมมชโย , พระเทพญาณมหามุนี , คำสอน , ศาสนาพุทธ , อาสภกันโต ภิกขุ , หลวงพ่อทัตตะชีโว , คุณยายอาจารย์ , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , พระมงคลเทพมุนี , นั่งสมาธิ

     ยังจำสีหน้าของผู้เข้ารับการอบรมในห้องนั้นซึ่งมีจำนวนเกือบ ๒๐ คนได้ดี มีเพียงคนเดียวที่ไม่มีท่าทางประหลาดใจ คือ ผู้ดำเนินการในการอบรม เนื่องจากทราบแล้วว่า อาตมาเข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ นอกนั้นแววตาที่มองมามีคำถามซ่อนอยู่ทั้งนั้น คงนึกในใจว่างานนี้พระเกี่ยวอะไรด้วย กว่าแววตาแห่งความสงสัยจะหายไป ก็จนกระทั่งอาตมาได้แนะนำตัวนั่นแหละว่า เป็นพระพี่เลี้ยงสามเณรมาขอความรู้ด้วย

 

 

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๓๖) การเลี้ยงดูบุตร , วัดพระธรรมกาย , หลวงพ่อสอนอะไร , หลวงพ่อธัมมชโย , พระเทพญาณมหามุนี , คำสอน , ศาสนาพุทธ , อาสภกันโต ภิกขุ , หลวงพ่อทัตตะชีโว , คุณยายอาจารย์ , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , พระมงคลเทพมุนี , นั่งสมาธิ

     ในเบื้องต้นของการอบรมก็มีการพูดถึงว่า เด็กจะมีการพัฒนาการได้ดีในระหว่าง ๐ - ๖ ขวบ ดังนั้นในช่วงนี้ หากเขาได้รับความอบอุ่นเต็มที่ เด็กจะมีสภาวะอารมณ์ที่ดี เมื่อมาเล่าให้หลวงพ่อทัตตชีโวฟัง ท่านบอกว่า 

     “ ความรู้ทางโลกยังตามความรู้ทางธรรมไม่ทัน ในพระพุทธศาสนาของเรานั้น หากใครอยากได้ลูกดี ต้องมีการเตรียมตัวทั้งพ่อทั้งแม่ ตั้งแต่ยังไม่มีลูก คือ ทั้งพ่อแม่ต้องเป็นคนมีศีล มีธรรม จึงจะดึงดูดให้ปฏิสนธิวิญญาณที่จะมาเกิดนั้น เป็นประเภทเชิญมาเกิด ไม่ใช่ชิงมาเกิด โบราณเขาจึงกล่าวว่า ขันน้ำต้องพอสมกับพานรอง ”

 

 

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๓๖) การเลี้ยงดูบุตร , วัดพระธรรมกาย , หลวงพ่อสอนอะไร , หลวงพ่อธัมมชโย , พระเทพญาณมหามุนี , คำสอน , ศาสนาพุทธ , อาสภกันโต ภิกขุ , หลวงพ่อทัตตะชีโว , คุณยายอาจารย์ , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , พระมงคลเทพมุนี , นั่งสมาธิ

     ในระหว่างนั้น หลวงพ่อได้เข้มงวดกวดขัน ให้ดูแลสามเณรตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน เมื่อตื่นนอนท่านจะย้ำให้เก็บผ้าให้เรียบร้อยก่อนไปเข้าห้องน้ำห้องท่า ซึ่งอาตมาก็ไม่เคยถามเนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำเป็นปกติอยู่แล้ว จนกระทั่งเมื่อไม่กี่ปีมานี้ เมื่อหลวงพ่อได้นำเอาเรื่องความดีสากลมาสอน จึงนึกเอะใจขึ้นมา ได้กราบเรียนถามหลวงพ่อว่า 

      “ หลวงพ่อครับ ผมจำได้ว่าเมื่อตอนที่ดูแลสามเณร หลวงพ่อจะย้ำให้สามเณรเก็บผ้าห่มเก็บที่หลับที่นอนก่อนไปเข้าห้องน้ำ มันต่างกันยังไงครับกับการที่ไปเข้าห้องน้ำ แล้วค่อยมาเก็บที่หลับที่นอน ”

 

 

หลวงพ่อสอนอะไร (ตอนที่ ๓๖) การเลี้ยงดูบุตร , วัดพระธรรมกาย , หลวงพ่อสอนอะไร , หลวงพ่อธัมมชโย , พระเทพญาณมหามุนี , คำสอน , ศาสนาพุทธ , อาสภกันโต ภิกขุ , หลวงพ่อทัตตะชีโว , คุณยายอาจารย์ , หลวงพ่อวัดปากน้ำ , พระมงคลเทพมุนี , นั่งสมาธิ

     หลวงพ่อท่านได้เมตตาอธิบายให้ฟังซึ่งอาตมาถึงกับอึ้งเพราะไม่นึกว่าเรื่องที่คิดว่าไม่มีอะไร กลับมีอะไรที่มากมายเกินคาด 

     “ เอ็งดูนะ ระหว่างเด็กสองคน คนหนึ่งตื่นมาเก็บที่นอน พับผ้าห่มเรียบร้อยแล้วมันค่อยไปห้องน้ำ เจ้าคนนี้มันตัดใจแล้วว่า จะไม่กลับมานอนอีกแล้ว ส่วนอีกคนที่ตื่นมา มันรีบไปเข้าห้องน้ำ ไม่พับผ้าก่อน กลับมาเห็นผ้ายังไม่เก็บก็คิดว่างั้นนอนต่ออีกสักหน่อย ฉะนั้น สิ่งที่ต่างคือการตัดสินใจ ” 

      “ แล้วจะมีผลอย่างไรไหมครับ ” 

     “ มีสิ มีมากด้วย เพราะมันจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงอนาคต ถึงความก้าวหน้าของชีวิต คนเราหากรู้จักการตัดสินและตัดใจแล้ว ยังไงมันต้องก้าวหน้า เจ้าเด็กคนแรก ตื่นปุ๊บ มันตัดสินแล้วว่า การตื่นนอนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง มันเลยตัดใจว่า ยังไงก็ไม่นอนต่อแล้ว ส่วนเจ้าคนหลัง มันก็คิดว่ามันจะตื่น แต่มันตัดใจไม่ได้ กลับมาเห็นผ้ายังไม่เก็บ นอนต่อดีกว่า วันข้างหน้าก็จะเป็นคนที่ไม่กล้าตัดสินใจ โลเล เอาแน่เอานอนไม่ได้ ” 

      อาตมาฟังแล้วก็มึน แค่การทำอะไรที่สลับขั้นตอน ยังเป็นตัวบ่งชี้อนาคตได้ขนาดนี้ นี่ยังไม่รวมถึง พวกไม่ชอบอาบน้ำ ขี้เกียจแปรงฟัน หรือหากพ่อแม่ตามไม่ทันก็จะมีมารยา นึกแล้วหากมีลูก คงยากจะเลี้ยงให้ดีได้ เลยตัดสินใจอยู่กับหลวงพ่อดีกว่า 

     ก็ขอฝากคุณพ่อคุณแม่ด้วย อย่าได้ดูเบาในสิ่งเหล่านี้ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะจะมีผลต่อการดำเนินชีวิตทั้งชีวิตทีเดียว

 


ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก อาสภกันโต ภิกขุ
๒๑ ส.ค. ๕๙
anacaricamuni.blogspot.ae